| HOMEPAGE USABILITY : Jakob Nielsen & Marie Tahir |
![]() "หน้าหลักของเว็บเพจเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่มีค่าที่สุดในโลก มีการใช้เงินหลายล้านดอลลาร์ผ่านเนื้อที่ซึ่งมีขนาดไม่ถึงหนึ่งตารางฟุตแห่งนี้ ผลของโฮมเพจต่อบริษัทนั้นมีมากกว่าเพียงรายได้จากพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ด้วยโฮมเพจนั้นยังเป็นโฉมหน้าของบริษัทที่อวดสู่โลก" โฮมเพจหรือหน้าแรกของเว็บไซต์ เป็นหน้าที่สำคัญที่สุดของเว็บใดๆ และยังเป็นหน้าที่คนดูมากที่สุดในไซต์ ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้บอกแนวทางเบื้องต้นของโฮมเพจที่ดี และวิเคราะห์โฮมเพจของเว็บดังต่างๆ รวม 50 เว็บไซต์ ผู้ทำเว็บควรอ่านหนังสือเล่มนี้อย่างยิ่ง ด้วยเขียนโดย เจค็อบ นีลเสน เจ้าพ่อการออกแบบเว็บที่ชื่อดังที่สุดในโลก และ มารี ทาเฮอร์ ผู้เขียนร่วมที่เชี่ยวชาญด้านการออกแบบเว็บเช่นกัน เธอเป็นหนึ่งในทีมงานที่ปรึกษาการออกแบบเว็บไซต์ของนีลเสน นีลเสนวิจัยการใช้งานของผู้ชมเว็บมายาวนานเกือบ 20 ปี เขารู้จริงจากการสำรวจการใช้งานของผู้ใช้จริงๆ ดังนั้นแนวทางที่เขาบอกต่อเราจึงเป็นแนวคิดที่มีคุณค่าควรพิจารณา นีลเสนไม่ใช่เป็นเพียงคนเก่ง แต่ยังเป็นคนเก่งที่เขียนหนังสือดีด้วย บริษัทของนีลเสนรับวิเคราะห์วิจารณ์เว็บไซต์โดยคิดเงิน $10,000 เหรียญ (ประมาณ 4 แสนบาท) ซึ่งเขาจะบอกข้อเสียและแนะนำการปรับปรุงต่างๆ เพื่อให้เว็บไซต์ใช้งานง่าย รวมถึงกลยุทธในการบริการลูกค้าผู้ชมเว็บ ในหนังสือเล่มนี้ ผู้เขียนทั้งสองได้เลือก 50 เว็บไซต์ดังๆ มาวิเคราะห์วิจารณ์ให้เราดู ดังนั้นราคาหนังสือก็เรียกว่าไม่แพงเลยกับประสบการณ์ชั้นดีที่ผู้เขียนถ่ายทอดให้เราทราบ ส่วนแรกของหนังสือเล่มนี้ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์มาก ด้วยบอกแนวทางในการทำโฮมเพจ 113 ข้อ คำแนะนำเหล่านี้ล้วนแต่เป็นข้อควรทราบในการทำเว็บ ซึ่งแม้จะดูเป็นเรื่องสามัญ แต่จนทุกวันนี้ก็ยังมีโฮมเพจจำนวนมากที่ไม่เข้าใจพื้นฐานเหล่านี้ เช่นไม่ควรเขียนลิงก์ด้วยคำว่า Click here หรืออย่าทำลิงก์ไปยังหน้าตัวเอง (กดแล้วก็ไปที่เดิม ไม่รู้จะให้กดไปทำไม) ระวังการใช้แอนิเมชันในโฮมเพจ เลี่ยงป็อปอัพวินโดว์ (ที่คนจะคิดว่าเป็นโฆษณาและไม่แม้แต่ชายตาดู ยิ่งเบราว์เซอร์สมัยนี้สามารถบล็อกป็อปอัพวินโดว์ได้ ทำให้วัฒนธรรมการเข้าใจผิดว่า "อะไรสำคัญทำเป็นป็อปอัพกันเถอะ" คงจะสิ้นซากไปในไม่ช้า) หนังสือเล่มนี้ยังสรุปข้อมูลทางสถิติจาก 50 เว็บดังเหล่านี้เปรียบเทียบให้ดู และสรุปข้อแนะนำการออกแบบโฮมเพจ ข้อมูลนี้น่าสนใจมากเช่นกัน จริงอยู่ว่าไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัวในการออกแบบเว็บ แต่ก่อนที่จะแหกธรรมเนียมปฏิบัติทั่วไป เราควรรู้จักเหตุผลของคำแนะนำเหล่านี้เสียก่อน ส่วนที่สองของหนังสือซึ่งเป็นเนื้อหาส่วนใหญ่ในเล่ม เป็นการวิเคราะห์โฮมเพจของ 50 เว็บไซต์ ซึ่งเลือกมาจากเว็บยอดนิยมต่างๆ มีทั้งเว็บของบริษัทใหญ่ๆ เว็บของรัฐ เว็บขององค์กรไม่แสวงหากำไร และเว็บบริษัทเล็กๆ ดีๆ บางบริษัท ตัวอย่างไซต์เหล่านี้คือ Microsoft, IBM, Amazon, Ebay, Yahoo, PBS, MTV, Disney, Walmart เราจะได้เห็นว่าแม้แต่เว็บดังๆ เหล่านี้ ก็ยังมีข้อบกพร่องในโฮมเพจจำนวนมาก ในแต่ละเว็บไซต์ ผู้เขียนจะเล่าสั้นๆ ว่าเป็นเว็บของใคร บริษัทนั้นมีธุรกิจเกี่ยวกับอะไร และวิจารณ์โฮมเพจโดยรวมอย่างสั้นๆ จากนั้นจะเทียบให้ดูว่าโฮมเพจนั้นใช้เนื้อที่กี่เปอร์เซ็นต์ไปกับเนื้อหาต่างๆ (เช่นคิดเป็นโฆษณากี่เปอร์เซ็นต์ เป็นโลโก้กี่เปอร์เซ็นต์) แล้ววิเคราะห์โดยละเอียด โดยติดหมายเลขไว้ในจุดต่างๆ แล้วอธิบายว่าแต่ละจุดนั้นเป็นอย่างไร โดยบอกทั้งจุดดีและจุดที่ควรปรับปรุง ตัวอย่างคำวิเคราะห์มีดังนี้ * ลิงก์ Smart Search มีนัยว่าการค้นหาปกติในเว็บนั้นไม่ฉลาด โดยทั่วไปแล้วลิงก์นี้ใช้คำว่า "Advanced Search" ความเห็นเหล่านี้น่าสนใจมาก ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้เก่งมากอย่างน่านับถือ (หรืออาจเรียกได้ว่าตาผี) ที่ช่างเห็นอะไรได้ละเอียดไปหมด หนังสือเล่มนี้ตีพิมพ์ในปี ค.ศ. 2001 ผ่านมาจนถึงวันนี้ หน้าตาเว็บดังๆ เหล่านี้คงเปลี่ยนไปมากแล้ว (อาจไม่สามารถทนทำตัวเหมือนเดิมได้ หลังจากถูกวิจารณ์ไปในเล่ม) แต่ข้อคิดจากอดีตเหล่านี้ยังน่าฟัง เป็นบทเรียนตัวอย่างที่ดีกับคนทำเว็บให้เราได้เห็นส่วนดี ส่วนด้อยต่างๆ จากของจริง สิ่งที่หนังสือเล่มนี้ไม่ได้บอกเราคือ ในโฮมเพจควรมีอะไรบ้าง ไม่ได้บอกหลักการออกแบบเว็บโดยทั่วไป (อ่านได้จากหนังสือ Designing Web Usability ของนีลเสนที่ดีมาก และคนทำเว็บทุกคนควรอ่านเช่นกัน หากคุณจะเลือกซื้อเพียง 1 เล่ม ก็ขอให้ไปซื้อเล่ม Designing Web Usability) ไม่พูดถึงการออกแบบเว็บให้ใช้งานได้สะดวกกับทุกคน รวมทั้งผู้พิการทางสายตาและผู้มีข้อจำกัดทางกายภาพอื่นๆ นีลเสนบอกว่าเรื่องเหล่านี้ผู้อ่านสามารถอ่านเพิ่มเติมได้จากหนังสือเล่มอื่น แต่เล่มนี้เน้นแต่การพิจารณาโฮมเพจโดยดูตัวอย่างจริงเป็นหลัก คนทำเว็บทุกคนน่าจะได้อ่านหนังสือเล่มนี้ คนอ่านเองนั้นแม้จะเคยอ่านไปแล้ว ก็ยังรู้สึกว่าควรอ่านซ้ำบ้างไม่ให้ลืม หนังสือเล่มนี้น่าจะลงทุนลงแรงทำมหาศาลอยู่ และน่าจะต้องมีคนช่วยกันทำหลายคน รูปเล่มจัดทำได้สวยมาก เขียนดี อธิบายประเด็นได้ชัดเจน อ่านง่าย การวิเคราะห์ข้อมูลนั้นละเอียดและทำดีสมกับที่เขียนโดยนักวิชาการ ผู้อ่านที่ไม่ได้ทำเว็บควรจำชื่อนีลเสนไว้ สักวันหากคุณนึกสนุกทำโฮมเพจขึ้นมาวันใด ขอแนะนำว่าอย่าพลาดอ่านหนังสือของเขาผู้นี้เป็นอันขาด หนังสือของเขาเป็นหนังสือออกแบบเว็บที่ดีที่สุดที่เคยเห็นมา หมายเหตุ : สำหรับใครที่ไม่อยากเสียสตางค์ นีลเสนเขียนบทความเกี่ยวกับการออกแบบเว็บให้อ่านฟรีที่ http://www.useit.com/alertbox/ แม้จะไม่ละเอียดเท่ากับหนังสือเขา แต่เนื้อหาในบทความเหล่านั้นล้วนแต่ดีๆ ทั้งนั้น เว็บของนีลเสนแทบไม่มีภาพกราฟิกอยู่เลย ไปดูได้ว่าเจ้าพ่อออกแบบเว็บไซต์มีเว็บที่หลายคนคงบอกว่าเชยจริงๆ แต่คนผู้นี้ล่ะที่สื่อดังๆ ให้สมญานามว่ารู้เรื่องการออกแบบเว็บมากที่สุดในโลก * ดูสารบัญ
เกี่ยวกับผู้เขียน Marie Tahir มารี ทาเฮอร์ ผู้อำนวยการด้านยุทธศาสตร์ของกลุ่มนีลเสนนอร์แมน Homepage Usability : Jakob Nielsen & Marie Tahir
Copyright © 2005 faylicity.com "ในฐานะที่ปรึกษา บริษัทต่างๆ มักขอให้เราวิจารณ์การออกแบบโฮมเพจในแง่ความสะดวกในการใช้งาน เมื่อได้วิจารณ์โฮมเพจมากเข้า เราได้เห็นแบบแผนและประเด็นที่ปรากฏชัดเจนจำนวนมากในโฮมเพจ โดยปกติแล้วเราคิดเงิน $10,000 ในการวิจารณ์โฮมเพจ ด้วยรู้ว่าหลายบริษัทไม่สามารถจ่ายค่าที่ปรึกษาในราคานี้ได้ เราจึงตัดสินใจแบ่งปันความรู้ของเราลงในหนังสือ" |
|
หยิบมาปัดฝุ่นล่าสุด ๑ เมษายน ๒๕๔๘ |