* home   ชั้นหนังสือ : ชวนไปรู้จัก
คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | ตอนแรก
 
book IMPROBABLE : Adam Fawer
read by O

Book Cover

ในช่วงหนึ่งของชีวิตการอ่าน คนอ่านเคยก้มๆ เงยๆ เป็นสิงห์หนังสือประเภท "พลิกหน้าเร็ว" อ่านแหลกอยู่หลายปี ช่วงนั้นเป็นนักอ่านนิ้วกระดิก (คือนิ้วมีความถี่สูงในการรัวหน้ากระดาษให้ทันการเดินเรื่องแบบซอยเท้าถี่ยิบในเล่ม ดังนั้นนิ้วจึงอยู่ไม่สุข) และถ้าพบคนนิ้วไม่นิ่งในร้านหนังสือเมื่อไร เป็นอันว่าคนอ่านจะได้หนังสือกลับบ้านกองโตตามคำแนะนำของเพื่อนร่วมชะตากรรมเดียวกัน และวิธีนี้เองทำให้การอ่านมาถึงจุดอิ่มตัว เมื่อได้รู้จักหนังสือมากมายจนสามารถจดจำสไตล์ของนักเขียนแต่ละคนและหมดความตื่นเต้นในการติดตามต่อ เหมือนที่มีคนบอกว่ากริแชมไม่เคยเขียนหนังสือใหม่ได้ดีเท่ากับหนังสือห้าหกเล่มแรกของเขา เช่นเดียวกับไครช์ตันที่หมดมุขลงทุกวัน แพตเตอร์สันไม่รู้จะจับคู่สร้างมุขฆาตกรรมอย่างไร แล้วไหนจะสตีเฟน คิงอีกเล่า จะจริงหรือไม่ก็ตาม หนังสือของนักเขียนแบรนด์เนมยังขายดีแบบไม่ต้องโฆษณา ระยะหลังฮอลลีวูดช่วยย่นการอ่านด้วยการสร้างหนังที่นำมาจากหนังสือเล่มเดียวกัน คนอ่านรู้สึกว่าบางทีหมดเวลาของหนังสือแอคชันแล้ว เจสัน บอร์นในหนังนั้นสนุกและแสดงอิทธิฤทธิ์เอฟเฟ็คมากกว่าการอ่านหนังสือเสียอีก

Improbable เป็นหนังสือพลิกหน้าเร็วของนักเขียนหน้าใหม่ คนขายนิ้วกระดิกแนะนำให้ฟังหลังจากสบสายตาดื้อด้านของคนอ่านเข้าให้ เขาบอกว่าสนุก วางไม่ลง และเป็นหนังสือฉลาด ประการหลังทำให้สงสัยว่าเป็นอย่างไรหนอหนังสือฉลาด จะอ่านรู้เรื่องไหม เขาเอ่ยต่อไปอีกว่าเป็นนิยายเกี่ยวกับควอนตัมฟิสิกส์และคณิตศาสตร์ ความอยากฉลาดและอยากตื่นเต้นจึงตัดสินใจซื้อหนังสือแบบง่ายดาย

Improbable มีเนื้อเรื่องซับซ้อนมาก เปิดเรื่องด้วยสามตัวละครโดยผลัดกันนำคนละบท เดวิด เคน พระเอกของเรื่องเคยเป็นอาจารย์สอนเลขในมหาวิทยาลัย เขามีความสามารถพิเศษในการคิดเลขในหัว รวดเร็วและแม่นยำดุจคอมพิวเตอร์ เขากำลังใช้ความสามารถนี้ในการพนันทฤษฎี "ความน่าจะเป็น" จากไพ่ในมือคู่ต่อสู้ แต่เดวิดผู้ไม่ล่วงรู้อนาคตในวงไพ่ ติดหนี้จากการเล่นจนชีวิตไม่ปลอดภัย บทที่สองเป็นเรื่องของนาวา ซีไอเอสาวสวยคนเก่ง หัวขโมยความลับของรัฐเพื่อขายให้องค์การต่างประเทศ นาวากำลังโดนตามล่าในข้อหาส่งข้อมูลไม่ครบให้กับผู้ซื้อ ตัวละครที่สามเป็นดอกเตอร์ที่หลงใหลในงานวิจัยวิทยาศาสตร์ เขาล่อหลอกนักเรียนมาเป็นตัวทดลองทางเคมีเพื่อหาวิธีเพิ่มศักยภาพการรับรู้ทางสมองของมนุษย์

หนังสือเล่มนี้พูดถึงจักรวาลคู่ขนานเป็นประเด็นใหญ่ ถ้ามนุษย์คนหนึ่งล่วงรู้อนาคตจะเกิดอะไรขึ้นกับโลกใบนี้ เฟเวอร์ผูกตัวละครที่ดูไปคนละทางเข้าด้วยกันอย่างสนุกตื่นเต้นมาก หนังสือดำเนินรวดเร็วและเต็มไปด้วยรายละเอียด เขาเก่งในการบรรยายวิชาการเพื่อขยายความเป็นมาเข้าด้วยกันโดยไม่เสียจังหวะการเดินเรื่อง ซึ่งผิดกับ รหัสลับดาวินชี ที่มีคนนำมาเปรียบเทียบด้วย รหัสลับดาวินชี เล่าเวลากับประวัติศาสตร์สวนทางกัน ตัวละครเล่าเยิ่นเย้อยืดยาวมากขณะที่เวลาและแอคชันในเรื่องไม่ขยับไปถึงไหน ทั้งที่แดน บราวน์ใช้องค์ประกอบของเวลามาบังคับความคับขันของเรื่องให้เกิดภายในยี่สิบสี่ชั่วโมง แต่ รหัสลับดาวินชี สามารถกลบข้อด้อยด้วยเนื้อเรื่องน่าสนใจจนนักอ่านลืมเรื่องเหล่านั้น Improbable นี้งดงามกว่าในแง่ความเป็นไปได้ของโครงเรื่อง โดยเฉพาะการถ่ายทอดวิชาการที่ยากเย็นให้ฟังง่ายๆ อย่างควอนตัมฟิสิกส์ ทฤษฎีของจุง ทฤษฎีความน่าจะเป็น และทฤษฎีคณิตศาสตร์อีกหลายเรื่องซึ่งหาได้ยากในนิยายทริลเลอร์สมัยใหม่ เฟเวอร์ทำการบ้านและหาข้อมูลมาดีพอสมควร เรื่องที่อ่านจึงให้ความรู้และชวนบันเทิงจนวางไม่ลง

สิ่งที่คนอ่านชอบมากคือฉากแอคชันการตามล่าในหนังสือ คุณนึกออกไหม หลับตาแล้วเห็นภาพสโลโมชั่นของลูกกระสุนแบบในหนังเมตริกซ์เลยทีเดียว ฉากแต่ละฉากมีความสำคัญทุกวินาที ถ้าตัดสินใจผิดคืออนาคตเปลี่ยน และการตัดสินใจของคนคนหนึ่งอาจกระทบชีวิตมนุษย์อีกหลายคน การก้าวย่างของตัวละครจึงลุ้นระทึกทุกตอน มีรายละเอียดที่มากกว่าเขียนเพื่อจะเป็นบทภาพยนตร์อย่างหนังสือแอคชันในยุคนี้ และที่น่าชมเชยเพราะนี่เป็นหนังสือเล่มแรกของอดัม เฟเวอร์ ถึงมีข้อบกพร่องอยู่บ้าง เช่น การอธิบายตอนจบที่สมบูรณ์แบบเกินไป ก็ต้องปรบมือให้ในความพยายามและความสามารถในก้าวแรกของนักเขียนคนนี้

ไอน์สไตน์บอกว่าจินตนาการสำคัญกว่าความรู้ หลายคนอาจลืมไปว่าไอน์สไตน์หมายถึงจินตนาการสำคัญเมื่อความรู้นั้นแน่นและเก็บเกี่ยวมาแล้ว อดัม เฟเวอร์ กำลังพิสูจน์ให้เห็นถึงความสำคัญในวิชาความรู้และใช้จินตนาการให้เป็น หนังสือพลิกหน้าเร็วเล่มหน้า มีเราตามติดแน่นอน

เกี่ยวกับผู้เขียน Adam Fawer อดัม เฟเวอร์ จบปริญญาตรีและโทด้านเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเพนน์ซิลเวเนีย และจบ MBA จากโรงเรียนธุรกิจของสแตนฟอร์ด เฟเวอร์เคยทำงานให้บริษัทหลายแห่ง เช่น โซนี่มิวสิค, เจ พี มอร์แกน และล่าสุดที่ About.com ตอนเป็นเด็ก เฟเวอร์เคยเข้าออกโรงพยาบาลนานถึงสิบปีเพื่อรักษาโรคเกี่ยวกับกระจกตาซึ่งทำให้เขามองไม่ค่อยเห็น ในวัยนั้นเขาต้องอ่านหนังสือจากการฟังเทป ซึ่งนั่นเป็นการจุดชนวนให้เขาอยากเป็นนักเขียน แต่ความฝันของเฟเวอร์ก็ยังไม่ได้กระทำ จนเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา เขาพบว่า Stephanie Williams เพื่อนของเขาป่วยเป็นโรคมะเร็ง เฟเวอร์จึงตัดสินใจลาออกจากงานทำตามฝัน ชวนสเตฟานีมาเขียนหนังสืออย่างจริงจังโดยเจอกันที่สตาร์บัคส์ และ Improbable คือผลงานชิ้นแรกที่ยอดเยี่ยมของเขา ปัจจุบันผู้เขียนอาศัยอยู่ในเมืองนิวยอร์ก

Improbable : Adam Fawer
ISBN: 0060736771 William Morrow, 416 pages, $24.95

What’s it like? Schizophrenia I mean,” Caine said awkwardly realizing he had never asked his brother the question before. “What’s it feel like?”

Jasper shrugged his shoulders. “It doesn’t feel like anything. The delusions seem real. Natural, even obvious. Like it’s the most ordinary thing in the world that the government is spying on your thoughts or that your best friend is trying to kill you.” He didn’t say anything for awhile. “That’s why is so f** scary.”

Adam Fawer . . . Improbable

Copyright © 2005 faylicity.com

คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | ตอนแรก

หยิบมาปัดฝุ่นล่าสุด  ๑๖ มีนาคม ๒๕๔๘