* home   ชั้นหนังสือ : ชวนไปรู้จัก
คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | บางตอน
 
book HIGH FIDELITY : Nick Hornby

Book Coverหนังสือเล่มนี้อ่านเบาๆ ได้เพลินใจ เป็นเรื่องอารมณ์ขันที่เล่าถึงตัวเองโดยร็อบ วัยสามสิบห้าปี เจ้าของร้านแผ่นเสียงทางตอนเหนือของลอนดอนที่ขายไม่ค่อยดีนัก เรื่องเปิดตัวเมื่อร็อบถูกคนรักทิ้ง และชายสองคนทำงานในร้านแผ่นเสียง ซึ่งร็อบเรียกว่าเป็น คู่แฝดทึ่มทางดนตรี ก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้มากนัก ร็อบเล่าไปเรื่อยๆ ทบทวนถึงชีวิตตนเองทั้งความรัก การงาน อดีตและอนาคต สิ่งที่ร็อบทบทวนต่างสะท้อนบางมุมในตัวตนของเรา เพราะร็อบเป็นคนสามัญอย่างเราๆ เรื่องนี้จึงดำเนินไปทางขบขัน แต่เราก็เข้าใจอารมณ์ส่วนใหญ่ของร็อบได้ดี ไม่ว่าจะเป็นยามสุขหรือยามเศร้า เพราะเราทุกคนต่างเคยผ่านความรู้สึกอย่างนั้นมาแล้วเช่นกัน

ผู้เขียนเรื่องนี้มีอารมณ์ขันที่ฉลาดมาก เขามีลูกเล่นกับภาษา มุขตลกในเรื่องจึงไม่ธรรมดา ตัวละครในเรื่องน่าสนใจ โดยเฉพาะคู่หูทึ่มทางดนตรีทั้งสองกับบุคลิกที่น่าสนใจมาก แบรี่เป็นคนช่างประชดและคำเสียดสีของเขาทั้งเจ็บปวด ทั้งสนุกที่ได้ฟัง แบรี่จะไม่ยอมขายแผ่นเสียงที่เขาไม่เห็นชอบด้วยให้ลูกค้าเป็นอันขาด และอาจด่าลับหลังว่า "He offended me with his terrible taste" (กูต้องเสียความรู้สึกจากรสนิยมต่ำๆ ของลูกค้า) หรือคำวิจารณ์เสื้อสเวตเตอร์ของร็อบว่า "Rob, I'm doing this for your own good, that's the worst sweater I've ever seen. I have never seen a sweater that bad worn by anybody I'm on speaking terms with. It's a disgrace to the human race." (ร็อบ ที่พูดนี่ก็เพราะหวังดีกับมึงนะ สเวตเตอร์นี่เป็นสเวตเตอร์อุบาทว์ที่สุดที่กูเคยเห็น กูไม่เคยเห็นใครก็ตามที่กูจะเสวนาด้วยได้ใส่สเวตเตอร์ทุเรศขนาดนี้มาก่อน เสื้อตัวนี้เป็นความด่างพร้อยของมนุษยชาติว่ะ) ขณะที่ดิค เป็นคนขี้อายสุดขีด และกว่าจะพูดอะไรเป็นเรื่องได้ก็ต้องลุ้นจนเหนื่อยใจ แบรี่ ดิค และร็อบในร้านแผ่นเสียงนี้จึงมีบทสนทนาที่น่าขบขันบันเทิงมาก

คำว่าคู่หูทึ่มออกจะดูถูกแบรี่และดิคอยู่มาก จริงๆ แล้วทั้งสามคนนี้ต่างก็รักในเสียงดนตรี และมีความรู้เรื่องเพลงมาก ด้วยความรักในเสียงเพลง ชื่อเพลงจำนวนมากจึงปรากฎในเรื่อง ร็อบรักเสียงเพลงขนาดที่เวลาเครียดก็มานั่งจัดแผ่นเสียง มีคราวหนึ่ง ร็อบจัดแผ่นเสียงตามลำดับเวลาที่ได้มา ซึ่ง "ด้วยวิธีนี้ผมหวังว่าผมจะเขียนอัตชีวประวัติของผมได้โดยไม่ต้องทำกระทั่งจับปากกา ... ผมมีแผ่นเสียงสองสามพันแผ่น และคุณจะต้องเป็นผมเท่านั้น ... ถึงจะรู้ว่าจะหาอะไรเจอได้ยังไง อย่างถ้าผมอยากจะเล่น Blue ของโจนิ มิชเชล ผมจะต้องจำได้ว่าผมซื้อแผ่นนี้ให้ใครในฤดูใบไม้ร่วงปี 1983 และเปลี่ยนใจไม่ได้ให้ด้วยเหตุผลบางอย่างที่ผมไม่อยากพูดถึง ... คุณก็ต้องขอให้ผมขุดแผ่นเสียงนี้ให้คุณ แล้วด้วยอะไรสักอย่าง ผมรู้สึกว่าสิ่งนี้ทำให้ผมสบายใจ" ร็อบจะคุยถึงเรื่องดนตรีด้วยความรู้สึกพิเศษที่น่าประทับใจเสมอ และหลายๆ ตอนในเรื่องที่เขาเปรียบดนตรีกับชีวิตก็ทำได้น่าจดจำ

หน้าปกหนังสือมีตัวเลข 1 2 3 4 5 เพราะแบรี่ ดิค และร็อบคุยกันเป็นตัวเลขเสมอ ทั้งสามคนนี้มีนิสัยชอบจัดอันดับห้าอันดับแรกของสิ่งต่างๆ เช่นหนังดีที่สุดห้าเรื่องแรกแห่งปี ห้าอันดับแรกของทศวรรษ และห้าอันดับแรกตลอดกาล และรวมไปถึงเรื่องอื่นๆ แม้แต่การอกหักที่เจ็บปวดที่สุดที่เคยพบมาก็นำมาจัดอันดับได้ ดูแล้วอาจจะเป็นความคลั่งไคล้ส่วนตัว แต่ความตลกในเรื่องก็ยังมีเว้นจังหวะช้าให้ประทับอารมณ์ เวลาที่ร็อบบ่นเรื่องงาน ความรัก ความตาย ความสูญเสียและเจ็บปวดที่คนรักมีคนใหม่ ความรู้สึกของเขาไม่ได้ต่างจากเรา มีครั้งที่ร็อบรู้สึกผิดหวังกับตัวเอง ร็อบบอกว่า

คุณเคยกลับไปดูรูปตัวเองสมัยยังเป็นเด็กบ้างไหม? หรือรูปของคนที่มีชื่อเสียงสมัยที่พวกเขายังเป็นเด็กๆ ซึ่งสิ่งนี้ผมว่าอาจทำให้คุณเป็นได้ทั้งสุขและเศร้า มีรูปพอล แมคคาร์ทนีย์ตอนเป็นเด็กผู้ชายตัวเล็กๆ ตอนที่ผมได้เห็นครั้งแรกผมรู้สึกดี เพราะทั้งชื่อเสียง เงินทอง ชีวิตส่วนตัวที่มีความสุขมาตลอด ชีวิตแต่งงานที่มั่นคงและลูกๆ ที่น่ารัก และทั้งหมดนี้เขายังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำไป แต่ก็ยังมีคนอื่น-- อย่างเจเอฟเค และพวกร็อคที่ตายหรือฉิบหายไป พวกคนที่กลายเป็นบ้า ที่เดินผิดทาง ที่ถูกฆ่า ที่ทำให้ตัวเองและคนอื่นต้องเสียใจใหญ่หลวงเกินจะกล่าว ... สองสามปีก่อน รูปผมตอนเด็กๆ ที่ผมไม่เคยให้แฟนเห็น... รูปพวกนี้ทำให้ผมเจ็บนิดๆ ไม่เชิงทุกข์ใจ แต่เป็นความเสียใจเงียบๆอยู่ลึกๆ ... ผมอยากขอโทษเด็กผู้ชายในรูปว่า "เราขอโทษ ขอโทษที่ทำให้นายต้องเสียใจ เราเป็นคนที่ควรจะดูแลนาย แต่ก็พลาดไป เราตัดสินใจผิดๆ ในเวลาที่เลวร้าย และเราก็ทำให้นายกลายเป็นตัวเรา"

หนังสือเล่มนี้อ่านสนุกและอ่านได้รวดเร็ว เป็นเรื่องเบาๆ ที่มีอารมณ์ขันฉลาดไม่ดาษดื่น ร็อบเล่าความในใจที่เป็นความลับในใจของผู้ชายหลายประการได้น่ารักมาก ใครที่อยากได้หนังสือเบาๆ สักเล่มที่มีอารมณ์ขันแบบผู้ชาย ก็อยากแนะนำให้ลองอ่านเล่มนี้ดู อาจจะอ่านเพลินจนจบเมื่อไหร่ไม่รู้ตัว

* หนังสือเรื่องนี้ทำเป็นหนังในปี 2000 เล่นโดย จอห์น คิวแซค ฉบับหนังทำได้ดี ให้อารมณ์ในเรื่องและถ่ายทอดอารมณ์ขันได้ดีมาก ใครที่ไม่อ่านหนังสือถ้าสนใจก็ลองไปดูฉบับหนังได้ แต่ถ้าอยากได้อารมณ์ในเรื่องแบบเต็มอิ่ม ก็ขอแนะนำให้อ่านหนังสือจะดีกว่า
 

เกี่ยวกับผู้เขียน Nick Hornby นิก ฮอร์นบี เกิดปี 1957 ที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษ จบการศึกษาจากเคมบริดจ์ เคยเป็นนักทำหนังสือและครูสอนภาษาอังกฤษ ผลงานเขียนคือ Fever Pitch (1992) เป็น non-fiction เกี่ยวกับความคลั่งไคล้ในทีมฟุตบอลอาร์เซนอลของผู้เขียน High Fidelity (1996) About a Boy (1998) และ How to Be Good (2001)

HIGH FIDELITY : Nick Hornby
ISBN 1-57322-551-7 Riverhead Books 323 pages $12.95

หัวใจไม่รักดี เขียนโดย นิก ฮอร์นบี แปลโดย ตะวัน พงษ์บุรุษ อิมเมจ ๒๕๔๖

Read any women's magazine and you'll see the same complaint over and over again: men--those little boys ten or twenty or thirty years on--are hopeless in bed. They are not interested in "foreplay"; they have no desire to stimulate the erogenous zones of the opposite sex; they are selfish, greedy, clumsy, unsophisticated. These complaints, you can't help feeling, are kind of ironic. Back then, all we wanted was foreplay, and girls weren't interested. They didn't want to be touched, caressed, stimulated, aroused; in fact, they used to thump if we tried. It's not really very surprising, then, that we're not much good at all that. We spent two or three long and extremely formative years being told very forcibly not even to think about it. Between the ages of fourteen and twenty-four, foreplay changes from being something that boys want to do and girls don't, to something that women want and men can't be bother with.
HIGH FIDELITY . . . Nick Hornby

Copyright © 2001 faylicity.com

คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | บางตอน

หยิบมาปัดฝุ่นล่าสุด  ๑ มีนาคม ๒๕๔๔