| ORACLE NIGHT: Paul Auster
read by O |
![]()
เสน่ห์เรียบง่ายของพอล ออสเตอร์ อยู่ตรงที่หนังสือแต่ละเล่มของเขาเหมือนอยู่ในดินแดนแห่งความฝัน มีมนต์มายาสถิตในสำนวนโวหารที่ซื่อตรง ประหยัดถ้อยคำ ซึ่งแม้แลจะอัตคัดความรุ่มรวยของภาษาในเชิงสวยงาม แต่ออสเตอร์สามารถแสดงจินตนาการงดงามให้บรรเจิดในเรื่องราวเสมอ บังเกิดความหลงใหลทันทีที่ได้อ่าน และดำเนินต่อเนื่องจนกว่าจะถึงหน้าสุดท้ายในหนังสือ Oracle Night เป็นหนังสือที่มีเรื่องราวอัศจรรย์ใจ เป็นนิยายซ้อนเรื่องอยู่หลายระดับ ซิดนีย์ ออร์ ตัวละครเอกเป็นนักเขียน เพิ่งฟื้นจากอาการล้มป่วยปางตาย ซึ่งภรรยาและเพื่อนต่างคิดว่าชีวิตของซิดนีย์ครั้งนี้ไม่รอดแน่ เมื่อเขาออกจากโรงพยาบาลเขาจึงมีชีวิตเหมือนเกิดใหม่ ความรู้สึกทุกอย่างรอบตัวเปลี่ยนไป สิ่งเดียวที่เขาคิดคำนึงคืออยากกลับมาเขียนหนังสือต่อเพื่อหาเงินมาใช้หนี้ที่เกิดจากค่ารักษา เกรซผู้เป็นภรรยาดูแลซิดนีย์ทุกอย่าง เขาเล่าถึงความสัมพันธ์ในชีวิตแต่งงาน พูดถึงเกรซ พูดถึงมนต์วิเศษอันน่าฉงนระหว่างเขากับเธอ ออสเตอร์สร้างความน่าสงสัยด้วยการปกปิดข้อมูลบางอย่างของตัวละคร ขับโครงเรื่องและทำนองให้ชวนลึกลับน่าอ่าน จนกระทั่งวันหนึ่งซิดนีย์เจอร้านขายเครื่องเขียนร้านหนึ่ง เขาเข้าไปซื้ออุปกรณ์และเจอสมุดบันทึกสีฟ้า สมุดหนังอย่างดีทำจากโปรตุเกสที่เขาซื้อกลับบ้านด้วยความชอบใจ สมุดนักเขียนเล่มนี้เป็นจุดเริ่มต้นของนิยายอีกเล่มหนึ่ง ทันทีที่ซิดนีย์เริ่มลงมือเขียนเขาพบว่าแรงบันดาลใจหลั่งไหลมามหาศาล จนยามจะหลับจะนอนก็มัวแต่นึกถึงการเขียนต่อและการเขียนนี้ทำให้ชีวิตเก้าวันของซิดนีย์ต้องเผชิญกับความประหลาดมากมาย ซิดนีย์แต่งโดยนำเค้าโครงตอนหนึ่งมาจากหนังสือ The Maltese Falcon ของ Dashiell Hammett (เขียนขึ้นในปี 1930 หนังสือเล่มนี้เป็นนิยายสืบสวนฆาตกรรมเล่มแรกที่ได้รับการชื่นชมมากที่สุดในอเมริกา หนังสือเล่าเรื่องนักสืบแซม สเปดที่ถูกบริจิด สาวเจ้าเล่ห์หลอกให้เข้าไปพัวพันกับการฆาตกรรมและการตามหารูปปั้นนกเหยี่ยวแห่งมอลต้า) แต่ตอนที่ซิดนีย์นึกถึงอยู่ในบทที่เจ็ด ระหว่างที่แซมอยู่ในห้องพัก เขาได้เล่าเรื่องหนึ่งซึ่งไม่เกี่ยวกับเนื้อเรื่องในเล่มนั้นเลยให้บริจิดฟัง คือเรื่องของฟลิตคราฟท์ ชายคนหนึ่งซึ่งเดินอยู่ข้างถนน วันหนึ่งโดนคานยักษ์ตกใส่ ฟลิตคราฟท์ไม่ตายแต่เขาเหมือนเกิดใหม่ เขานึกถึงชีวิตและโอกาส เขาจึงหนีภรรยาและครอบครัว ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ในเมืองที่ไม่มีใครรู้จัก ฟลิตคราฟท์ของซิดนีย์กลายเป็นตัวละครในสมุดบันทึกสีฟ้าโดยมีชื่อใหม่ว่านิค โบเวน นิคเป็นบรรณาธิการสำนักพิมพ์แห่งหนึ่ง เขาได้รับต้นฉบับไม่เคยตีพิมพ์ของซิลเวีย แม็กซเวล อันมีชื่อว่า Oracle Night นิคเจอเหตุการณ์คล้ายคลึงกันกับฟลิตคราฟท์ เขาจึงหนีไปเมืองแคนซัส ออสเตอร์ให้ซิดนีย์เขียนเรื่องนี้สนุกน่าติดตามมาก แล้ววันหนึ่งซิดนีย์ก็ปล่อยให้ตัวละครถูกกักไว้ในห้องใต้ดินไม่มีทางออก ซิดนีย์จะทำอย่างไรต่อไปในสิ่งที่เขาเขียน ต้องติดตาม ออสเตอร์เหมือนนั่งเล่าให้เราฟังถึงวิธีคิดโครงเรื่องและวิธีแสดงของตัวละคร เขาใส่เชิงอรรถตลอดเล่ม จนเชิงอรรถต่างต่างนั้นบรรจุความคิดของตัวละครซ้อนกัน เกิดเป็นเรื่องใหม่ยาวเยียดข้ามหน้าอยู่เสมอ ออสเตอร์บรรจงผสมผสานเรื่องเล่าอย่างกลมกลืน มีความลึกเป็นลำดับ ปมเรื่องของซิดนีย์เองน่าสนใจในแง่มุมแห่งความลึกลับ และการสลับเรื่องไปมาของออสเตอร์ทำให้คนอ่านมักจะลืมเสมอว่าเรื่องไหนก่อนแน่ที่ออสเตอร์ต้องการนำเสนอ มีหลายคนวิจารณ์ว่าหนังสือเล่มนี้ไม่สนุกหากเป็นนักอ่านที่คุ้นเคยกับตัวหนังสือของออสเตอร์มาก่อน แต่นักอ่านคนนี้อยากบอกว่าหนังสือเล่มนี้สนุกดี เป็นบทนำอย่างดีในมนต์วิเศษจากหนังสือของพอล ออสเตอร์ นักเขียนอเมริกันที่ดูจะมีเครื่องไม้เครื่องมือมากที่สุดในการเขียนสมัยนี้ ชวนอ่านครับ เกี่ยวกับผู้เขียน: Paul Auster Oracle Night : Paul Auster
|
|
หยิบมาปัดฝุ่นล่าสุด ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๗ |