* home   ชั้นหนังสือ : ชวนไปรู้จัก
คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | ตอนแรก
 
book THE EVERLASTING STORY OF NORY : Nicholson Baker

Bookนอรี หรือ อีเลียนอร์ วินสโลว์ เป็นเด็กหญิงอเมริกันวัยเก้าปี ผู้ใฝ่ฝันจะเป็นทันตแพทย์หรือไม่ก็เป็นศิลปินทำการ์ดสามมิติ เธอยังเป็นนักเล่าเรื่องตัวยง ดังที่ปรากฏเป็นเรื่องเล่าต่างๆ ของนอรีในเล่มนี้

นอรีเป็นเด็กหญิงที่มีอารมณ์ขัน เธอไม่ได้ตั้งใจให้คนอ่านผู้ใหญ่ตลก แต่มุมมองต่อโลกในทางแปลกๆ ของเธอน่าทึ่ง น่ารัก และหลายครั้งก็น่าขัน นอรีเล่าเรื่องของความฝัน ความทรงจำ โรงเรียน เพื่อน ครอบครัว ที่สำคัญคือทัศนคติของเด็กหญิงเก้าขวบต่อโลก เรื่องเล่าเรียบง่ายของชีวิตวัยเยาว์ประกอบกันเป็นเรื่องนี้ ที่มีทั้งจังหวะของความเรื่อยเฉื่อย ไม่มีแก่นสาร ความสงสัยใคร่รู้ต่อโลก และการจัดการกับความกลัวและความฝันของตัวเอง

นิโคลสัน เบเกอร์มีผลงานมาหลายเล่มก่อนหน้านี้ แต่คนอ่านเพิ่งได้รู้จักงานของเขาครั้งแรกจากเล่มนี้ ซึ่งนับเป็นงานที่พลิกแนวจากเดิม (เช่น Vox เป็นเรื่องของเซ็กส์โฟน ซึ่งโด่งดังขึ้นมาเพราะเป็นหนังสือที่มอนิก้ามอบให้คลินตัน) แต่หากจะพิจารณาแต่งานเขียนเล่มนี้แล้ว เบเกอร์สื่อความในฐานะที่เป็นเด็กหญิงวัยเยาว์ได้ดี เขาล้อเลียนความจริงนานาประการจากมุมมองของเด็ก และเล่าความในฐานะของเด็กได้น่าสนใจ หลายตอนในเล่มจะทำให้เราได้นึกถึงวัยเยาว์ของตนเอง และเห็นว่าสิ่งที่นอรีรู้สึก เราก็ต่างเคยรู้สึกมาก่อน อย่างเช่นเรื่องของฝันร้าย ความสงสัยใคร่รู้ต่อบทเรียนที่ครูสอน เรื่องของเพื่อนและโรงเรียน ตุ๊กตาที่เด็กหญิงมีในวัยเยาว์ และเรื่องเล่าที่เราเล่าให้ตัวเองฟัง

นอรีเล่าความด้วยภาษาของเด็ก บางครั้งเธอใช้ศัพท์ที่เพิ่งรู้จักในความหมายที่น่าขัน เธอจำคำที่ได้ยินมาและใช้ผิดบ้างถูกบ้าง แต่ก็น่าเอ็นดู ความบางตอนมีเนื้อความที่นอรีเขียนเล่าเองบ้าง ซึ่งเธอเป็นนักสะกดคำที่แย่มากขนาดเรียกตัวเองว่า 'disgrace-and-a-half'

ถึงหนังสือเล่มนี้จะเล่าโดยเด็กหญิงอายุเก้าขวบ แต่เนื้อหาในเล่มเจาะจงสำหรับผู้ใหญ่โดยเฉพาะ นักอ่านรุ่นเยาว์ไม่น่าจะจับน้ำเสียงเสียดสีและความตลกหน้าตายในเนื้อความได้ เบเกอร์เล่าความจากมุมมองของเด็กโดยแท้จริง แต่ก็หมายความเช่นกันว่าเรื่องในเล่มไม่มีพล็อตเรื่องใดๆ เป็นการเล่าไปเรื่อยเชื่อยถึงสิ่งรอบตัวและเหตุการณ์ที่ไม่เกี่ยวข้องกัน แม้เนื้อเรื่องจะมีเสน่ห์เฉพาะตัวที่น่าสนใจ แต่ผู้อ่านจำนวนหนึ่งอาจพบว่าเนื้อหาไม่น่าติดตามและเรื่อยเปื่อยไม่รู้จบอยู่นั่นเอง และอาจรู้สึกว่าเรื่องเล่าเหล่านี้เป็นความน่าเบื่อโดยสิ้นเชิง หากหนังสือจะสั้นลงกว่านี้มากก็น่าจะทำให้หนังสือเล่มนี้น่าต้องใจคนอ่านทั่วไปได้มากกว่าที่เป็นอยู่ แต่ถึงกระนั้น เรื่องของนอรีก็เป็นโลกของเด็กโดยแท้ เสน่ห์ของเรื่องนี้เหมือนดังความอ้อยอิ่งในฤดูร้อน ที่เด็กๆ มีเวลามหาศาลกับการคิดฝันในทางใดก็ได้

นอรีคิดว่าตัวเองได้คะแนนวิชาภาษาอังกฤษไม่ดีเพราะครูไม่ชอบบทกวีที่มีสัมผัส ซึ่งบทกวีของนอรีมีสัมผัสจำนวนมาก เช่น
I went to a poor man's House yes,
The First thing I did was to Look at the poor man's Dress
      yes,
The second thing I did was to look at the Horrible big mess
      yes,
The Third thing I Did was to stand up and confess yes
'What a Horrible Big Mess' yes.
The Poor Man looked down at the Horrible big mess yes
And spoke up But did not confess but merely said 'yes'!

ผู้เขียนได้เล่าชีวิตวัยเยาว์เช่นนั้น ถึงความซ้ำซาก ความไม่มีสาระ และหยิบยกเอาความใคร่ครวญของนอรีต่อเหตุการณ์ต่างๆ ในโลก หนังสือเล่มนี้มีอารมณ์ขันสูง แต่ก็เล่าได้อย่างไปเรื่อยๆ โดยเสมือนไม่มีสาระสลักสำคัญใดๆ ทว่าการเล่าเช่นนี้ก็สะท้อนความเป็นเด็กได้ดี ชวนให้คิดถึงยามที่เวลาดูจะยาวนานไม่รู้จบ ไม่มีความรีบเร่งใดๆ และหวนกลับไปในวัยเยาว์ที่เรามีเวลาไม่จำกัดต่อจินตนาการ

นอรีบอกไว้ว่ามีความทรงจำบางประการที่ลืมเลือนไป อย่างเช่นเรารู้ว่าเคยมีหน้าต่างตรงนี้ แต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว หนังสือเล่มนี้อาจเผยมุมหนึ่งของหน้าต่างบานนั้นให้เราได้เห็น
 

เกี่ยวกับผู้เขียน Nicholson Baker นิโคลสัน เบเกอร์ เกิดปี 1957 ที่โรเชสเตอร์ รัฐนิวยอร์ก ผลงานเขียนประเภทนวนิยายคือ The Mazzanine (1998), Room Temperature (1990), Vox (1992), The Fermata (1994), The Box of Match (2003) ประเภทไม่ใช่นวนิยายคือ U and I (1991), The Size of Thoughts (1996), Double Fold (2001) ปัจจุบันพำนักที่รัฐเมน

The Everlasting Story of Nory : Nicholson Baker
ISBN 0-679-76375-9 Vintage, 226 pages, $12.00

Copyright © 2004 faylicity.com

นอรีคิดว่าฝันร้ายนั้นไม่ยุติธรรมอยู่อย่างหนึ่ง ตรงที่มันเลยเถิด เอาสิ่งที่เรารักไป อย่างเช่นรถบรรทุก หรือกระจก หรือแม่ หรือเอาสิ่งที่เราภาคภูมิใจอย่างเช่นการนั่งในห้องน้ำคนเดียว ฝันร้ายทำให้สิ่งเหล่านี้กลายเป็นเรื่องน่ากลัว
-- Nicholson Baker, The Everlasting Story of Nory
คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | ตอนแรก

หยิบมาปัดฝุ่นล่าสุด  ๑ มีนาคม ๒๕๔๗