* home   ชั้นหนังสือ : ชวนไปรู้จัก
คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | ตอนแรก
 
book JUST FOR FUN: Linus Torvalds, David Diamond
read by O

Book Cover

ลินุกซ์เป็นระบบปฏิบัติการที่คนหันมานิยมใช้เป็นจำนวนมาก มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ในปัจจุบันมีผู้ใช้ไม่ต่ำกว่าสิบสองล้านคนทั่วโลกหลังจากระยะเวลาสิบปีที่มีการค้นคิด ลินุกซ์ถูกนำไปใช้ในเครื่องเวิร์กสเตชัน พีซี แอปเปิล ปาล์มทอป เครื่องเกมเพลย์สเตชันของโซนี่ และลินุกซ์ไปไกลถึงสถานีอวกาศนอกโลกของนาซ่า คำถามคือ ทำไมระบบลินุกซ์จึงเป็นที่นิยม คนอ่านตอบในฐานะผู้บริโภคสุดท้าย (end user) คงเพราะลินุกซ์นั้นฟรี (ถ้าคุณดาวน์โหลดได้หมดจากอินเทอร์เน็ต หรือเสียเงินไม่มากกับการซื้อชุดดิสทริบิวชันที่มีบริษัทต่างๆ รวบรวมไว้ให้) ลินุกซ์ใช้ง่ายมากขึ้นทุกทีจากหน้าจอกราฟิกอินเทอร์เฟสที่ใช้รูปเป็นสื่อ ไม่ต่างจากโปรแกรมหน้าต่างของนายประตู และที่สำคัญคือคนอ่านเริ่มเบื่อระบบหน้าต่างผูกขาดแบบไม่มีทางเลือก รวมไปวิธียัดเยียดโปรแกรมโดยไม่คำนึงถึงคนใช้ เป็นระบบปฏิบัติการที่ใช้ทรัพยากรได้อย่างรกรุงรัง น่าเบื่อ และพร้อมจะมีเสถียรภาพน้อยลงตลอดเวลา

หนังสือเล่มนี้เขียนโดยผู้สร้างระบบปฏิบัติการลินุกซ์คือนายลินุส โทร์วัลดส์ ความน่าสนใจคือเขาคิดระบบนี้เพราะอะไรและทำอย่างไรในตอนเริ่มต้น การได้ฟังเขาเล่าด้วยตัวเองจึงเป็นเรื่องสนุก เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เขาจะเล่าชีวิตในวัยเด็กและความคิดในเรื่องลินุกซ์ แต่ก่อนอื่นขอเล่าถึงลินุกซ์แบบอ่านกันเองอีกนิด

ลินุกซ์เป็นระบบปฏิบัติการที่พัฒนามาจากระบบยูนิกซ์ (Unix) เขียนขึ้นจากภาษา C ยูนิกซ์เริ่มต้นพัฒนาในบริษัท AT&T เราในฐานะผู้ใช้ระดับสุดท้ายไม่ค่อยมีโอกาสเห็นระบบนี้เท่าไหร่ เพราะสมัยก่อนยูนิกซ์จะอยู่ในเครื่องเวิร์กสเตชันราคาแพงตามองค์กร หน่วยงานรัฐบาลหรือตามมหาวิทยาลัยต่างๆ และเป็นระบบที่ใช้ค่อนข้างยาก เพราะใช้ command line ด้วยการพิมพ์คำสั่งทีละบรรทัด หน้าตาเหมือนดอส (Dos) จอดำในสมัยก่อน จะใช้อะไรทีก็ต้องคอยนึกคำสั่งซึ่งยุ่งยากเกินไปสำหรับเรา แต่ความดีของยูนิกซ์คือเป็นระบบที่มีประสิทธิภาพสูงทำงานได้หลายอย่างและหลายคนพร้อมๆ กัน ยูนิกซ์จึงถูกนำมาใช้ในเครื่องอินเทอร์เน็ตเซอร์เวอร์ และถูกนำไปพัฒนาในการเขียนโปรแกรมต่างๆ ส่วนระบบปฏิบัติการที่เราคุ้นเคยกันดี เป็นระบบแบบที่มี Graphic User Interface มีรูปภาพให้คลิกเป็นทางลัดไปถึงคำสั่ง ไม่ต้องจดจำอะไรจึงเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้งานอย่างมาก โปรแกรมประเภทนี้จึงเป็นที่นิยมแพร่หลาย

ในปัจจุบันลินุกซ์เป็นระบบที่อยู่ตรงช่องว่างระหว่างระบบทั้งสองข้างบนพอดี เพราะสร้างมาจากระบบยูนิกซ์ ที่เรียกว่า Unix Clone สามารถทำงานในระดับสูงแบบที่โปรแกรมเมอร์ใช้ และในระดับสุดท้ายที่เราใช้ คือมีกราฟิกอินเตอร์เฟสโดยใช้แนวคิดแบบ X-Windows ซึ่งเริ่มใช้ง่ายขึ้นเรื่อยๆ โดยที่ผู้ใช้เรียนรู้ได้ด้วยตนเองแม้ไม่มีความรู้มาก่อน เป็นระบบจำลองยูนิกซ์ที่ใช้ในเครื่องพีซีธรรมดาตามบ้านได้ ที่คนอ่านชอบคือวิธีที่เราเอาเครื่องรุ่นเก่าที่หน้าต่างรุ่นใหม่รองรับไม่ไหวแล้วเพราะโหลดตัวเองไม่ขึ้น มาใส่ระบบลินุกซ์ทดลองเล่นศึกษาในราคาที่ทุกคนมีได้ ลินุกซ์ถูกจดเป็นโปรแกรมแบบ Free Open Source หมายถึงผู้สร้างอนุญาตให้แจกจ่ายใช้ฟรี แถมยังให้ source code ซึ่งเป็นภาษาต้นฉบับโปรแกรมอย่างเปิดเผย ทำให้ผู้อื่นนำไปพัฒนาปรับปรุงเพิ่มเติมได้ โดยที่ถ้าแก้ไขในส่วนเคอร์เนลที่เป็นหลักของโปรแกรมก็ต้องแจ้งให้ผู้สร้างทราบ เพราะลินุสเป็นผู้ถือลิขสิทธิ์เพื่อต้องการดูแลระบบให้ไปในทิศทางเดียวกัน ถ้าเขาเห็นด้วยเขาจึงจะนำไปปรับปรุงและแจกจ่ายเคอร์เนลนั้นด้วยตนเองต่อไป ลินุกซ์จึงเป็นโปรแกรมที่คนทั้งโลกช่วยกันเขียนช่วยกันพัฒนาส่วนต่างๆ มีการเขียนโปรแกรมอื่นเพื่อรองรับการใช้งานที่กว้างขวางขึ้นเรื่อยในแต่ละประเทศ อย่างในประเทศไทย มีระบบลินุกซ์ทะเล (Linux TLE) เป็นดิสทริบิวชันในภาษาไทยพัฒนาโดยเนคเทค และมีลินุกซ์ไทยอื่นอีก หรือโปรแกรมเฉพาะทาง เช่นโปรแกรมออฟฟิซปลาดาวซึ่งเป็นประเภทจัดการเอกสาร เป็นต้น ลินุกซ์จึงเป็นทางเลือกใหม่สำหรับการพัฒนาเทคโนโลยีให้คนทุกระดับอย่างแท้จริง

ลินุส โทรวัลดส์ เป็นชาวฟินแลนด์เมืองแสนหนาว เขาเกิดเมื่อปี 1969 ในครอบครัวที่พ่อกับแม่แยกกันเมื่อตอนเขายังเด็ก เขาบอกว่าพ่อเป็นพวกคอมมิวนิสต์นิยมเพราะชอบไปรัสเซีย คุณตาเป็นศาสตราจารย์ทางสถิติเคร่งครัดวิชาการในมหาวิทยาลัยเฮลซิงกิ ดังนั้นถ้าเขาจะมีนโยบายเปิดเผยกับลินุกซ์แบบนี้ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด ลินุสเล่าเรื่องครอบครัวได้น่ารักดี เขายอมรับว่าเป็นคนขี้อายมาก มีจมูกโตเกินเหตุจนต้องใส่แว่นเพื่อลดความเด่น ชอบอยู่โดดเดี่ยวและมีความทรงจำแย่มากเวลาเล่าเรื่องความรู้สึก เรื่องความสัมพันธ์กับคนอื่น แม้แต่กับคนในครอบครัว สิ่งเดียวที่เขามีสัมพันธ์ด้วยคือคอมพิวเตอร์ของคุณตา ครอบครัวของเขาค่อนข้างอบอุ่นแม้ดูเหมือนต่างคนต่างไม่สนใจกัน ลินุสอยู่กับแม่ ซาร่าน้องสาวนั้นแยกไปอยู่กับพ่อตอนโตเพราะขี้เกียจทะเลาะกับเขา แม่กับน้องสาวชอบล้อลินุสเสมอว่า เด็กคนนี้เลี้ยงง่ายให้อยู่ในตู้เสื้อผ้ามืดมืด คอยส่งอาหารให้ก็อยู่ได้แล้ว

ความสุขของลินุสตอนเด็กเป็นเวลาที่อยู่กับคุณตา คอยเล่นเครื่องคิดเลขด้วยความทึ่งในกลไกของมัน จนเขาอายุสิบปี คุณตาซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์สำหรับใช้ตามบ้านในยุคแรก Commodore VIC-20 โดยเสียบเข้ากับทีวี จะมีตัวหนังสือปรากฏที่หน้าจอโล่งๆ ว่า Ready เพื่อรอคำสั่งจากผู้ใช้งาน และสิ่งเดียวที่ทำได้คือการใช้ภาษา BASIC กับเครื่อง คุณตาเอามาใช้แทนเครื่องคิดเลข ใช้ในวิชาสถิติเหมือนเวลาอยู่ที่ทำงานที่ใช้คอมพิวเตอร์ตัวใหญ่ ลินุสถูกจับให้นั่งตักและเป็นคนคอยพิมพ์ภาษาโปรแกรมเข้าไปในเครื่อง ทำให้เขาคุ้นเคยกับคียบอร์ด เริ่มชอบวิชาเลข หัดอ่านคู่มือการใช้ตั้งแต่อายุยังน้อย นี่เป็นสิ่งที่เขาปฏิบัติทุกวันหลังเลิกเรียน จนเริ่มพิมพ์โปรแกรมตัวอย่างจากหนังสือ เกมส์ และหัดเขียนโปรแกรมแรกเองเหมือนที่คนอื่นเริ่มเขียน

10 PRINT "HELLO"
20 GOTO 10

โปรแกรมจะแสดงผลด้วยข้อความ HELLO ที่หน้าจออย่างต่อเนื่องจนกว่าคนใช้จะเบื่อ สิ่งน่าสนุกคือเราแก้ไขโปรแกรมได้ตามใจนึก ซาร่าทึ่งโปรแกรมของพี่ชายมาก เธอแนะนำโปรแกรมที่สองที่เขาควรเขียนคือให้พิมพ์คำว่า SARA IS THE BEST บนหน้าจอ

หนังสือเล่าเรื่องโดยละเอียดถึงสภาพแวดล้อมในประเทศฟินแลนด์ ครอบครัวของเขาเป็นชาวฟินแลนด์ที่ใช้ภาษาหลักคือภาษาสวีดิชเพราะบรรพบุรุษอพยพมาจากสวีเดน บรรพบุรุษเครือญาติส่วนใหญ่อยู่ในสายงานของการใช้ภาษา เป็นนักข่าว อาจารย์ บรรณาธิการ กวี แม้แต่ซาร่าก็เป็นนักแปล (ลินุสบอกว่าเขาจ้างเธอแปลหนังสือเล่มนี้เป็นภาษาสวีเดน หนังสือเขียนโดยใช้ภาษาอังกฤษ) ไม่มีใครเกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์เลย เขาเก่งวิชาเลข และได้รางวัลเป็นเงินทุนเสมอในแต่ละชั้นทำให้เขาสะสมเงินซื้อคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ ฟินแลนด์เป็นประเทศที่ลินุสบอกว่าสนับสนุนการศึกษาและเทคโนโลยีอย่างดียิ่ง ขอให้เด็กชอบเรียนหนังสือก็ให้เรียนฟรีและอยู่ในแวดวงวิชาการอย่างที่อยากจะเรียน ลินุสรับมรดกเครื่องคอมมาโดของคุณตามาหลังจากที่คุณตาเสีย เขาเลยเริ่มใช้ชีวิตอยู่หน้าจอแต่นั้นมา

ระบบปฏิบัติการลินุกซ์เกิดขึ้นมาได้อย่างไร ลินุสเข้าเรียนมหาวิทยาลัยเฮลซิงกิสาขาคอมพิวเตอร์ ในปี 1990 ซึ่งมีนักเรียนน้อยมากในภาคที่พูดภาษาสวีดิช และมีคนน้อยลงไปอีกที่สนใจในเครื่องแบบคอมมาโด และ Sinclair QL (เขาเก็บเงินซื้อและกู้เงินพ่อตอนอายุ 16 ปี) เขาเริ่มเขียนโปรแกรมเป็นเครื่องมือควบคุมระบบเล็กๆ น้อยๆ เป็นวิธีดัดแปลงสำหรับการใช้เครื่องเอง เนื่องจากมีทรัพยากรฮาร์ดแวร์อยู่น้อยและบางอย่างก็แพงเกินไปสำหรับเด็กอย่างเขา ที่สำคัญคือหาซื้อยากเพราะฟินแลนด์นั้นห่างไกลต้องรอเมล์นานกว่าจะมาจากประเทศอังกฤษ ลินุสจึงรู้จักคุณค่าพอสมควรกับสิ่งที่เขามี หนังสือเล่มที่ทำให้เขาสนใจในระบบปฏิบัติการเรียบง่ายแต่สง่างามแบบยูนิกซ์คือ Operating Systems: Design and Implementation ของแอนดรูว์ ทาเนนบอม (Andrew S. Tanenbaum) ซึ่งในหนังสือมีการพูดถึงระบบ Minix ซึ่งเป็นยูนิกซ์ตัวเล็กจำลองให้ใช้ลงเครื่องชนิดอื่นๆได้ นี่จึงเป็นเหตุให้เขาอยากได้คอมพิวเตอร์ตัวที่สาม คอมพิวเตอร์พีซี 386 ไม่มียี่ห้อ แต่เขาไม่มีเงินพอเพราะราคาสูงถึง 3,500 เหรียญ เขาจึงใช้วิธีดาวน์เงินหนึ่งในสามและผ่อนคืนในระยะยาว

โปรแกรมแรกที่เขาทำคือ Terminal Emulation เขาแก้ไขจากระบบมินิกซ์ ซึ่งทำให้เขาเชื่อมต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์ในมหาวิทยาลัย ลินุสไม่ได้ตั้งใจจะทำระบบปฏิบัติการในตอนแรก เพราะมันใหญ่โตเกินไปและต้องใช้ความรู้ความสามารถมาก แต่เขาทำด้วยความสนุกจน Terminal Emulation เริ่มแตกสาขาแผ่ขยายกิ่งก้านออกมาดั่งรากต้นไม้ เขาทำคนเดียวและไม่มีใครรู้ว่าเขาทำอะไร จนกระทั่งเขาเริ่มอยากได้ฟีดแบ็กจากคนอื่น เริ่มอยากทราบว่าเวลาใช้กับเครื่องอื่นแล้วต้องแก้ไขปรับปรุงอย่างไร ทั้งหมดนี้เขาทำในระบบมินิกซ์กับคอมไพเลอร์ GCC ในแบบฉบับของเขาเอง อาจารย์ในมหาวิทยาลัยอนุญาตให้เขาโหลดโปรแกรมไปไว้ที่ ftp เซอร์เวอร์และเริ่มให้คนอื่นทดลองใช้

โครงการทำเล่นนี้คงจะจบสิ้นลงในปลายปี 1991 ถ้าไม่เกิดเหตุการณ์ที่เขาเผลอทำลายข้อมูลในฮาร์ดดิสก์ส่วนที่เป็นมินิกซ์ ซึ่งทำให้เขาโหลดระบบลินุกซ์ไม่ได้ กับได้รับเมล์จำนวนมากจากคนนำไปทดลองใช้ นี่เองทำให้เขาเขียนระบบปรับปรุงขึ้นมาใหม่โดยให้ลินุกซ์โหลดตัวเองโดยไม่ต้องพึ่งระบบอื่น ลินุสอายุเพียง 22 ปีตอนนั้น ความน่ารักอย่างหนึ่งคือพอเริ่มมีคนใช้เยอะขึ้นและพบว่าลินุสแจกฟรีไม่คิดค่าอะไรเลย คนใช้เหล่านั้นจึงเรี่ยไรเงินเพื่อปลดหนี้คอมพิวเตอร์ให้เขา ลินุสไม่รู้หรอกว่าสิ่งที่เขาทำขึ้นเพื่อความสนุกกำลังจะเปลี่ยนแปลงโลกในเวลาถัดมา

หนังสือเล่มนี้เล่าอีกหลายประเด็นที่อ่านเพลิดเพลิน ละเอียดในแง่วิธีคิดของผู้ประดิษฐ์คิดค้น ขณะเดียวกันก็แสดงวิสัยทัศน์ทางเทคโนโลยีแบบนักวิทยาศาสตร์ พูดถึงปรัชญา Open Source และ Intellectual Property พูดถึงอนาคตของโลกคอมพิวเตอร์ (เพราะเดวิดซึ่งเป็นบรรณาธิการหนังสือเล่มนี้บอกแกมบังคับว่าต้องมีหนึ่งบทเกี่ยวกับเรื่องนี้) เขาเล่าประสบการณ์ที่ต้องไปตามงานต่างๆ เล่าถึงชีวิตครอบครัว ภรรยากับลูก ความเป็นอยู่ในปัจจุบัน บางทีเขาก็ปากจัดกับคนในวงการ หรือบางทีเขาก็รำคาญนักข่าวที่คอยมาถาม เขาแสดงให้เห็นถึงชีวิตแสนธรรมดา ช่างคิด สิ่งที่เขาทำทั้งหมดในชีวิตคงเหมือนกับชื่อหนังสือคือ Just For Fun

เกี่ยวกับผู้เขียน Linus Torvalds ลินุส โทร์วัลดส์ เป็นชาวฟินแลนด์ อายุ 33 ปี ทำงานเป็นโปรแกรมเมอร์อยู่ที่ Transmeta ในซิลิกอน วัลเล่ย์ ซึ่งเป็นบริษัทที่ไม่เกี่ยวกับลินุกซ์แต่ประการใดแต่เขาได้รับอนุญาตให้ดูแลลินุกซ์ต่อได้ทั้งในและนอกเวลาทำงาน ลินุสใช้ลินุกซ์หลายดิสทิบิวชันแบบรักพี่เสียดายน้อง ลินุกซ์ไม่ได้ทำให้เขาร่ำรวย นอกจากมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้กับครอบครัว ปัจจุบันเขาอยู่มีบ้านที่ซานโฮเซ่ แคลิฟอร์เนีย มีภรรยาและลูกซนๆ อีกสามคนพร้อมแมวตัวโปรด แรนดี้ อายุ 11 ปีซึ่งนำมาเลี้ยงตอนลินุกซ์เกิด เขาเล่าเรื่องน่าสนใจเรื่องหนึ่งว่า เขาเป็นโปรแกรมเมอร์ที่ไม่เคยอดนอน เขานอนเต็มที่ ตื่นมาตอนเช้าและใช้เวลาที่เหลือกับคอมพิวเตอร์ทั้งวัน สำหรับโลโก้นกเพนกวินน่ารักนั้นมาจากการที่เขาไปเที่ยวสวนสัตว์ ชอบตรงดิ่งไปเล่นจนถูกนกเพนกวินกัด

David Diamond เดวิด ไดมอนด์ เป็นบรรณาธิการชาวอเมริกัน เขียนบทแทรกบางตอนเกี่ยวกับลินุกซ์ในหนังสือ เป็นคอลัมนิสต์ให้ New York Times, Wired รับบทหนักในการหัดให้ลินุสไปออกกำลังกายในแคลิฟอร์เนีย

Just for Fun: The Story of an Accidental Revolutionary : Linus Torvalds, David Diamond
ISBN: 0066620732 Harpers, 288 pages, $14.95

เอามัน ลินุส โทร์วัลดส์ แปลโดย eS_U มติชน ๒๕๔๖

My heart was in my throat when he was growing up: How on Earth was he going to meet any nice girls that way?-Anna Torvalds

Linus Torvalds . . . Just for Fun

Copyright © 2002 faylicity.com

คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | ตอนแรก

หยิบมาปัดฝุ่นล่าสุด  ๑ สิงหาคม ๒๕๔๕