* home   ชั้นหนังสือ : ชวนไปรู้จัก
คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | บางตอน
 
book JIMMY CORRIGAN : The Smartest Kid on Earth : CHRIS WARE

Bookเราอาจแนะนำหนังสือสักเล่มให้ใครสักคนด้วยเหตุผลต่างๆ นานา อย่างเช่น หนังสือเขียนดี หนังสือน่าสนใจ หรือหนังสือเล่มนั้นเล่าความได้มีชีวิตชีวา ตัวละครในเล่มโดดเด่นน่าประทับใจ ซึ่งถ้าหากถามว่าหนังสือเล่มนี้ดีเด่นอย่างไรจึงควรค่ากับการแนะนำอย่างสุดจิตสุดใจ คำตอบนั้นเป็นเพราะว่า Jimmy Corrigan เป็นหนังสือภาพที่ดีที่สุด น่าประทับใจที่สุด อีกทั้งยังค้างความรู้สึกไว้กับใจผู้อ่านได้ฝังใจที่สุดเล่มหนึ่ง ใครที่ได้อ่านหนังสือเล่มนี้น่าจะพบว่ามีร่องรอยความอ้างว้างอย่างลึกซึ้งที่หนังสือเล่มนี้ฝากไว้ในใจเรา ซึ่งเป็นร่องรอยที่ติดตราได้ยาวนาน อาจจะนานได้ชั่วชีวิต

หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือภาพ หรือที่เรียกว่า Graphic novel   ที่เล่าความด้วยภาพดังการ์ตูน แต่จะต่างกับการ์ตูนก็ตรงที่มีเนื้อหาสำหรับให้ผู้ใหญ่อ่าน และเล่าความได้ดุจดังเป็นวรรณกรรมหนึ่งเล่มด้วยตัวของมันเอง ตัวละครเอกในเรื่องคือ จิมมี่ คอร์ริแกน ดังชื่อเรื่อง เนื้อหาในเล่มเล่าความเกี่ยวข้องกับสี่ชั่วอายุคน ตั้งแต่ จิมมี่ปัจจุบัน ไปถึงพ่อ ปู่ และทวดของเขา

จิมมี่ปัจจุบันของเราไม่ใช่เป็นเด็ก และไม่ได้เป็นเด็กที่ฉลาดที่สุดในโลกดังชื่อเรื่อง คนอ่านจะได้รู้จักจิมมี่ในวัย 36 ที่โดดเดี่ยว แปลกแยกกับสังคมอย่างที่สุด จิมมี่ไม่มีเพื่อน เขามีชีวิตที่ว่างเปล่าแสนน่าเบื่อหน่าย ทำงานที่ปราศจากความท้าทาย โต๊ะทำงานของเขายังกั้นด้วยคอก ซึ่งคอกทำงานที่ปราศจากความหมายของเขายังอยู่ติดกับห้องน้ำชายอีกด้วย จิมมี่ไม่มีคนรัก แม้เขาจะแอบหลงรักสาวที่ทำงานคนหนึ่ง ซึ่งไล่ตะคอกเขาอยู่ทุกครายามได้สนทนา จิมมี่มีแต่ความกังวลในใจ และปรารถนาจะเอาอกเอาใจผู้คนอย่างถึงที่สุด เขาอยากให้ใครๆ ชอบเขา เขากังวลว่าผู้คนจะไม่ชอบเขา และหากคุณได้คุยกับเขา ก็จะพบว่าทุกประโยคสามัญธรรมดาของเขามาพร้อมกับอาการตะกุกตะกักไม่มั่นใจอยู่เสมอไป และคงสังเกตได้ว่าจิมมี่ดูแก่กว่าวัยไปมากโข เขาดูเป็นเด็กที่ไร้วุฒิภาวะในร่างชายวัยกลางคนที่หมดหวังว่าจะเจริญงอกงามไปในทางใดได้ โดยรวมแล้ว จิมมี่เป็นคนขี้แพ้ของสังคมคนหนึ่ง เป็นตัวตลกที่ใครจะหัวเราะเยาะ หรือซ้ำร้ายกว่านั้น เขาคือคนที่ไม่มีความหมายกับใครเลย เป็นคนที่ผ่านไปโดยคุณจะไม่สังเกตไยดี เป็นชีวิตที่ไม่มีค่าควรแก่การใส่ใจ

จิมมี่ไม่เคยมีพ่อ ไม่เคยรู้จักพ่อ หากจิมมี่จะมีสังคมเกี่ยวข้อง สังคมของจิมมี่คือการโทรศัพท์คุยกับแม่ (ที่ครอบงำบงการชีวิตเขา) อย่างน้อยวันละครั้ง แต่แล้วในวันหนึ่งจิมมี่ก็ได้รับจดหมายจากบิดาพร้อมตั๋วเครื่องบิน บอกให้เขาเดินทางไปพบที่มิชิแกน คนอ่านคงพอนึกดูได้ว่าหัวใจของจิมมี่จะสับสนทุกข์ทนเพียงใด แต่จิมมี่ตัดสินใจเดินทางไป ซึ่งเรื่องต่อจากนี้บอกเล่าให้เราได้ทราบความสัมพันธ์ระหว่างเขาและบิดาที่ไม่เคยพบหน้า

Bookเนื้อเรื่องในเล่มนี้เล่าโดยไม่เป็นไปตามลำดับเวลา แต่มีย้อนหลังไปในอดีตอยู่เสมอ อีกทั้งเนื้อเรื่องยังได้เล่าเรื่องของปู่ของจิมมี่พร้อมกันไปด้วย (ปู่และพ่อของจิมมี่ ล้วนมีชื่อเดียวกันว่า จิมมี่) ปู่ของจิมมี่ในวัยเด็กเป็นเด็กที่แปลกแยกจากสังคมไม่ต่างจากจิมมี่ ปู่ของเขาไม่มีแม่ แต่อยู่กับพ่อที่บงการชีวิตเขาและดุด่าว่ากล่าวเด็กน้อยเสมอๆ ส่วนแม่นั้นเสียชีวิตตอนคลอด (ปู่ของจิมมี่จึงยิ่งรู้สึกผิดในใจมากยิ่งขึ้นไปเมื่อรู้ว่าการเกิดของเขาทำให้แม่ตาย) ปู่ของจิมมี่ในวัยเด็กถูกกลั่นแกล้งที่โรงเรียน เป็นเด็กแปลกน่าหัวเราะ และมีความเศร้าและไม่มั่นใจถมทับในใจอย่างลึกซึ้ง

เนื้อเรื่องเหล่านี้สอดร้อยประสานกันไปได้อย่างมีเสน่ห์มาก ด้วยการเขียนที่ดีและภาพที่สวยมากของคริส แวร์ ภาพของเขาเป็นงานศิลป์ที่งดงามในรายละเอียด การเล่าเรื่องของเขามักเป็นการใช้แว่นขยายส่องให้เห็นรายละเอียดเล็กน้อยของสิ่งไม่สำคัญในฉาก ดังนั้นในหน้าหนึ่งๆ จีงมีเฟรมเล็กๆ จำนวนมากที่เล่าเรื่องให้คนอ่านต้องพินิจในรายละเอียดเล็กๆ เหล่านั้น แต่บางทีจู่ๆ เขาก็จะทำให้คนอ่านไม่ทันตั้งตัว ด้วยการเผยภาพใหญ่โตของภูมิประเทศที่จะทำให้ผู้อ่านตกตะลึงกับความอลังการในภาพนั้น ภาพวาดของเขาสวยน่าทึ่งไปหมดทุกฉากทุกตอน และเผยว่าศิลปินใส่ใจกับรายละเอียดเล็กน้อยมากเพียงใด แวร์ใช้เวลาเจ็ดปีในการสร้างการ์ตูนเรื่องนี้ขึ้น และผลงานของเขาน่าตื่นตาตื่นใจยิ่งนัก อาจกล่าวได้ว่าไม่เคยมีการ์ตูนเรื่องใดมาก่อนที่จะเล่าเรื่องด้วยภาพได้รุ่มรวยเช่นนี้ มีบางคนบอกว่านักวาดการ์ตูนบางคนอาจจะนึกเลิกวาดไปเลยเมื่อได้เห็นงานเขียนของแวร์ คำกล่าวนี้ไม่ได้เกินจริงเลยแม้แต่น้อย ดุจเดียวกับที่กวี เจ.ดี. แมคแคลทชี กล่าวว่า "คริส แวร์คือเอมิลี ดิคเคนสันในโลกการ์ตูน"

ภาพวาดการ์ตูนที่งดงามมากของแวร์กลับมีรอยเสียดสีอยู่ในทุกหน้า ด้วยเรื่องราวในนี้บอกเราว่าความสวยงามและไร้เดียงสานั้น ไม่ได้ง่ายดายหรือสุขสมเสมอไปในชีวิตจริง ความเศร้าหมองอย่างที่สุดนั้นอยู่ในภาพที่สวยสดงดงามได้ หากเพียงผู้ชมจะใส่ใจในรายละเอียดก็จะทราบว่าความจริงนั้นไม่ใช่สิ่งที่เห็น

สีสันในหนังสือเล่มนี้ก็สวยน่าประทับใจ ด้วยโทนสีนับไม่ถ้วน ทั้งอารมณ์สดใส แจ่มจรัส เศร้าหมอง แต่ละหน้าของการ์ตูนเล่มนี้เป็นงานศิลป์ได้ด้วยตัวของตัวเอง เท่านั้นยังไม่พอ แวร์ได้เสนอการเล่าความแนวใหม่ที่หลุดพ้นจากการเล่าเรื่องของการ์ตูนแบบเดิมๆ มีทั้งการตีความในความฝัน ในจินตนาการแฟนตาซีของตัวละคร แวร์สามารถอธิบายที่มาที่ไปของตัวละครหลายตัวได้สรุปรวมในหน้าเดียว โดยรวมความตั้งแต่วัยทารกของแต่ละคนจนไปถึงวัยชรา หรือเขามีวิธีการเล่าโดยบรรยายความหมายของศัพท์คำหนึ่ง ดังเป็นพจนานุกรม แต่ความหมายต่างๆ กันทั้งหมดของศัพท์คำเดียวนั้นเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนั้นได้ครบถ้วน เขามีอารมณ์ขันในการเล่า และใส่สิ่งเสียดสีลงในเรื่อง หรือแม้แต่ใส่สิ่งไร้สาระ (ที่ดีมาก) ลงไป เช่น หลายตอนในเล่มชักชวนให้คนอ่านตัดกระดาษไปทำเป็นการ์ดสะสม หรือสร้างโมเดลจำลองของบ้านเรือน พร้อมคำอธิบายที่ตลกเสียดสีมากๆ

นอกจากภาพสวยแล้ว ภาษาการเล่าความของแวร์ก็สมบูรณ์แบบ ด้วยการใช้ภาษาดีเล่าความให้คนดูใจหายได้ลึกซึ้งด้วยคำไม่กี่คำ หลายตอนในเรื่องแสดงให้เห็นภาษางดงามราวบทกวีของแวร์ ซึ่งเมื่อประกอบกับภาพที่มีความหมายแล้ว ก็ทำให้คนอ่านหัวใจสลายได้อย่างราบคาบ โดยเสมือนว่าไม่ต้องใช้ความพยายามอันใดเลย

แวร์กล่าวถึงความเดียวดายว่า "เป็นสภาวะถาวรของคนเราทุกคน แม้ว่าจะมีความพยายามลดทอนหรือกลบเกลื่อนความโดดเดี่ยวได้หลายวิธี เช่น การแต่งงาน การมีเพศสัมพันธ์ การเล่นเกมส์ วรรณกรรม ดนตรี กวี โทรทัศน์ หมวกปาร์ตี้ ขนมหวาน ฯลฯ แต่ความเดียวดายนั้นไม่อาจแก้ไขได้" หนังสือเล่มนี้เล่าความรู้สึกเดียวดายได้มีพลังมาก และเล่าด้วยความผูกพันอันลึกซึ้งที่จะทิ้งค้างความใจหายอ้างว้างในใจคนอ่านได้มาก หนังสือเล่มนี้จะกระทบใจผู้อ่านได้ต่างๆ กันไป แต่น่าจะเป็นงานเขียนที่ติดตราชิ้นหนึ่ง

แต่ในความเดียวดายนั้นก็ยังมีความหวัง หนังสือเล่มนี้จบลงด้วยความหวังว่าจิมมี่ปัจจุบันจะได้มีความสุข (ในขณะเดียวกัน ก็ทิ้งความน่าหวาดหวั่นอีกประการหนึ่งของความสัมพันธ์พ่อลูกในอนาคตไว้พร้อมกันด้วยเช่นกัน)

หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่จะอ่านได้ครั้งแล้วครั้งเล่า ดังนั้นอยากจะขอแนะนำให้พิจารณาซื้อฉบับปกแข็ง ด้วยฉบับปกอ่อนที่หนามากจะทำให้หน้าปกหลุดออกมาได้ตั้งแต่การอ่านเที่ยวแรก คนอ่านคนนี้ซื้อฉบับปกอ่อน แต่ก็คิดว่าจะต้องหาซื้อปกแข็งมาเก็บไว้ เพราะหนังสือเล่มนี้เป็นงานเขียนคลาสสิกที่อยู่เหนือกาลเวลา

แวร์เคยกล่าวว่า "รูปเขียนคือสิ่งที่เอาไว้โชว์ แต่การ์ตูนเป็นสิ่งที่เอาไว้ดื่มด่ำ" การ์ตูนเล่มนี้ของเขามีไว้สำหรับดื่มด่ำและลุ่มหลงอย่างแท้จริง
 

ชมตัวอย่างภาพจากหนังสือ
* www.randomhouse.com/pantheon/graphicnovels/corrigan_3.html
* www.randomhouse.com/pantheon/graphicnovels/corrigan_4.html
* www.randomhouse.com/pantheon/graphicnovels/corrigan_5.html

เกี่ยวกับผู้เขียน Chris Ware คริส แวร์ เกิดปี ค.ศ. 1967 ที่เมืองโอมาฮา รัฐเนบราสกา มารดาของเขาเป็นผู้รายงานข่าวของหนังสือพิมพ์ในเมือง ดังนั้นแวร์จึงโตมาด้วยความคุ้นเคยกับกลิ่นหมึกพิมพ์และตัวพิมพ์ แวร์สนใจการ์ตูนตั้งแต่ยังเล็ก เมื่อแวร์กำลังศึกษาที่มหาวิทยาเทกซัสแห่งออสติน ในปีที่สอง อาร์ต สปีเกิลมาน ได้เห็นผลงานของแวร์จากหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น และติดต่อให้แวร์ตีพิมพ์ผลงานลงในนิตยสารการ์ตูน RAW   ปัจจุบัน เขาพำนักที่เมืองชิคาโก รัฐอิลลินอยส์

Jimmy Corrigan : The Smartest Kid on Earth : Chris Ware
ISBN 0-375-71454-5 Pantheon, 380 pages, $17.95 paperback

Copyright © 2005 faylicity.com

คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | บางตอน

หยิบมาปัดฝุ่นล่าสุด  ๑๖ มกราคม ๒๕๔๘