เพื่อน คือส่วนสำคัญที่มีความหมายยิ่งต่อเรา โดยเฉพาะในวัยเยาว์ ที่เราตั้งใจว่าเราจะรักเพื่อนและสนิทสนมใกล้ชิดกันจนตลอดไป คาร์เมน ตัวละครหนึ่งในเรื่องนี้ก็คิดเช่นนั้น คาร์เมนเห็นแม่ของเธอเอาความเป็นเพื่อนไว้รองจากเรื่องสามี ครอบครัว การงาน บ้านช่อง และเรื่องเงิน แต่เธอกลับคิดว่าต่อให้เธอเป็นผู้ใหญ่ เธอกับเพื่อนรักก็จะผูกพันกันเรื่อยไปอย่างไม่เปลี่ยนแปลง
คาร์เมน ลีนา บริดเจ็ท และทับบี อายุรุ่นราวคราวเดียวกัน เด็กสาวทั้งสี่สนิทสนมกันตั้งแต่เด็ก ถึงแม้จะไม่ได้ไปโรงเรียนเดียวกัน แต่เพื่อนกลุ่มนี้ได้ใกล้ชิดกันเสมอในทุกหน้าร้อนช่วงปิดเทอม จนถึงปีที่ทั้งสี่อายุสิบห้าย่างสิบหก ที่ทุกคนจะใช้ชีวิตในหน้าร้อนห่างกันเป็นครั้งแรก คาร์เมนจะไปอยู่กับพ่อของเธอที่เซาต์แคโรไลนา ลีนาไปพักกับปู่และย่าที่กรีก บริดเจ็ทไปเข้าค่ายฟุตบอลที่เม็กซิโก ส่วนทิบบีอยู่กับบ้านที่แมรีแลนด์ โดยทำงานพิเศษในร้านขายของ
ก่อนที่ต่างคนจะแยกย้ายกันไป ทั้งสี่พบว่ากางเกงยีนส์มือสองของคาร์เมนเป็นกางเกงมหัศจรรย์ที่ทำให้ทุกคนใส่แล้วดูดีขึ้น เหมือนได้เปลี่ยนแปลงตัวตนไป ทุกคนจึงตั้งกฎเกณฑ์ของกางเกงตัวนี้ (เช่น ห้ามซัก) และตกลงจะแบ่งกางเกงตัวนี้กันใส่โดยส่งต่อให้กันและกัน ทุกคนคาดว่ากางเกงตัวนี้จะนำสิ่งดีพิเศษมาให้ ซึ่งเป็นที่มาของเรื่องของกางเกงที่เดินทางไปเรื่อยๆ จากเพื่อนถึงเพื่อน ตัวนี้
เรื่องนี้เปิดตัวจนอาจทำให้คิดว่ากางเกงตัวนี้จะมีมนต์อัศจรรย์ที่บันดาลโชคดีให้ผู้ใส่ แต่เนื้อเรื่องต่อไปทำให้เห็นว่ากางเกงนั้นเป็นเครื่องหมายแทนความผูกพันและมิตรภาพเท่านั้น หาได้มีมนต์ขลังใดๆ ไม่ ตัวละครจึงต้องผ่านเหตุการณ์ไปได้ด้วยตนเอง ผู้เขียนดำเนินเรื่องโดยเล่าถึงตัวละครแต่ละคนสลับกันไป โดยให้ฤดูร้อนเป็นเวลาที่ทุกคนได้เรียนรู้ตัวเองและเติบโต ตัวละครแต่ละคนต้องสูญเสียความไร้เดียงสาไป แต่ได้เข้าใจชีวิตมากขึ้น
แนวทางการเขียนเรื่องเช่นนี้ไม่ใช่ความแปลกใหม่ แต่น่าสนใจที่ผู้เขียนแสดงให้เห็นว่าการเข้าใจตัวตนนั้นไม่จำเป็นต้องมาจากการเที่ยวไปเสาะแสวงหาที่ไหนไกล ในเรื่องนี้ ทิบบีรู้สึกว่าตนเองโชคร้ายที่สุดที่ไม่ได้มีโอกาสไปที่ไหนอย่างเพื่อนๆ แต่ต้องอยู่กับบ้าน ทำงานที่ได้ค่าตอบแทนเป็นแรงงานขั้นต่ำ แต่ทิบบีคือผู้ที่ได้รับประสบการณ์ที่เปลี่ยนแปลงตัวเองได้มากที่สุด ขณะที่เพื่อนบางคนนอกจากจะไม่เข้าใจตัวเองดีแล้ว ยังต้องใช้เวลาเยียวยาจิตใจอีกด้วย
ผู้เขียนเล่าเรื่องนี้ให้อ่านได้ราบรื่น แม้เหตุการณ์ในเรื่องออกจะคาดเดาได้โดยตลอด แต่ก็มีเสน่ห์ให้น่าติดตามได้เรื่อยๆ คงเพราะว่าเรื่องนี้เล่าได้อย่างเป็นธรรมชาติ ตัวละครในเรื่องพบทั้งสิ่งดีร้ายปะปน มีทั้งความร่าเริง สับสน และเศร้าขนาดทำให้ร้องไห้ได้ แต่ผู้อ่านโดยเฉพาะสาวน้อยที่ก้าวเข้าวัยรุ่นหรือก่อนวัยรุ่น น่าจะประทับใจเรื่องนี้ได้มากเป็นพิเศษ* (หนังสือเยาวชนเล่มนี้ขายดีมากจนติดอันดับหนึ่งในห้าของหนังสือปกแข็งที่ขายดีที่สุดในอเมริกาในปี 2001 และจะออกเล่มสอง The Second Summer of Sisterhood ในเดือนเมษายน ปี 2003 ส่วนฉบับแปลภาษาไทยจะวางจำหน่ายในเร็ววันนี้)
กางเกงสัญจรตัวนี้เป็นตัวแทนที่สื่อถึงความรักและกำลังใจของเพื่อน แต่ที่แท้แล้ว ความผูกพันที่ส่งถึงกันนั้นอยู่ที่ใจ ในฤดูร้อนปีนี้ของเพื่อนทั้งสี่ในเล่ม ทุกคนเข้าใจความหมายนี้ได้ดีกว่าใครๆ
* ใครที่สนใจเรื่องอ่านสำหรับเยาวชนที่เขียนได้อย่างเข้าใจมากๆ ขอแนะนำให้อ่านงานของจูดี้ บลูมดู เธอเป็นนักเขียนอเมริกันที่บอกเล่าใจของเด็กก่อนวัยรุ่นที่ได้ดีที่สุดคนหนึ่ง
เกี่ยวกับผู้เขียน Ann Brashares แอนน์ บราแชร์ส เกิดที่รัฐแมรีแลนด์ สหรัฐอเมริกา เรียนปริญญาตรีสาขาปรัชญาที่บาร์นาร์ดคอลเลจ นิวยอร์กซิตี้ หลังจบการศึกษาได้ทำงานเป็นบรรณาธิการหลายปี จนกระทั่งเขียนหนังสือ The Sisterhood of Traveling Pants (2001) เป็นผลงานเล่มแรก ปัจจุบันเธอพักที่บรูกลิน นิวยอร์ก
THE SISTERHOOD OF THE TRAVELING PANTS : Ann Brashares
ISBN 0-385-72933-2 Delacorte Press 294 pages, $14.95 Hardcover (2001)
กางเกงมหัศจรรย์ แอนน์ บราแชร์ส แปลโดย ดาหาชาดา มติชน ๒๕๔๖
Copyright © 2003 faylicity.com
Maybe happiness didn't have to be about the big, sweeping circumstances, about having everything in your life in place. Maybe it was about stringing together a bunch of small pleasures. Wearing slippers and watching the Miss Universe contest. Eating a brownie with vanilla ice cream.
Ann Brashares
|