| KAFKA ON THE SHORE : Haruki Murakami
read by O |
![]()
ใครเป็นแฟนมุราคามิคงคุ้นเคยกับสไตล์การเขียนที่ผสมผสานความเหนือธรรมชาติเข้ากับความจริงในเชิงเหตุผลได้เป็นอย่างดี การที่หนังสือของเขาเป็นที่ชื่นชอบในหมู่นักอ่านทั่วโลก เพราะมุราคามิสามารถถ่ายทอดความรู้สึกในมนุษย์ออกมาตรงใจ เข้าถึงจิตใจที่อ้างว้างโดยเฉพาะเมื่อมนุษย์นั้นดิ้นรนอาศัยอยู่ท่ามกลางการเติบโตของเมือง หนังสือของมุราคามิแฝงสัญลักษณ์ประจำตัวไว้หลายประการ โดยมักจะกล่าวถึงความละเมอเพ้อฝัน ความแปลกแยกและการสูญเสีย การพูดถึงเรื่องเพศอย่างเปิดเผย และวัฒนธรรมร่วมสมัย อาทิ ดนตรีหรือหนังสือ นอกจากนี้เขายังเล่าเรื่องได้ลึกลับชวนติดตาม จนปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาเป็นนักเขียนอีกคนหนึ่งที่มีผลงานน่าอ่าน ฮารุกิ มุราคามิกลายเป็นเครื่องหมายการค้าของคนซึ่งกำลังมุ่งหน้าค้นหาชีวิต Kafka on the Shore เป็นโศกนาฏกรรมกรีกสมัยใหม่ มีการนำธีมโอดิปุสมาประยุกต์ใช้กับบรรยากาศในปัจจุบัน (โอดิปุส คอมเพล็กซ์เป็นปมเกลียดพ่อ แต่รักแม่ของตัวเอง มาจากบทละครกรีก Oedipus Rex ของ Sophocles) โดยพูดถึงโชคชะตากำหนดที่มีอิทธิพลเหนือกว่าการตัดสินใจเลือกของมนุษย์ หนังสือเล่าเรื่องตัวละครสองคนที่ต่างออกเดินทางเพื่อหาคำตอบในชีวิต เรื่องแรกเป็นเด็กชายวัยสิบห้าปี คาฟก้า ทามุระ (คาฟก้าเป็นนามสมมติที่ตั้งขึ้นเอง) ซึ่งในวันครบรอบวันเกิดได้ตัดสินใจหนีออกจากบ้านที่เขาพำนักอยู่กับพ่อ ส่วนแม่และพี่สาวทิ้งไปตั้งแต่เด็กโดยไม่รู้ว่าทำไม จึงเป็นเหตุให้ความสัมพันธ์ของพ่อลูกคู่นี้เหินห่าง และครั้งหนึ่งพ่อเคยทำนายโชคชะตาร้ายของลูกชายเอาไว้ แต่คาฟก้าคิดว่ามันเป็นคำสาปเสียมากกว่า และในที่สุดเมื่อสบโอกาส คาฟก้าซึ่งวางแผนการหนีมาเป็นเวลานาน จึงออกเดินทางเพื่อแสวงหาความหมายที่มี ขณะแนวเรื่องที่สอง มุราคามิเล่าจากสถานการณ์ช่วงสงครามโลก มีเด็กนักเรียนกลุ่มหนึ่งไปทัศนาจรเดินป่ากับคุณครู จู่ๆ ก็เกิดล้มลงไร้สติทั้งคณะโดยมิทราบสาเหตุ (ยกเว้นครูผู้พาไป) เมื่อพ้นจากอาการโคม่า เด็กๆ เหล่านี้ก็เป็นปกติดี ยกเว้นเด็กคนหนึ่งที่สูญเสียการอ่านและการเขียน สติปัญญาถดถอย นากาตะเป็นชื่อชายคนนั้น และในท้องเรื่องที่เรากำลังอ่าน เขามีอายุ 60 ปี ไม่ได้ทำงานอะไรนอกจากรับเงินสวัสดิการรายอาทิตย์จากรัฐ นากาตะเป็นตัวละครที่น่าสนใจทั้งวิธีการพูดและคิด เขามักจะบอกเสมอว่านากาตะนั้นว่างเปล่า หนังสือชวนอ่านต่อเพราะวิธีเล่าในแนววิทยาศาสตร์ผสมความลึกลับในเรื่องที่สอง ซึ่งช่วงแรกอยู่ในรูปแบบเอกสารลับจากทางการ จดหมายจากจิตแพทย์ บทสัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์ประหลาดประมาณมนุษย์ต่างดาว จนมาถึงชีวิตของนากาตะในปัจจุบัน นากาตะมีความสามารถพิเศษคือพูดกับแมวได้ เขาหารายได้เพิ่มด้วยการค้นหาแมวให้เจ้าของ เขาพบว่าจอห์นนี่ วอลเกอร์ (ชื่อตัวละคร) ขโมยแมวไปตัดหัวเรียงใส่ถาดไว้ในตู้เย็น เพื่อเอาจิตวิญญาณของน้องแมวทั้งหลายไปทำเสียงฟลุต การพัวพันกับการฆาตกรรมทำให้นากาตะต้องออกรอนแรมเช่นเดียวกับชีวิตอ้างว้างของคาฟก้า หนังสือสลับบทกันอ้างถึงเรื่องทั้งสอง การไม่รู้ที่มาที่ไปแต่มีโชคชะตาบังเอิญทำให้ตัวละครคิดออกอยู่เป็นระยะ ดูจะเป็นอีกสัญลักษณ์หนึ่งของหนังสือมุราคามิ ซึ่งบางทีกลายเป็นจุดอ่อนของหนังสือเพราะชวนสับสนมากกว่าจะลงตัวในความหมาย มุราคามิพยายามสอดแทรกแนวอภิปรัชญาแทบทุกหน้ากับการดำเนินเรื่องและในตัวละคร ขณะที่ตัวละครกลับปราศจากมิติของความลึก (มากกว่ากิจวัตรเฝ้าดูแบบเช้า กลางวัน เย็น) เมื่อหนังสือเดินทางไปถึงช่วงค่อนหลังของเล่ม ความอยากรู้อยากเห็นในสิ่งชวนสงสัยจึงจางเสน่ห์ลง ยังดีที่นากาตะมีมนต์ลึกลับ การอ่านจึงยังดำเนินต่อไป นากาตะสามารถทำให้กบตกจากฟ้าเมื่อมีอันตรายเข้าใกล้ เขาทำอะไรหลายอย่างแบบชวนพิศวง จนเดินทางไปถึงชิโกกุ เมืองเดียวกับที่คาฟก้าแอบซ่อนตัวอยู่ มุราคามิทำให้คนทั้งสองมาสัมพันธ์กันได้ ณ จุดหนึ่ง และล่อหลอกคนอ่านด้วยแฟนตาซีแบบนิทาน ตัวละครอย่างผู้พันแซนเดอร์ (หุ่นที่ยืนหน้าร้านไก่เคนตักกี้) ภาพเขียนและเพลงที่ชื่อเดียวกับหนังสือ เรื่องผีๆ หินวิเศษ และโลกในอีกมิติหนึ่ง ส่วนจะจบสนุกไม่สนุกอย่างไรต้องลองตามอ่านกันดู มีข้อข้องใจตรงการใช้ยี่ห้อสินค้าอธิบายลักษณะตัวละครหรือสภาพแวดล้อม (บางทีอาจจะเป็นเทคนิคการเขียนในนิยายสมัยใหม่) ถ้ามีการนับโฆษณาวัตถุนิยมในนิยาย หนังสือเล่มนี้ถือว่ามีมากเกิน หนังสือเล่มนี้อ่านเพลินได้ตามสไตล์ของนักเขียน แม้จะไม่ดีเท่าอ่านเล่มเก่าๆ ของเขา เชื่อว่าแฟนมุราคามิคงค้นพบความหมายในชีวิตจากหนังสือเล่มนี้ไม่มากก็น้อย เกี่ยวกับผู้เขียน Haruki Murakami 村上 春樹 Kafka on the Shore (海辺のカフカ Umibe no Kafuka) : Haruki Murakami
คาฟกา วิฬาร์ นาคาตะ ฮารุกิ มุราคามิ แปลจากภาษาอังกฤษโดย นพดล เวชสวัสดิ์ มติชน ๒๕๔๙
Copyright © 2005 faylicity.com |
|
หยิบมาปัดฝุ่นล่าสุด ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๘ |