* home   ชั้นหนังสือ : ชวนไปรู้จัก
คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | ตอนแรก
 
book TO KILL A MOCKINGBIRD : Harper Lee

Book Coverหนังสือที่ดีมากๆ หลายเล่มถูกลืมไปตั้งแต่ก่อนจะได้แจ้งเกิด หนังสือที่น่าทึ่งจำนวนมากเป็นหนังสือที่เรียกได้ว่าขายไม่ออกเลยในช่วงชีวิตของผู้เขียน และบางเล่มก็ขายไม่ออกเลยตลอดมากระทั่งปัจจุบัน แต่ก็ยังมีหนังสือที่ดีมากๆ บางเล่มเช่นกันที่เป็นที่รู้จักและยกย่องสมคุณค่าที่ควรได้รับ To Kill a Mockingbird เป็นหนึ่งในหนังสือเช่นนั้น หนังสือเล่มนี้ขายดีอย่างยิ่งนับตั้งแต่เปิดตัวและได้รับรางวัลพูลิตเซอร์ในปีถัดมา แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือหนังสือเล่มนี้ประทับในใจผู้คนมากมาย ผู้ที่ได้อ่านและได้เปิดหัวใจกับเรื่องราวในเล่มคงได้ทราบว่าเหตุใดหนังสือแสนดีเล่มนี้จึงเป็นที่รักนับตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้

ฮาร์เปอร์ ลี เขียนเรื่องราวนี้ในสภาพสังคมอเมริกาตอนใต้ที่รัฐอลาบามา ในช่วงทศวรรษ 1930 หลังเกิดเศรษฐกิจตกต่ำไปทั่วประเทศ ผู้เล่าเรื่องคือสเคาท์ ที่เริ่มด้วยการรำลึกถึงเหตุการณ์ที่ทำให้เจม พี่ชายเธอแขนหักตอนเขาอายุสิบสาม เนื้อเรื่องย้อนไปตั้งแต่สเคาท์อายุหกขวบ เรื่องเล่าจึงมองผ่านสายตาใสสะอาดของเด็ก นำเราไปสู่สังคมในเมืองเล็กที่ผู้คนรู้จักกันไปหมด ในยุคสมัยที่คนขาวและคนดำแยกกันชัดเจนในสิทธิฐานะ และน้ำหนักในใจคนก็ต้องถูกทดสอบเมื่อเกิดเหตุคนผิวดำถูกตั้งข้อหาข่มขืนสาวผิวขาว

ลีเป็นนักเขียนที่น่าทึ่งนัก ใครกันจะคาดคิดว่าในพล็อตเรื่องอันเรียบง่ายที่เปิดตัวอย่างแสนธรรมดา ผู้เขียนจะพาเราไปรับรู้เรื่องราวทั้งอ่อนโยนและขมขื่นได้ถึงเพียงนี้ เธอเขียนถึงโลกที่มีทั้งสีขาวและสีดำ โดยเล่าเรื่องได้มีเสน่ห์มากจนไม่อยากวางหนังสือลง ความน่าทึ่งอีกประการที่ผู้อ่านสัมผัสได้ตั้งแต่แรกอ่านคือรสในถ้อยคำ ลีเป็นนักเขียนที่ใช้ภาษางามมาก วิธีการดำเนินเรื่องและภาษาน่าจับใจไปทั้งสิ้น เป็นความงามที่เรียบง่าย สละสลวยอย่างละเอียดอ่อนแต่ก็หมดจดในความนิ่ง นักเขียนภาษาสวยบางคนเขียนได้งามอลังการจนเราต้องหยุดพิศดู หรือต้องละเลียดกับความวิจิตรนั้น แต่ภาษาของลีเป็นความงามในทีที่อ่านได้รื่นรมย์มาก หากยังมีความบรรจงพิเศษที่ทำให้เรารู้ได้ว่ากำลังเสพภาษาแสนดีอยู่ ศัพท์ที่เธอเลือกใช้ทำให้เห็นภาพไปด้วยได้จริงๆ และลียังมีอารมณ์ขันที่น่ารักมาก หากจะยกตัวอย่างภาษาของเธอมาสักตอน ก็ลองดูบทบรรยายเมืองเมย์โคมบ์นี้ แต่ทั้งนี้ควรค่ากับการบอกไว้ว่าภาษาที่ดีของลี ยกมาได้จากทุกบท ทุกย่อหน้า ทุกตอนของหนังสือเล่มนี้

Maycomb was an old town, but it was a tired old town when I first knew it. In rainy weather the streets turned to red slop; grass grew on the sidewalks, the court-house sagged in the square. Somehow, it was hotter then; a black dog suffered on a summer's day; bony mules hitched to Hoover carts flicked flies in the sweltering shade of the live oaks on the square. Men's stiff collars wilted by nine in the morning. Ladies bathed before noon, after their three o'clock naps, and by nightfall were like soft tea-cakes with frostings of sweat and sweet talcum.

ภาษาที่ดีผนวกกับการเล่าเรื่องที่มีเสน่ห์ทำให้หนังสืออ่านได้เพลินใจอย่างยิ่ง เนื้อเรื่องในภาคแรกเล่าเรื่องเมืองและผู้คนได้น่าเอ็นดู เมืองเมย์โคมบ์และผู้คนในนั้นมีชีวิตชีวาและเลือดเนื้อขึ้นมาได้จริงจากถ้อยคำของเธอ เมืองเล็กๆ แห่งนี้มีโอเปอเรเตอร์ที่นอกจากจะต่อโทรศัพท์แล้ว ยังคอยแจ้งข่าวสาธารณะต่างๆ เช่นโรงเรียนหยุด ข่าวแต่งงาน ไปตามบ้านด้วย ครอบครัวของสเคาท์ก็มีความรักต่อกันที่อ่อนโยน พ่อของสเคาท์มีบุคลิกน่านับถือและสอนลูกได้น่าทึ่งมาก เพื่อนบ้านก็มีทั้งน่ารักและน่ากลัวชนิดที่เด็กเล็กบางคนยอมเดินอ้อมเป็นไมล์เพื่อจะได้ไม่ต้องเดินผ่านหน้าบ้านนั้น ครูสาวคนใหม่ประจำชั้นป.1 ที่เด็กนักเรียนส่วนใหญ่เป็นชาวไร่ ต้องกรีดร้องตกใจเมื่อเจอเหาบนหัวเด็กคนหนึ่ง เด็กคนอื่นต้องปลอบอย่างอ่อนหวานว่า -- "แค่เหาเอง ไม่ต้องกลัวนะครับครู ครูไม่เคยเห็นเหาหรือครับ อย่ากลัวเลยนะ สอนต่อดีกว่า" ขณะที่เจ้าของเหานั้นทำอาการดังนี้

The cootie's host showed not the faintest interest in the furor he had wrought. He searched the scalp above his forehead, located his guest and pinched it between his thumb and forefinger. Miss Caroline watched the process in horrid fascination.

หนังสือเล่มนี้เป็นเรื่องของใจที่ถ่ายทอดได้ถ่องแท้โดยหัวใจของเด็ก เป็นเรื่องของใจคนธรรมดาที่มีทั้งด้านดีและร้าย เป็นเรื่องของใจที่จะเรียนรู้และเข้าใจผู้อื่น ใจที่จะมองสิ่งต่างๆ โดยไร้อคติ ใจที่เป็นอิสระจากคำพิพากษาอยุติธรรมที่มีมาในรูปการรังเกียจแบ่งแยกเราแยกเขา หนังสือเล่มนี้สัมผัสใจเราได้ด้วยใจ จึงอยากแนะนำหนังสือเล่มนี้ด้วยใจ

มีความน่าทึ่งที่น่าใจหายอย่างหนึ่งเกิดเมื่อได้อ่านหนังสือเล่มนี้อีกครึ่งชีวิตถัดมา การอ่านหนังสือเล่มนี้ในครั้งแรกทำให้ต้องเสียน้ำตามากมาย และจับใจมากกับรสขมขื่นในเรื่อง แต่เมื่ออ่านอีกครั้งในตอนนี้ กลับไม่ได้มีความรู้สึกใดๆ ที่ใกล้เคียงกับการร้องไห้อีกเลย ตอนหนึ่งในหนังสือเล่มนี้ว่าไว้เมื่อตัวละครเด็กคนหนึ่งร้องไห้กับความอยุติธรรม ว่า "ให้เขาโตกว่านี้สักหน่อย แล้วเขาจะไม่รู้สึกไม่สบายแล้วก็ร้องไห้อีก อาจจะมีอะไรมาโดนเขาจังๆ อย่างนี้อีก ... แต่เขาก็จะไม่ร้องไห้ จะไม่ร้องในอีกสองสามปีต่อจากนี้" เด็กถามว่าร้องไห้เรื่องอะไรหรือ ผู้ใหญ่ตอบว่า "ร้องไห้กับความเลวทรามที่ผู้คนหยิบยื่นให้แก่กันโดยไม่ฉุกคิด ร้องไห้กับความชั่วร้ายที่คนขาวให้คนดำโดยไม่คิดเลยว่า เราก็เป็นคนเหมือนกัน" ฉันสะท้อนใจไม่น้อยเมื่อรู้ว่าฉันไม่ได้นึกอยากร้องไห้กับหนังสือเล่มนี้อีกแล้วจริงๆ ความน่าทึ่งประการนี้เกิดจากฮาร์เปอร์ ลี ที่ได้เขียนหัวใจฉันลงไปในเล่มด้วยเช่นกัน

เกี่ยวกับผู้เขียน Harper Lee ฮาร์เปอร์ ลี เกิดปี 1926 ที่เมืองมอนโรวิล รัฐแอละแบมา เธอจบการศึกษาที่มหาวิทยาลัยอลาบามา To Kill a Mockingbird เป็นผลงานหนังสือเล่มแรกของเธอ ซึ่งลีเรียกว่าเป็น "a love story pure and simple" และทำให้เธอได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตจากหลายสถาบัน ลีเป็นเพื่อนรักกับ Truman Capote และเขียนให้ดิล ตัวละครในเรื่องอิงจากคาโพที ลีเป็นนักเขียนที่ไม่ค่อยให้สัมภาษณ์และหลีกเลี่ยงการออกงานสาธารณะ ตอนที่หนังสือของเธอครบรอบ 35 ปี และสำนักพิมพ์ขอให้เธอเขียนบทนำให้ เธอปฏิเสธโดยเขียนจดหมายถึงบ.ก. ว่า

Please spare Mockingbird an Introduction. As a reader I loathe Introductions. To novels, I associate Introductions with long-gone authors and works that are being brought back into print after decades of internment. Although Mockingbird will be 33 this year, it has never been out of print and I am still alive, although very quiet. Introductions inhibit pleasure, they kill the joy of anticipation, they frustrate curiosity. The only good thing about Introductions is that in some cases they delay the dose to come. Mockingbird still says what it has to say; it has managed to survive without preamble.

จนถึงปัจจุบัน To Kill a Mockingbird เป็นผลงานหนังสือเพียงเล่มเดียวของเธอ ริชาร์ด วิลเลียมส์ ลูกพี่ลูกน้องของลีเคยถามว่าเธอจะเขียนหนังสืออีกหรือไม่ เธอตอบว่า "Richard, when you're at the top, there's only one way to go"

TO KILL A MOCKINGBIRD : Harper Lee
ISBN 0-7493-0134-1 Mandarin 309 pages, £ 4.99

ผู้บริสุทธิ์ ฮาร์เปอร์ ลี แปลโดย ศาสนิก เรจีนา ๒๕๓๒

Copyright © 2001 faylicity.com

คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | ตอนแรก

หยิบมาปัดฝุ่นล่าสุด  ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๔๔