* home   ชั้นหนังสือ : ชวนไปรู้จัก
คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | บางตอน
 
book นิทานข้างถนน : ปิแยร์ กริปารี

Bookนิทานข้างถนนทั้ง 13 เรื่องในเล่ม เป็นเรื่องเล่าจากถนนโบรกา เมืองปารีส นิทานในเล่มนี้พิเศษด้วยความน่ารักและตลก นิทานส่วนใหญ่น่าสนใจตั้งแต่ประโยคแรก อย่างเช่น มันฝรั่งที่ทะเยอทะยาน ใฝ่ฝันอยากเป็นมันฝรั่งทอด หรือเรื่องของแม่มดชราหน้าตาอัปลักษณ์ ผู้ปรารถนาจะเป็นสาวสวยที่สุดในโลก, เรื่องของยักษ์ที่วันหนึ่งเกิดเซ็งความเป็นโสด จึงคิดว่าไปเที่ยวบนโลกหาใครมาแต่งงานด้วยดีกว่า, เรื่องของปีศาจน้อยที่อยากเป็นเด็กดี ซึ่งสร้างความทุกข์ใจและความผิดหวังกับพ่อแม่ใหญ่หลวงยิ่ง

ที่จินตนาการในนิทานเหล่านี้บรรเจิดและมีเสน่ห์มาก เพราะกริปารี ผู้เขียนได้แต่งนิทานเหล่านี้กับพวกเด็กๆ ที่ถนนโบรกา ความคิดของเด็กนั้นน่าอัศจรรย์นัก ดังแสดงออกมาในสถานการณ์ต่างๆ ของเรื่องเล่านี้

เด็ก ๆ มักเข้าใจทุกอย่างได้ดี ใคร ๆ ก็รู้
-- ปิแยร์ กริปารี

จากพล็อตเรื่องที่เรียบง่ายแต่น่าสนใจเช่นนี้ ทำให้อ่านได้เพลิดเพลินตั้งแต่ต้น และยิ่งบันเทิงใจขึ้นไปด้วยอารมณ์ขัน อารมณ์ขันในเล่มไม่ได้เป็นอารมณ์ขันของผู้ใหญ่ที่ตั้งใจให้คนอ่านตลก แต่เป็นอารมณ์ขันจากจินตนาการกว้างไกลของเด็ก ที่ทั้งน่ารักและแปลกแยก มีทั้งความขบขันที่ไร้เดียงสาที่มาพร้อมกับอารมณ์ขันร้ายๆ เป็นความขบขันที่คาดไม่ถึงและน่าจะทำให้ใครที่อ่านต้องหัวเราะออกมาดังๆ ดูอย่างเรื่องของยักษ์ตนหนึ่งที่โผล่ขึ้นมาบนโลก ในเวลาที่หญิงสาวผู้รักการกินไข่ลวกเป็นชีวิตจิตใจกำลังจะกินอาหารเช้าสุดโปรดของเธอ

ทันทีที่เธอใช้ช้อนเคาะเปลือกไข่ครั้งแรก บ้านก็เริ่มสั่น
'อุ๊ย ฉันมีกำลังมากขนาดนี้เชียวหรือ' มีรายล์คิด

นิทานในเล่มนี้ไม่ได้มีแต่ด้านเรียบง่ายสดใส แต่ยังทำให้เห็นว่าโลกใบนี้ซับซ้อนและมีด้านมืดมน ดังนั้นโลกในนิทานนี้จึงรุ่มรวยและมีชีวิตชีวากว่าความใสเก๊ๆ ทั่วไป บางเรื่องยังบอกความหมายที่สะท้อนใจและน่าคิดมากแม้แต่กับคนอ่านผู้ใหญ่ เช่นเรื่องของ ลู้สตูกรู (เราส่วนใหญ่คงไม่รู้ว่าลู้สตูกรูเป็นใคร แต่ควรได้ทำความรู้จักกับเขา) นิทานชุดนี้มีลักษณะร่วมกับวรรณกรรมเยาวชนคลาสสิกที่โด่งดังทั้งหลายในทุกยุคทุกสมัย นั่นคือมีแง่มุมมืดมนอยู่ด้วย ดูอย่างเรื่องการผจญภัยที่น่ารบกวนใจใน อลิซ ในแดนมหัศจรรย์, การขบถของเด็กใน ฮักเกิลเบอรี่ ฟินน์, โดโรธีที่ออกฆ่าแม่มดใน พ่อมดมหัศจรรย์แห่งออซ หรือเรื่อง แมงมุมเพื่อนรัก ที่กล่าวถึงความตายและการจากพรากอย่างจริงจังในหนังสือเด็ก

ความรุ่มรวยและหลายมิติในเรื่องเล่านี่เอง ที่น่าจะมีส่วนทำให้ นิทานข้างถนน ได้รับการยกย่องว่าเป็นนิทานคลาสสิกของฝรั่งเศส นิทานชุดนี้เขียนขึ้นในปี ค.ศ. 1967 และยังได้รับความนิยมจนบัดนี้ (น่าดีใจที่ผลงานของกริปารีได้รับการแปลเป็นไทย ด้วยยังไม่มีการแปลเป็นภาษาอังกฤษเลย)

นิทานสนุกๆ ที่ทั้งน่ารักและตลกอย่างนี้หาอ่านไม่ได้บ่อยนัก นิทานเล่มนี้อ่านได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ คุณภาพการแปลในเล่มอ่านได้รื่นรมย์ มีรูปประกอบสวยงาม ที่สำคัญ ขอสรุปดังคำนำหนังสือที่ว่า

"หนังสือนี้ อ่านแล้วมีความสุข"


เกี่ยวกับผู้เขียน Pierre Gripari (1925-1990) เกิดที่กรุงปารีส จบการศึกษาด้านอักษรศาสตร์ จากวิทยาลัยหลุยส์-เลอ-กรองด์ เคยประกอบอาชีพมากมาย เช่น เสมียน นักเปียโน ทหาร ก่อนจะเป็นนักเขียนเต็มตัวในปี 1957 งานเขียนที่สร้างชื่อให้เขาคือ นิทานข้างถนน (Les Contes de la rue Broca) (1967) กริปารีเขียนงานจำนวนมาก ทั้งอัตชีวประวัติ นิทาน เรื่องสั้น กวี บทละคร

นิทานข้างถนน : ปิแยร์ กริปารี
แปลจากภาษาฝรั่งเศสโดย สุจินดา ตุ้มหิรัญ
ISBN 974-14-0271-6 ผีเสื้อ 276 หน้า ราคา 208 บาท ปกอ่อน ปีที่พิมพ์ ๒๕๔๗

Copyright © 2005 faylicity.com

กาลครั้งหนึ่ง มีมันฝรั่งหัวหนึ่ง เป็นมันฝรั่งธรรมดาที่เราเห็นกันอยู่ทุกวัน แต่มันทะเยอทะยาน ความใฝ่ฝันในชีวิตของมันคือ การได้เป็นมันฝรั่งทอด
--ปิแยร์ กริปารี เรื่องรัก ๆ ของมันฝรั่ง
คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | บางตอน

หยิบมาปัดฝุ่นล่าสุด  ๑ มิถุนายน ๒๕๔๘