*home   ชั้นหนังสือ : ชวนไปรู้จัก
คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | ตอนแรก
 
bookEVERYTHING IS ILLUMINATED : Jonathan Safran Foer
read by O

Book Cover

ปีนี้มีนักเขียนหน้าใหม่สองคนในอเมริกาซึ่งเป็นที่กล่าวขวัญถึง เป็นปรากฏการณ์ที่มีส่วนทำให้หนังสือขายดีตีพิมพ์นับครั้งไม่ถ้วนทั้งที่หนังสือยังเป็นฉบับปกแข็ง นักเขียนสองคนนี้คือ อลิซ ซีโบลด์ผู้เขียน The Lovely Bones และโจนาทาน ซาฟราน ฟอร์ จาก Everything Is Illuminated

กล่าวได้ว่าตลาดปัจจุบันทำให้หนังสือกลายเป็นสินค้าที่มีความเสี่ยงสูง เนื่องจากเริ่มมีราคาแพงและมีนักเขียนมากมายในท้องตลาด ผู้บริโภคเริ่มเลือกไม่ถูก จะเลือกอ่านหนังสือใหม่สักทีอย่างกับเสี่ยงเซียมซี เพราะอัตราความเสี่ยงถูกกำกับชะตากรรมตั้งแต่ในใบเสร็จซึ่งส่วนใหญ่มีคำชัดเจนตอนต้นว่า Non Refundable & Non Exchangable ถ้าอ่านแล้วชอบก็ดีไปไม่เสียดาย แต่ถ้าพิมพ์แย่ไร้คุณภาพ อ่านแล้วไม่ชอบอย่างไรก็คืนไม่ได้ ต้องจำใจเก็บแล้วเก็บอีกเอาไว้ในกล่องลึกที่สุดในบ้าน อีกทั้งความชอบของคนอ่านแต่ละคนยังส่อความเป็นไปได้ว่าจะสวนทางกับการโหมโรงของนักวิจารณ์ และกลไกของคำโปรย (Blurb) ซึ่งเริ่มส่งผลกับการเลือกซื้อน้อยลงทุกวัน โดยเฉพาะเมื่อเราเคยผิดหวังมาก่อนเพราะเชื่อคนอื่น (เช่น โจนาทาน ฟรานเซน The Corrections) ดังนั้นการเลือกซื้อครั้งต่อไปจึงต้องพิจารณาอย่างดีว่าจะคุ้มค่า เราเลือกด้วยตัวเราเอง เราคือสิ่งที่เราอ่าน และถ้าผิดหวังอีก เราจะได้ไม่หาเรื่องไปโทษใคร...

โครงเรื่องในหนังสือเล่มนี้ฟังดูธรรมดา โดยตัวเอกคืออเล็กซานเดอร์ เพอร์ชอฟ หนุ่มชาวยูเครนซึ่งมีพ่อเป็นเจ้าของบริษัททัวร์ พ่อ (ชื่อเล็กซ์) ได้จ้างลูกเป็นล่ามเพราะเขาเป็นคนที่ใช้ภาษาอังกฤษดีที่สุดในบ้าน และจ้างปู่ (ชื่ออเล็กซ์เหมือนกันและเชื่อว่าตัวเองตาบอดต้องมีสุนัขนำทาง) เป็นคนขับรถพาเที่ยว ปฏิบัติการทัวร์ครั้งนี้คือการพาลูกค้าชาวยิวรายหนึ่งชื่อโจนาทาน ซาฟราน ฟอร์ (ชื่อนักเขียนเอง) ชาวอเมริกัน ไปค้นหาออกัสตินผู้หญิงปริศนาในรูปภาพที่เมือง Trachimbrod (ในหนังสือเป็นเมืองสาบสูญ) เพราะออกัสตินนั้นเคยช่วยชีวิตปู่ของฟอร์ให้หลบหนีจากพวกนาซีในตอนสงครามโลก เนื้อเรื่องที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไรนอกจากการค้นหาต้นตอของบรรพบุรุษ แต่ความหรรษาของหนังสือกลับอยู่ที่เสน่ห์ของการเขียนและน้ำเสียงของตัวละคร

Dear Jonathan,

I hanker for this letter to be good. Like you know, I am not first rate with English. In Russian my ideas are asserted abnormally well, but my second tongue is not so premium. I undertaked to input the things you counseled me to, and I fatigued the thesaurus you presented me, as you counseled me to, when my words appeared too petite, or not befitting. If you are not happy with what I have performed, I command you to return it back to me. I will presevere to toil on it until you are appeased.
.......
Guilelessly,
Alexander

อเล็กซ์เป็นตัวละครน่ารักและใช้ภาษาสื่อบุคลิกเด่นชัด เขาใช้คำอังกฤษบกพร่องผูกด้วยความเข้าใจของตัวเองจำนวนมาก อ่านแล้วอดหัวเราะไม่ได้ เช่น "manufacturing Z’s" (นอนหลับ) "being carnal" (มีเซ็กส์) "currency" (เงิน) เป็นต้น บทบาทของอเล็กซ์ในหนังสือคือรับผิดชอบเรื่องเล่าบทที่พาฟอร์ผจญภัยไปกับปู่และหมาในการตามหาเมืองทราชิมบรอดและออกัสติน กับบทที่คั่นด้วยจดหมายที่เขาเขียนหาฟอร์ในเรื่องเล่าที่เขาส่งไปรษณีย์ไปให้ ในทางกลับกันเราก็จะได้อ่านบทสลับที่ฟอร์เขียนคือประวัติศาสตร์ของบรรพบุรุษตั้งแต่สมัยโบราณ ซึ่งฟอร์เขียนเหมือนเทพนิยายโดยใช้ภาษาที่แตกต่างจากอเล็กซ์อย่างสิ้นเชิง ฟอร์ไม่มีน้ำเสียงแบบ Writer Prose เขาเป็นเพียงตัวละครที่อเล็กซ์เล่าถึง แต่ฟอร์ (นักเขียน)ได้แสดงการเขียนแบบ Literary Prose ผ่านตัวละครอย่างอเล็กซ์ Character Prose อเล็กซ์เป็นตัวละครที่สร้างอารมณ์ร่วมได้ดี เขาแสดงถึงความรักความชังที่มีต่อชีวิตอย่างอ่อนไหว ครั้งหนึ่งเขาเขียนบอกฟอร์ว่าเขาจะไม่อ่านตอนปู่ใจร้ายกับแม่สาวยิปซีให้อิกอร์น้องชายของเขาฟัง เพราะมันไม่ยุติธรรมกับปู่และเขาวิพากษ์วิจารณ์การเขียนของฟอร์อย่างเมามัน

ประวัติศาสตร์ของหมู่บ้านทราชิมบรอดถูกถ่ายทอดด้วยจินตนาการยอดเยี่ยมของนักเขียน เริ่มต้นขึ้นในปี 1791เมื่อเกิดอุบัติเหตุรถลากตกลงไปในแม่น้ำบรอด ทำให้ครอบครัวของทราชิม บีเสียชีวิต สิ่งเดียวที่รอดคือทารกเพศหญิงในครรภ์ของภรรยาทราชิมที่ลอยขึ้นมาเหนือน้ำ เด็กคนนี้จากการลงคะแนนเสียงของคนในหมู่บ้านได้มอบให้ ยานเคล ดี เป็นผู้เลี้ยงดู ยานเคลได้ตั้งชื่อ บรอด ตามแม่น้ำ ทราชิมบรอดเลยกลายเป็นชื่อหมู่บ้านซึ่งทุกปีจะมีวันเทศกาลทราชิมเดย์เพื่อรำลึก ที่สำคัญคือ บรอด ผู้สามารถจำแนกความเศร้าในสมุดบันทึกได้ถึง 613 ชนิดเป็นญาติรุ่นแรกของโจนาทาน ซาฟราน ฟอร์ ผู้ตามหา ฟอร์บรรยายเรื่องราวในหมู่บ้านอย่างสนุกสนานทั้งความเชื่อและความหลากหลายในตัวละคร เราได้อ่านสมุด The Book of Recurrent Dreams ซึ่งบันทึกเรื่องราวทางความคิดของชีวิตในหมู่บ้าน และ The Book of Antecedents ที่เล่าข้อเท็จจริงในประวัติศาสตร์ของหมู่บ้าน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้เราเห็นชั้นเชิงการใช้ภาษาและบวกอารมณ์ขันของนักเขียนอย่างเต็มที่ มีตอนหนึ่งฟอร์เล่าว่าคนในหมู่บ้านเชื่อว่าทุกคนเขียนหนังสือนิยายของตัวเองได้หนึ่งเล่ม ปีนั้นเลยเป็นปีที่มีนวนิยายมากเป็นประวัติศาสตร์ห้องสมุดของหมู่บ้าน

และสิ่งที่ดีที่สุดในเล่มนี้คือการเคลื่อนไหวใจคนอ่านให้เกิดความหลงรักในตัวละครและเนื้อหา ยิ่งเข้าใกล้ปีที่เกิดเรื่องของนาซีกับปู่ นักอ่านก็ได้แต่ใจหาย หนังสือเล่มนี้อาจไม่ดีที่สุดแต่ถือว่าดีมากสำหรับนักเขียนหน้าใหม่ เราได้อ่านหนังสือที่นักเขียนสามารถควบคุมการดำเนินเนื้อหาและโครงเรื่องเป็นหลัก โดยมีกลไกการใช้รูปแบบภาษาเป็นองค์ประกอบ หนังสือไม่ใช่งานศิลปะแห่งการใช้สีเลิศหรูดั่งคำที่ยอกย้อน ในโลกวรรณกรรมการดำเนินเรื่องถือเป็นหลักใหญ่ในการจูงใจนักอ่านเสมอ และภาษาไปช่วยตอกย้ำความจริงในข้อนั้น เพราะภาษาอย่างเดียวไม่ทำให้นวนิยายเล่มนั้นอยู่ได้ ยกเว้นว่านักเขียนคนนั้นคือจิตรกรที่มีพรสวรรค์แบบปิกัสโซ่ หรือจิตรกรคนนั้นเขียนสีได้อย่างศิลปะคำของเจมส์ จอยซ์ ที่หนักแน่นด้วยแก่นสารทั้งปวง (ถ้าจับประเด็นได้) Everything Is Illuminated ไม่ได้ทำให้ผิดหวังกับการอ่าน เรื่องนี้โปรดพิจารณาด้วยตนเองก่อนเชื่อน้ำคำคนเล่า เพราะความชอบเป็นเรื่องของหัวใจที่ต่างกันอย่างหนึ่ง แต่โจนาทาน ซาฟราน ฟอร์ เป็นนักเขียนที่ผสมผสานความสมัยใหม่ได้อย่างลงตัวในเรื่องที่กล่าวมาทั้งหมด

หมายเหตุคนอ่าน * Everything Is Illuminated ได้รับการคัดเลือกเป็นหนึ่งในสิบเล่มเข้าชิงรางวัลนักเขียนหน้าใหม่ Guardian First Book Award 2002 ในอังกฤษจากจำนวน 130 เล่ม เรื่องนี้แปลกประหลาดเพราะไม่ค่อยเห็นนักเขียนจากอเมริกันโผล่เข้ามาชิงรางวัลในอังกฤษ ข้าพเจ้าเชื่อว่าถ้าอังกฤษไม่ชาตินิยมมาก หนังสือก็จะได้รับการเข้าชิงรางวัลบุ๊กเกอร์ และอาจจะได้รับรางวัลในที่สุด ตอนนี้ถึงเวลาคืนหนังสือที่ยืมมาและไปซื้อมาเก็บได้อย่างเต็มใจเสียที

เกี่ยวกับผู้เขียน Jonathan Safran Foer โจนาทาน ซาฟราน ฟอร์ เกิดเมื่อปี 1977 เป็นชาวอเมริกันเชื้อสายยิว ปัจจุบันอายุ 25 ปี หนังสือเล่มนี้เริ่มจากทำธีสิสวิชาการเขียนกับ Joyce Carol Oates เมื่อตอนปีสองที่มหาวิทยาลัยพรินซตัน และเขียนจนจบขณะทำงานเป็นประชาสัมพันธ์ที่บริษัทแห่งหนึ่ง ปลายปีที่แล้วหนังสือถูกส่งไปยังสำนักพิมพ์สิบห้าแห่งเพื่อประมูลชิงลิขสิทธิ์ Houghton Mifflin ได้รับสิทธิ์พิมพ์ในฉบับปกแข็ง และฟอร์ได้รับเงินห้าแสนดอลลาร์ในเบื้องต้น ส่วนฉบับปกอ่อน HarperCollins จ่ายค่าลิขสิทธ์ให้เก้าแสนห้าหมื่นดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นจำนวนเงินที่สูงสำหรับนักเขียนหน้าใหม่ ฟอร์ยังอาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์เล็กๆ ที่เดิมในย่านควีน นิวยอร์ก กำลังสนุกกับการทำโครงการสะสมกระดาษเปล่า A4 ที่ใช้ในการเขียนของนักเขียนชื่อดังต่างๆ เป็นงานอดิเรก เขาจะนำมาใส่กรอบและติดชื่อไว้ทั่วห้อง และอยู่ในระหว่างเขียนนิยายเล่มที่สอง The Zelnick Museum หนังสือเล่มนี้ถูกซื้อลิขสิทธิ์ไปทำภาพยนตร์เรียบร้อยโดยนักแสดงในฮอลลีวูด Liev Schreiber ซึ่งกำลังทำบทดัดแปลงด้วยตนเอง

Everything Is Illuminated : Jonathan Safran Foer
ISBN: 0241141664 Hamish Hamilton, 288 pages, £14.99

From space, astronauts can see people making love as a tiny speck of light.Not light, exactly, but a glow that could be mistaken for light-a coitalradiance that takes generations to pour like honey through the darkness tothe astronaut's eyes….The glow is born from the sum of thousands of loves.

Jonathan Safran Foer . . . Everything Is Illuminated

Copyright © 2002 faylicity.com

คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | ตอนแรก

หยิบมาปัดฝุ่นล่าสุด  ๒๕ กันยายน ๒๕๔๕