| NAKED : David Sedaris |
Naked เป็น non-fiction ที่เป็นเรื่องเล่ากึ่งอัตชีวประวัติของผู้เขียนสิบเจ็ดเรื่อง เล่าเรื่องในครอบครัวและชีวิตของซีดาริส เรื่องเหล่านี้ทำให้ผู้เขียนโด่งดังเพราะหนังสือเล่มนี้ขึ้นชื่อว่าตลกขบขันมาก บ้างก็เปรียบผู้เขียนกับนักเขียนอย่างโดโรธี ปาร์คเกอร์ บ้างก็ว่าเป็นหนังสือตลกถึงตลกที่สุด ฉันอ่านแล้วมีความเห็นแตกต่างออกไป เพราะสิ่งที่ทำให้ฉันประทับใจกลับไม่ใช่ความขบขัน แต่เป็นอารมณ์ขมๆ ของใจคนที่ผู้เขียนบอกเป็นภาพให้เราเห็นได้ตรงไปตรงมาน่าจับใจ
เรื่องเล่าในเล่มครึ่งเล่มแรกเป็นเรื่องอารมณ์ขัน แต่ครึ่งหลังเป็นเนื้อหาที่หนักกว่าช่วงแรก ซีดาริสเขียนหนังสือด้วยภาษาดี บทตลกหลายตอนขำได้มากจริงๆ เรื่องในเล่มมีตั้งแต่เรื่องที่ดีมากจนถึงเรื่องที่อ่านแล้วธรรมดา เรื่องที่สร้างความประทับใจได้มากมักเป็นเรื่องเล่าเกี่ยวกับครอบครัว แม่ของซีดาริสเป็นผู้หญิงที่น่าอัศจรรย์มาก ผู้อ่านจะทั้งได้ขำและได้ใจหายกับผู้หญิงคนนี้ พ่อของซีดาริสก็ไม่เบาทีเดียว แต่สิ่งดีจากเรื่องเหล่านี้ก็น่าจะเป็นเพราะทุกครอบครัวมีความพิเศษเฉพาะตัวที่น่าสนใจทั้งนั้น เมื่อเราอ่านก็น่าจะชวนให้คิดไปถึงครอบครัวเราเองด้วย เช่นในบท Cyclops ที่เล่าความระวังภัยของพ่อที่คอยขู่ลูกเสมอ ผู้อ่านบางคนอาจจะต้องขำด้วยนึกไม่ถึงว่าจะมีครอบครัวอื่นเป็นอย่างนี้เป็นต้น บทนี้ตลกและจบได้น่ารักมาก อยากแนะนำให้ได้อ่านดู ตัวอย่างคำขู่จากพ่อของซีดาริสเมื่อรู้ว่าลูกจะย้ายไปอยู่นิวยอร์กซิตี้ก็คือ "นิวยอร์ก! จะบ้าเรอะ! เอามีดโกนเชือดคอตัวเองไปเลยดีกว่า จะบอกอะไรให้นะ คนนิวยอร์กจะสูบเลือดแกทั้งเป็น" พ่อเล่าเรื่องเพื่อนที่ถูกพวกแกงค์ปล้นแล้วทุบเอา แล้วก็ส่งข่าวตัดจากหนังสือพิมพ์เรื่องการฆาตกรรมสลดของคนมาวิ่งออกกำลังกายและพวกนักท่องเที่ยวในนิวยอร์ก พ่อเขียนกำกับไว้ตรงริมว่า "อาจเป็นแกก็ได้!" ซีดาริสได้เจอประสบการณ์แปลกๆ มาเล่าสู่กันฟัง อย่างคราวที่ต้องโบกรถกลับบ้านเพราะพ่อไม่ยอมมารับสักที (โทรไปตามพ่อคราวแรก พ่อบอกว่าอีกห้านาทีจะไป แต่จับความจากเสียงในโทรศัพท์ได้ว่าพ่อดูข่าวหุ้นอยู่ พอโทรไปอีกหนึ่งชั่วโมงต่อมา พ่อบอกว่าจะออกไปเดี๋ยวนี้ล่ะ เสียงจากทีวีคราวนี้เป็นเสียงฮาของละครซิทคอม ซึ่งยังดีว่าเป็นความเงียบเพราะนั่นแปลว่าพ่อดูกอล์ฟอยู่ จะได้ยินก็แต่เสียงกระซิบกระซาบของผู้ดำเนินรายการเท่านั้น) ซีดาริสโบกรถแล้วก็มีผู้หญิงแก่หยุดจอดรถแล้วตะโกนออกมาว่า "ไอ้เวร เอาตูดเน่าๆของแกขึ้นรถมา ... อายุเท่าไหร่น่ะ สิบสี่สิบห้า? ฉันมีหลานชายอายุเท่านี้และถ้าชั้นจับได้ว่ามันโบกรถล่ะก็ ชั้นจะเอาเท้ายัดตูดมันจนรองเท้าหายเข้าไปเลย แกคิดว่าแกทำห่าอะไรอยู่หรือ โบกรถจากคนแปลกหน้า? ถ้าฉันมีปืนผาหน้าไม้ล่ะแกจะทำยังไง? แกสู้กับแมวยังไม่ได้เลย แล้วอย่ามาเล่นลิ้นกับฉันนะ เพราะฉันรู้จักคนอย่างแกดี มิสเตอร์ไวเซนไฮเมอร์ ฉันรู้จักแกดีเกินไป แม่แกคิดยังไงกับเรื่องงี่เง่าอย่างนี้ แล้วพวกแกอยู่ไหนกัน ...(ถึงบ้าน)... เอาล่ะ ฉันให้แกเข้าบ้านไปได้แล้ว และอยู่ในนั้นก่อนจะมีใครสลักชื่อย่อไว้ที่หัวกะโหลกแก โชคดีของแกนะคราวนี้ ถ้าฉันเห็นแกอีกครั้ง ฉันจะวิ่งทับแกให้พ้นทุกข์พ้นโศกไปสักที" แต่ไม่ว่าเรื่องเล่าจะโลดโผนเท่าใด เขามักจบเรื่องด้วยถ้อยความที่ทิ้งบางอย่างอันหนักอึ้งไว้กับใจได้เสมอ ซีดาริสเขียนถึงเรื่องผู้คนที่เขาได้พบเจอ ถ่ายทอดความรู้สึกเหงา ความขมขื่นใจ ความน่าชังของโลก เขาอาจจะเขียนเสียดสีล้อเลียนสิ่งเหล่านี้ แต่เนื้อความก็ยังแฝงด้วยอารมณ์ขมขื่นจริงจัง เขาพลิกจากอารมณ์สนุกเป็นหนักหน่วงได้ภายในไม่กี่ประโยค ชีวิตมนุษย์ก็เป็นเช่นนี้ไม่ใช่หรือ? ข้อด้อยอย่างหนึ่งของหนังสือเล่มนี้คือการเรียงลำดับบท ที่ดูผู้พิมพ์จะเลือกเรื่องย่อยง่ายอ่านสบายมาไว้หน้าๆ และในบทปิดท้าย โดยไม่สนใจรายละเอียดบางอย่างที่ผู้อ่านควรจะรู้แต่แรก เช่นข้อที่ว่าผู้เขียนเป็นโฮโมเซกชวล ฉันต้องอ่านด้วยความไม่แน่ใจไปจนเกือบจบเล่ม จึงได้รู้ว่าผู้เขียนพูดจริงไม่ได้ล้อเล่น และไม่ได้มาแกล้งทำตลกให้สับสนไปอย่างนั้น ซีดาริสไม่ได้เปลือยแต่ตัวตนของเขาให้ผู้อ่านได้เห็น แต่ได้เปลือยเปลือกมนุษย์ได้น่าสนใจ และบรรจุสิ่งเหล่านี้มาในบรรจุภัณฑ์สดใสด้วยอารมณ์ขัน รสนิยมความตลกของแต่ละคนคงจะต่างกันไป เรื่องที่ฉันคิดว่าตลกที่สุดก็คงจะต่างจากคนอื่น แต่สำหรับฉันแล้ว หนังสือเล่มนี้ยังห่างไกลจากหนังสือตลกที่สุดที่เคยได้อ่าน แต่ก็เป็นหนังสือที่อ่านได้เพลินใจ และถึงแม้จะไม่ใช่เป็นหนังสือที่จะพลาดไม่ได้ (และถ้ายืมคนอื่นมาอ่านได้ก็จะเป็นดี) แต่ผู้ที่ได้อ่านก็คงได้พบบางส่วนที่ติดในใจ ไม่ว่าจะเป็นความหวานหรือขมก็ตาม * เรื่องไม่ตลกของเดวิด ซีดาริส
เกี่ยวกับผู้เขียน David Sedaris เดวิด ซีดาริส เกิดที่นิวยอร์ก ทำงานเขียนบทละคร และเป็นผู้ประกาศประจำในสถานีวิทยุ National Public Radio ผลงานหนังสือคือ Barrel Fever (1993) Holidays on Ice (1997) Me Talk Pretty One Day (2000) Dress Your Family in Corduroy and Denim (2004) NAKED : David Sedaris
พิลึกคน เดวิด ซีดาริส แปลโดย ชัชวรุฒน์ ไชยมุสิก เพิร์ล ๒๕๔๕ Our mother worried that once we found out [that she had cancer], we would treat her differently, delicately. We might feel obliged to compliment her cooking and laugh at all her jokes, thinking always of the tumor she was trying so hard to forget. And that is exactly what we did. The knowledge of her illness forced everything into the spotlight and demanded that it be memorable. We were no longer calling our mother. Now we were picking up the telephone to call our mother with cancer. Copyright © 2001 faylicity.com |
|
หยิบมาปัดฝุ่นล่าสุด ๑๕ ตุลาคม ๒๕๔๔ |