* home   ชั้นหนังสือ : ชวนไปรู้จัก
คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | บางตอน
 
book POOR THINGS : Alasdair Gray
read by O

Book Cover

"Please remember me sometimes."

ตอนปิดหน้าหนังสือ..ฟ้าหนาวมืดหมดดินแล้ว มีตัวละครเอ่ยว่า I left you with the stars รู้สึกมึน ดวงตาช้ำแต่อิ่มอกอิ่มใจข้างใน คนอ่านเพิ่งตระหนักว่าเป็นคนนิยมหนังสือประหลาด คือยิ่งแปลกยิ่งดีสามารถอ่านจนจบไม่ยอมทำอะไรอื่น จนนึกถึงที่คนใจหวานเคยบ่นแก้มชมพูลอยลอยว่าเป็นพวกประสาท (ทั้งหนังสือทั้งคนอ่าน) ซึ่งเห็นจะจริง หนังสือเล่มนี้สนุกมาก บริบูรณ์ในเนื้อหาและวิธีการ ถ้าใครยังไม่เคยอ่านหนังสือของนักเขียนคนนี้ อลัสเดอร์ เกรย์ ขอให้เริ่มจากเล่มนี้ก่อนอื่นใด

เกรย์เป็นนักเขียนที่มีความสามารถมาก เขาวาดรูปประกอบคิดทุกอย่างเองทั้งหมด แต่หนังสือของเขากลับขายไม่ค่อยดีเหตุเพราะต้นทุนสูงและเนื้อเรื่องขายยาก Poor Things เป็นหนังสือทำคั่นโครงการหนังสือประวัติศาสตร์วรรณคดี The Book of Preface (ซึ่งใช้เวลา 16 ปีเพิ่งออกวางเมื่อสองปีที่แล้ว ส่วนหนังสือเล่มนี้จำหน่ายเมื่อปี 1992) ที่ทาง Bloomsbury ยอมลงทุนให้ เกรย์เลยเขียนเล่มนี้เพื่อหาเงินให้ตัวเองและสำนักพิมพ์ ในคำขอบคุณหน้าที่สองมีตอนหนึ่งเขาบอกขอบคุณเพื่อนที่ให้ยืมเงินจนเขาสามารถเขียนหนังสือจบ คนอ่านแปลกใจเองว่าเขาจนได้อย่างไรในเมื่อเขียนหนังสือหลายเล่มดีดีทั้งนั้น

หน้าแรกเริ่มต้นด้วยชื่อ Poor Things: Episodes from the Early Life of Archibald McCandless M.D., Scottish Public Health Officer (1909) โดยมีชื่อเกรย์เป็นผู้เรียบเรียง ในบทนำผู้เขียนเล่าให้ฟังว่าหนังสือเล่มนี้เป็นบันทึกเรื่องจริงของหมอคนหนึ่ง เก็บได้จากเพื่อนของเขาซึ่งไปเจอกล่องนี้เข้าที่ตึกร้างแห่งหนึ่ง ในกล่องเป็นเอกสารทิ้งแล้วจากบริษัททนายความและในนั้นมีสมุดเล่มนี้และจดหมายปึกหนึ่งที่น่าสนใจ ผู้เขียนอ้างอิงเอกสาร ประวัติศาสตร์ รูปเขียนและสิ่งต่างต่างจนคุณจะหลวมตัวเชื่อไปว่านี้คือเรื่องจริง เกรย์เป็นนักประวัติศาสตร์เขาจึงสอดแทรกประเด็นมากมายในหนังสือของเขา หนังสือมีวิธีเล่าสนุกสนานแบบในสมัยวิคตอเรียน อีกแง่หนึ่งเป็นวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ ตลกการเมือง หรือบางทีก็เหมือนหนังสือลึกลับแบบ Dr. Jekyll and Mr. Hyde

ในปี 1880 คุณหมออาชี่บัลด์ แมคแคนเลส เป็นนักเรียนแพทย์มาจากครอบครัวชาวนา เขาเป็นเพื่อนกับนักเรียนรุ่นพี่คนหนึ่งชื่อว่าก็อดวิน แบ็กซเตอร์ ซึ่งตัวสูงใหญ่ผิดมนุษย์มนา หน้าตาน่าเกลียดและมีนิสัยพิกลจนทุกคนกลัว แบ็กซเตอร์นั้นร่ำรวยเนื่องจากพ่อของเขา เซอร์ คอลวิน แบ็กซเตอร์เป็นหมอเลื่องชื่อเก่งที่สุดในสมัยนั้น แม้พ่อจะเสียชีวิตไปแล้วแต่อิทธิพลยังมีทำให้ไม่มีใครกล้ายุ่งกับแบ็กซเตอร์ เล่าแบบสั้นสั้นคือวันหนึ่งแบกซเตอร์ไปตรวจศพผู้หญิงท้องแก่คนหนึ่งที่จมน้ำเพราะฆ่าตัวตาย ในฐานะที่เขาเป็นหมอชันสูตรเขาพบว่าสมองเด็กนั้นยังไม่ตาย เขาจึงผ่าสมองออกมาและเพาะเอาไว้ เขากระตุ้นร่างกายของศพให้ฟื้น แต่ด้วยว่าสมองนั้นตายไปแล้วจึงไม่สามารถทำอะไรได้ และเมื่อไม่มีคนมารับศพเขาจึงทำการทดลองด้วยเทคนิคของพ่อ นำสมองเด็กไปใส่ไว้ในร่างผู้หญิงอายุ 25 ปี เขาไม่ได้เล่าให้ใครฟัง ยกเว้นแต่อาชี่บัลด์ หลังจากที่ทำการทดลองผ่านไปได้ระยะหนึ่ง

นางเอกของเรื่องชื่อเบลล์ แบกซเตอร์ หรือดิง ดอง เบลล์ เธอเป็นผู้หญิงฉลาดมากและอารมณ์ขันสูง มีสมองเด็กซึ่งกำลังพัฒนาขึ้นเรื่อยเรื่อย คุณจะหัวเราะกับคำพูดและความไร้เดียงสา เธอไม่รู้หรอกว่าเป็นใครมาจากไหน เธอไม่มีอดีตเพราะแบกซเตอร์บอกว่าเธอเป็นหลานที่พ่อแม่ประสบอุบัติเหตุตาย แบกซเตอร์กับอาชี่บัลด์เลี้ยงนางเอกดั่งลูกและก็หลงรักเธออย่างหัวปักหัวปำ แต่เบลล์เป็นอย่างอลิซ อินวอนเดอแลนด์ต้องหนีออกไปผจญโลกกว้างกับชู้รัก จดหมายที่เธอเขียนกลับมาเล่าให้คนดูแลทั้งสองฟังทำให้เราหัวเราะเพราะความช่างคุยของเธอ ช่วงแรกแรก เธอเขียนจดหมายแบบนี้ เพราะเขียนตัวอักษรใหญ่โตเต็มหน้ากระดาษจนต้องเลิกใช้สระ

'DR CNDL

Y WNT GT MCH FRM M THS WY. WRDS DNT SM RL 2 M WHN NT SPKN R HRD......

ถัดมาเธอก็เล่าเรื่องเป็นกลอนแบบยุคเชกสเปียร์ จนเธอทนไม่ไหวบอกก็อดวินว่า

'Dear God I am tired. It is late. Writing like Shakespeare is hard work for a woman with a cracked head who cannot spell properly.'

เรื่องไม่จบง่ายง่าย เพราะวันหนึ่งอดีตก่อนที่เธอจะฆ่าตัวตายกลับมาหลอกหลอนชีวิตอย่างจริงจัง แต่เล่าไม่ได้แล้วนะครับในเนื้อหา เพราะความสนุกต้องเก็บไว้ให้ลึกลับและมิดชิด หนังสือเล่มนี้ถึงตอนนี้ผมว่าเป็นตลกการเมืองที่มีสไตล์ในการใช้คำสุดยอดเล่มหนึ่ง ทั้งที่ไม่ได้ยังไม่ได้เล่าส่วนการเมืองให้คุณฟังเลย นั้นเป็นเพราะเนื้อหาสนุกจนลืมส่วนอื่น หนังสือจบลงตรงจดหมายจากดอกเตอร์วิคตอเรีย แมคแคนเลสที่เขียนจดหมายถึงหลานของหลานของหลานในปี 1974 ว่าบันทึกนี้ไม่เป็นความจริง และส่วนสุดท้ายคือ Notes Critical and Historical จากคนเขียน จนหน้าสุดท้ายนั้นแหละ คุณถึงจะรู้ว่าใครจริงกว่าใครในเรื่องแฟรงเกนสไตน์แบบนี้ หนังสือเล่มนี้รูปประกอบทางประวัติศาสตร์ รูปจาก Gray's Anatomy และรูปที่นักเขียนบรรจงวาดสวยมาก ถ้าเจอหนังสือโปรดซื้อมาเก็บไว้อ่านนะครับ ยกเว้นว่าท่านชอบเรื่องไม่พิลึกเท่าคนอ่านแล้ว..

เกี่ยวกับผู้เขียน: Alasdair Gray อลัสเดอร์ เกรย์ เป็นชาวสก็อต เกิดในปี 1934 จบการศึกษาจาก Glasgow School of Art ทำงานเป็นครูสอนศิลปะหลังจากนั้น เกรย์แต่งงานกับอิง ซอเรนเซนในปี 1962 มีบุตรชายหนึ่งคน เขาเริ่มงานเขียนบทละครเรื่องแรกให้กับสถานีโทรทัศน์บีบีซีชื่อ The Fall of Kelvin Walker และทำงานเขียนบทละครเรื่อยมา จนปี 1981เมื่ออายุ 47 ปี เกรย์เขียนนวนิยายเล่มแรกและทำให้เขามีชื่อเสียงมากคือ Lanark หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือในดวงใจอยากชวนอ่านอีกเล่มหนึ่งครับ

Poor Things : Alasdair Gray
ISBN:0-7475-12469 Bloomsbury, 317 pages, £14.99

As my brain tried at once to grasp and repel the hideous meaning of her words I came to know what madness is. Writhing my head from shoulder to shoulder and mounting as if biting the air or silently screaming I retreated into a corner and slowly sank to the floor,...

Alasdair Gray . . . Poor Things

Copyright © 2003 faylicity.com

คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | บางตอน

หยิบมาปัดฝุ่นล่าสุด  ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๖