* home   ชั้นหนังสือ : ชวนไปรู้จัก
คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | บางตอน
 
book 84, CHARING CROSS ROAD : Helene Hanff
read by Fay & SleepyO


Book Cover" You should have warned us! We walked into your bookstore and said we were friends of yours and we were nearly mobbed." - Ginny and Ed

ความผูกพันมีดีกว่าความรักอยู่อย่างหนึ่ง นั่นคือไม่มีวันร้างลา กลับยืนหยัดอยู่ด้วยดวงใจบริสุทธิ์และปรารถนาที่ดีต่อกันเสมอ ความผูกพันมักมีความรักเป็นองค์ประกอบอย่างเหนียวแน่น โดยที่ไม่จำเป็นต้องมีเสน่หาเป็นเครื่องโยงร้อย สิ่งเหล่านี้จึงเป็นความสวยงามในยามนึกถึง เป็นความทรงจำที่ตรึงแน่นในหัวใจโดยไร้กาลเวลา ต่างจากความรักที่บางครั้งบางคราวก็อยู่ได้โดยไม่ต้องมีความผูกพัน... หลังจากค้นหาหนังสือเมื่อสามอาทิตย์ก่อน ปรากฏว่าหนังสือเล่มนี้อยู่ในสเปเชียลคอลเลคชันของห้องสมุด ซึ่งถือเป็นหนังสือหายากมีคุณค่า ถ้าจะอ่านก็ต้องนั่งอ่านที่ห้องสมุดโดยไม่สามารถยืมกลับมาอ่านที่บ้านได้ จึงตามหากันตามร้านหนังสือต่างๆ แต่แล้วก็ไม่พบ และในที่สุดก็ต้องสั่งซื้อทางสายโมเด็ม เราพบว่าหนังสือเล่มนี้ใช้เวลานานพอควรกว่าจะเดินทางมาแสดงให้เห็นว่าความผูกพันที่ยิ่งใหญ่เป็นอย่างไร แล้วในเย็นวันหนึ่งที่ฝนตกลงมาเป็นเพื่อนฟ้า การอ่านหนังสือเล่มนี้จึงเริ่มขึ้น เป็นการอ่านแบบรวดเดียวจบสลับกับเสียงเต้นของหัวใจคนอ่านที่คอยบอกว่าฟังนะ...

หนังสือเล่มนี้ประกอบด้วยจดหมายโต้ตอบที่เขียนติดต่อระหว่าง Helene Hanff กับร้านหนังสือมาร์กส์แอนด์โค ซึ่งตั้งอยู่ที่ 84 ถนนชาริงครอสส์ ที่ขายหนังสือเก่าและหายาก หน้าแรกของหนังสือเฮเลนเขียนว่าแด่ F. P. D. In Memoriam เฮเลนเป็นนักเขียนอเมริกัน พักอยู่ที่นิวยอร์กซิตี้ เธอเริ่มเขียนจดหมายฉบับแรกในปี 1949 เพื่อสั่งซื้อหนังสือเก่าบางเล่มจากการเห็นโฆษณาในหน้าหนังสือพิมพ์ Saturday Review of Literature การติดต่อซึ่งเริ่มต้นจากเรื่องหนังสือกลายเป็นมิตรภาพระหว่างเฮเลนและแฟรงก์ โดเอล รวมทั้งพนักงานอื่นๆ ในร้านหนังสือแห่งนั้น จดหมายติดต่อเหล่านี้ยาวนานถึงยี่สิบปี โดยจดหมายฉบับสุดท้ายเขียนในปี 1969 ถึงแม้ว่าเฮเลนจะไม่เคยได้ไปที่ร้านหนังสือแห่งนี้เพื่อพบปะแฟรงก์หรือคนอื่นๆ เลยสักครั้ง แต่ความผูกพันและน้ำใจที่เราได้เห็นในจดหมายก็น่าประทับใจมาก ยิ่งถ้าหากคุณเป็นคนรักหนังสือแล้ว ถ้อยความในจดหมายเหล่านี้จะละลายหัวใจคุณได้ไม่ยากเลย

Frank Doel, what are you DOING over there, you are not doing ANYthing, you are just sitting AROUND. ............ you leave me sitting here writing long margin notes in library books that don't belong to me, someday they'll find out I did it and take my library card away. I have made arrangement with the Easter bunny to bring you an Egg, he will get over there and find you died of Inertia. I require a book of love poems with spring coming on. No Keats or Shelly, send me poets who can make love without slobbering-Wyatt or Jonson or somebody, use your own judgment. Just a nice book preferably small enough to stick in a slacks pocket and take to Central Park. Well, don't sit there! Go find it! I swear I don't know how that shop keeps going. HH

เฮเลนมีอารมณ์ขันสดใสร่าเริง เธอเป็นกันเอง ในขณะที่แฟรงก์ในตอนแรกค่อนข้างจะวางตัวเรียบร้อยเป็นการเป็นงานและไว้ตัวตามมารยาทแบบคนอังกฤษ จดหมายโต้ตอบของทั้งสองจึงสร้างรอยยิ้มได้สม่ำเสมอ เพราะในขณะที่เฮเลนพูดตรง แฟรงก์ก็จะดูน่ารักแบบไม่ทันการ เฮเลนไม่ใช่เป็นนักเขียนที่ร่ำรวยมีชื่อเสียงอะไร เธออยู่ในระยะกำลังดิ้นรนสร้างตัว แต่เมื่อเธอทราบว่ามีการปันส่วนอาหารในอังกฤษเนื่องจากสภาวะสงครามที่เพิ่งผ่าน โดยแต่ละครอบครัวจะได้เนื้อสองออนซ์ต่ออาทิตย์ และไข่คนละฟองต่อเดือน เธอก็มีน้ำใจส่งของขวัญไปให้คนในร้านเรื่อยๆ เป็นอาหารที่หาไม่ได้ง่ายในอังกฤษตอนนั้น ความผูกพันจึงก่อตัวขึ้นอย่างอบอุ่นทั้งในร้าน และรวมไปถึงครอบครัวของแต่ละคนที่บ้านและเพื่อนข้างบ้าน ทุกคนรู้จักเฮเลนดีกับน้ำใจที่กว้างเป็นแม่น้ำ จดหมายที่เริ่มต้นจากคนสองคนจึงกลายเป็นการเขียนจดหมายกลุ่มที่ต่างคนต่างแอบเขียน น่ารักและเป็นเสน่ห์ยิ่ง ต่างเฝ้ารอการมาเยือนของสตรีอเมริกันธรรมดาผู้หนึ่งเพื่อตอบแทนความเป็นเพื่อนอยู่ปีแล้วปีเล่า เพราะสิ่งที่เฮเลนให้ไปมิใช่เป็นเพียงวัตถุ แต่ยังเป็นความหมายอันประมาณค่าไม่ได้ เป็นน้ำใจเอื้ออาทรที่น่าประทับใจต่อทุกคนในร้าน และต่อผู้อ่านด้วยเช่นกัน

จดหมายเหล่านี้สัมผัสใจได้ลึกซึ้งนัก ทำให้เรารู้สึกเต็มตื้นและเป็นหนังสือที่จะทิ้งรอยประทับอันแสนดีไว้ในหัวใจเรา เราอาจจะเคยซาบซึ้งกับจดหมายรักระหว่างคนสองคน แต่จดหมายรักใดจะอ่อนหวานจับใจไปกว่าความรักในมิตรภาพระหว่างเพื่อนอันเกิดจากหนังสือ ที่แม้จะไม่เคยพบหน้า แม้แต่ในความห่างไกล ก็ยังแสดงให้เห็นว่าหัวใจมนุษย์ยิ่งใหญ่และน่าอัศจรรย์นัก

People stop and stare, they don't bother me
For there's nowhere else on earth that I would rather be
Let the time go by, I won't care if I can be here
On the street where you live.

From My Fair Lady, 1956

เกี่ยวกับผู้เขียน Helene Hanff (1918-1997) เฮเลน ฮันฟ์ เกิดที่ฟิลลาเดลเฟีย เธอเรียนในมหาวิทยาลัยได้ปีเดียวก็ต้องเลิกเรียนจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำในยุคทศวรรษ 1930 เฮเลนใฝ่ฝันอยากเป็นนักเขียน เธอจึงได้ศึกษาวรรณกรรมอังกฤษด้วยตนเอง เฮเลนได้เขียนบทละคร บทโทรทัศน์และเป็นนักเขียนอิสระให้นิตยสารต่างๆ เธอได้เขียนหนังสือประวัติศาสตร์และการเมืองสำหรับเด็ก แต่งานเขียนที่ทำให้เธอเป็นที่รู้จักที่สุดมาจากการรวบรวมจดหมายติดต่อของเธอกับร้านหนังสือมาร์กแอนด์โค ในเล่ม 84, Charing Cross Road (1970) ซึ่งได้เอามาดัดแปลงเป็นละครโทรทัศน์บีบีซีในปี 1976 และเป็นภาพยนตร์แสดงโดยแอนน์ แบนครอฟต์ และแอนโทนี ฮอปกินส์ในปี 1986 ผลงานอื่นของเฮเลนคือ The Duchess of Bloomsbury Street (1973) เป็นไดอารีที่เธอเล่าถึงการเดินทางไปอังกฤษที่เธอรอคอยมานาน Q's Legacy (1985) หนังสือชีวประวัติ Letter From New York (1992) บทวิทยุที่ออกอากาศในบีบีซี

84, CHARING CROSS ROAD : Helene Hanff
ISBN 0-14-014350-5 Penguin, 97 pages $10.95 Paperback

But I don't know, maybe it's just as well I never got there. I dreamed about it for so many years. I used to go to English movies just to look at the streets.
Helene Hanff . . . 84, Charing Cross Road

Copyright © 2001 faylicity.com

คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | บางตอน

หยิบมาปัดฝุ่นล่าสุด  ๑ กรกฎาคม ๒๕๔๔