 ใน In Praise of Shadows (陰翳礼讃 In'ei Raisanเยิรเงาสลัว) ทานิซากิพูดถึงการหลั่งไหลเข้ามาของวัฒนธรรมตะวันตกที่กลืนกินคนในชาติของเขา ทานิซากิกล่าวว่า "เราอาจจะก้าวไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้ามาก แต่ก็ใช่ว่า จะเป็นไปไม่ได้ที่วันหนึ่งเราจะคิดสร้างสิ่งประดิษฐ์ที่ใช้แทนวิทยุ หรือเครื่องบิน" คงจะเป็นปรัชญาเดียวกับยูกิโกะ ตัวละครเอกใน The Makioka Sisters หญิงที่มิชอบเอื้อนเอ่ย แต่หัวใจร่ำร้องเงียบๆ ..ให้รอต่อไปอีกสักนิด แล้ววันหนึ่งจะพบสิ่งที่ดีกว่า
The Makioka Sisters (細雪 Sasameyuki - หิมะบางเบา) เป็นบทประพันธ์เอกของจุนอิจิโร ทานิซากิ เขียนขึ้นในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ปี 1943 -1948 ทานิซากินำประเด็นที่เขียนใน In Praise of Shadows มาขยายความเป็นนิยายเล่มนี้ โดยแก่นสารหลักของเรื่องแสดงการเสื่อมสลายของวัฒนธรรมญี่ปุ่นและการคืบคลานเข้ามาของสงครามและความเป็นตะวันตกอันทันสมัย ผ่านชีวิตของพี่น้องสาวสี่คนในครอบครัวมากิโอกะที่ต้องดิ้นรนอยู่รอดในสังคมที่กำลังจะเปลี่ยนไป มากิโอกะเป็นตระกูลเก่าแก่มั่งคั่งในอดีต ประกอบด้วยซึรุโกะ ซาชิโกะ ยูกิโกะ และเทอิโกะ ในเนื้อหามีโครงร่างอยู่ว่าพี่น้องสองคนแรกแต่งงานมีครอบครัวโดยอยู่กันคนละเมือง ส่วนน้องสาวสองคนมิยอมอยู่ที่ "บ้านใหญ่" กับพี่คนแรก แต่กลับมาใช้ชีวิตที่บ้านพี่คนรอง ซึ่งผิดธรรมเนียมประเพณีของชาวญี่ปุ่นในสมัยนั้น พี่สาวทั้งสองพยายามหาคู่ให้กับยูกิโกะ เพราะหากยูกิโกะยังไม่มีครอบครัว นั่นหมายความว่าเทอิโกะก็ไม่สามารถแต่งงานก่อนพี่สาว ยูกิโกะชิงปฏิเสธครั้งแล้วครั้งเล่ากับการจับคู่เหล่านี้ ส่วนเทอิโกะนับวันจะตรงดิ่งสู่ความเลวร้าย โดยมีความสัมพันธ์กับชายมากหน้าหลายตา อันนำมาแต่ปัญหาและก่อความขัดแย้งในครอบครัวมิรู้จบ
สิ่งที่โดดเด่นจนน่าชื่นชมในหนังสือคือทานิซากิสามารถเขียนตัวละครสาวมากิโอกะได้ละเมียดละไม เข้าถึงอารมณ์และความคิด ประหนึ่งว่าจิตใจของผู้หญิงเป็นเรื่องง่ายสำหรับเขา ตัวละครทั้งสี่โลดแล่น มีชีวิตชีวา บทบรรยายละเอียดลออชักชวนมากิโอกะให้ออกมาเดินเล่นนอกหนังสืออยู่บ่อยๆ หรือคุณกลายเป็นส่วนหนึ่งของฉาก เฝ้ามองการดำเนินชีวิตของพวกเธออย่างเงียบๆ ซึรุโกะสง่างามในรูปโฉม มุ่งมั่นจะปกป้องชื่อเสียงของครอบครัวจนบางครั้งลืมเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ขณะที่ซาชิโกะเป็นคนรักพี่รักน้อง อบอุ่น มีบุคลิกเหมือนเป็นแม่ที่คอยดูแลน้อง แม้เธอจะพยายามรักษาอดีตรุ่งเรืองของมากิโอกะแต่หลายครั้งเธอก็ยอมจำนน ส่วนยูกิโกะเป็นหญิงที่มีจิตใจเข้มแข็ง นิ่งเฉย ไม่ทุกข์ร้อนแม้เธอจะดูเปราะบางและเข้าใจยากที่สุด ยูกิโกะเป็นตัวแทนของหญิงญี่ปุ่นผู้คงไว้ซึ่งขนบธรรมเนียมประเพณี ขณะที่เทอิโกะนั้นร่าเริง น่ารัก และเป็นทุกอย่างที่บ่งบอกถึงความทันสมัย หากเทอิโกะมาเกิดในสมัยนี้ เชื่อว่าสิ่งที่เธอกระทำคงกลายเป็นเรื่องเล็ก ทานิซากิเขียนจิตใจมนุษย์ทะลุปรุโปร่ง ภาพของตัวละครจึงสร้างความบริสุทธิ์ในเหตุผลของแต่ละคน น่าอ่านและน่าติดตาม เอาใจช่วยในทุกอารมณ์ที่เรื่องดำเนินไป
ทานิซากิให้ฉากของเรื่องนี้เกิดขึ้นก่อนสงครามโลก 5-6 ปี เขาสอดแทรกกิจวัตรประจำวันของคนญี่ปุ่น ความหลังในอดีตอันงดงาม รวมถึงความโหดร้ายในหายนะหรือเคราะห์กรรมที่พวกเขาประสบ วัฒนธรรมตะวันออกเปล่งประกายเฉิดฉายในทุกถ้อยคำ การได้เรียนรู้วัฒนธรรมเก่าแก่เหล่านี้เหมือนกลับไปดินแดนแห่งเงาสลัว ดูบรรยากาศ ฤดูกาล ความงามของดอกไม้ที่กำลังบาน จนเราลืมปัจจุบันไปชั่วขณะ
"Let me hide at least a petal
In the sleeve of my flower-viewing robe,
That I may remember the spring."
วรรณคดีคลาสสิกเล่มนี้บอกได้เต็มหัวใจว่างดงามเหลือเกิน อ่านแล้วไม่อยากวางเลย และอ่านสนุกในพล็อตซ้อนๆ ที่ผู้เขียนวางไว้ นอกจากหนังสือมีจังหวะการเขียนที่เชื่องช้าเนิบนาบแบบตะวันออก ความยาวและวิธีเล่าเรื่อง อาจเป็นอุปสรรคให้นักอ่านสมัยใหม่เบื่อและละเลยการอ่านหนังสือเก่าๆ แบบนี้ ซึ่งนับเป็นเรื่องน่าเสียดายยิ่งหากนักอ่านไม่รู้จักอัจฉริยภาพของทานิซากิจากหนังสือเล่มนี้
เคยได้ยินคำกล่าวว่านิยายที่ดีย่อมมีชีวิต The Makioka Sisters ก็เป็นเช่นนั้น
เกี่ยวกับผู้เขียน Junichiro Tanizaki (谷崎 潤一郎 1886-1965) จุนอิจิโร ทานิซากิ เกิดในกรุงโตเกียว ครอบครัวเป็นเจ้าของกิจการสิ่งพิมพ์ ทานิซากิจบการศึกษาวรรณคดีญี่ปุ่นจากมหาวิทยาลัยโตเกียวอิมพีเรียล เขียนงานตีพิมพ์ครั้งแรกเป็นละครฉากเดียวในนิตยสารวรรณกรรมเมื่อปี 1910 ทานิซากิย้ายไปอยู่แคว้นเกียวโต-โอซาก้า หลังจากเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในกรุงโตเกียวเมื่อปี 1923 ผลงานของทานิซากิมีดังนี้ Naomi (1924), Some Prefer Nettles (1929), Arrowroot (1931), A Portrait of Shunkin (1932), The Secret History of the Lord of Musashi (1935), The Makioka Sisters (1948), The Key (1956), Diary of a Mad Old Man (1961) และทานิซากิยังเขียน The Tales of Genji นิยายเล่มแรกของโลกในภาษาสมัยใหม่ ทานิซากิได้รับรางวัลศิลปินแห่งชาติ Imperial Order of Culture ในญี่ปุ่นและเป็นชาวญี่ปุ่นคนแรกที่ได้รับเชิญให้เป็นสมาชิกของ American Academy and the National Institute of Arts and Letters จุนอิจิโร ทานิซากิเสียชีวิตในปี 1965
The Makioka Sisters : Junichiro Tanizaki, translated by Edward G. Seidensticker (1957)
ISBN: 0749397101 Vintage, 544 pages, £8.99
As for Yukiko, it would have been well if she had made her position clear at once. Instead she persisted in giving vague answers that could be taken to mean almost anything.
Junichiro Tanizaki . . . The Makioka Sisters
Copyright © 2005 faylicity.com
|