| THE QUIET AMERICAN : Graham Greene |
The Quiet American เขียนขึ้นในปี 1955 โดยมีฉากที่ประเทศเวียดนาม ในยุคสมัยสงครามอินโดจีนครั้งที่ 1 (1946-1954) ระหว่างฝรั่งเศสและเวียดมินห์ โดยฝ่ายหลังต้องการปลดปล่อยเวียดนามจากการเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศส นวนิยายเรื่องนี้สะท้อนการเมืองเรื่องบทบาทของอเมริกาต่อเวียดนาม และยังเป็นเรื่องรักที่อ่านได้น่าประทับใจ
คนอเมริกันผู้เงียบขรึมตามชื่อเรื่องคือ ไพล์ ชายวัย 32 จากบอสตันที่เพิ่งมาไซ่ง่อนในฐานะเจ้าหน้าที่รัฐบาลอเมริกัน ในโครงการให้ความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจแก่อินโดจีน ไพล์เป็นคนเงียบ เอาจริงเอาจัง ยึดมั่นในอุดมการณ์ เป็นคนหนุ่มที่ซื่อ บริสุทธิ์ เป็นคนดีน่ารักที่ใครๆ จะรักเขาได้ไม่ยาก ไพล์เป็นตัวละครที่ตรงข้ามกับตัวเอกของเรื่องโดยสิ้นเชิง ตัวเอกซึ่งเป็นผู้เล่าเรื่องนี้คือ ฟาวเลอร์ นักข่าวอังกฤษวัยกลางคนที่มาประจำอยู่ที่ไซ่ง่อนกว่า 2 ปีแล้ว เพื่อรายงานเรื่องสงคราม ฟาวเลอร์เป็นคนมองโลกแง่ลบ ฉลาด ช่างประชดเหน็บแนมอย่างร้าย เป็นบุคคลที่มีอารมณ์ขันมืดมนมาก เช่นฟาวเลอร์บรรยายงานช่วยเหลือทางเศรษฐกิจของไพล์ว่าเป็น "จักรเย็บผ้าไฟฟ้าสำหรับช่างเย็บเสื้ออดอยาก" ฟาวเลอร์กับไพล์ต่างกันเกือบทุกประการ หากจะนึกภาพว่าไพล์เป็นความหนุ่มแน่น แจ่มใสสดชื่น เป็นน้ำหวาน ไอสครีม ความหวัง ฝันใฝ่ ฟาวเลอร์คือความผุพัง แห้งผาก เป็นวิสกี้ บรเพ็ด ความตาย เห็นแก่ตัว ความจริงแบบแง่ร้าย อ่านอย่างนี้แล้วอย่าเพิ่งนึกไปว่าฟาวเลอร์ไม่น่ารัก ฟาวเลอร์ฉลาดและภาษาดีมากจนผู้เขียนจะทำให้คุณนิยมเขาอย่างยิ่ง ไพล์เหมือนความสดใสชื่นฉ่ำแต่ไร้เดียงสา ในขณะที่ฟาวเลอร์เป็นคนน่าสนใจ ในความคิดที่ผ่านวัยวันจนเป็นความฉลาดเฉลียวและมองคนทะลุ ข้อแตกต่างประการสำคัญของสองตัวละครคือไพล์เชื่อในการมีส่วนร่วมในเหตุการณ์ ต่างจากฟาวเลอร์ที่ยึดมั่นว่าเขาจะไม่เอาตัวไปเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ "ธรรมชาติมนุษย์อย่างที่เป็นอยู่ ปล่อยให้เขาสู้กัน รักกัน ฆ่ากัน ผมจะไม่ข้องเกี่ยวด้วย" ฟาวเลอร์ถือว่าตนเป็นเพียงผู้รายงานข่าว "ผมเขียนเรื่องที่เห็น ผมไม่ร่วมด้วย แม้แต่ความคิดเห็นก็เป็นการแสดงออกแล้วอย่างหนึ่ง" ดังนั้นแม้แต่การแสดงความคิดเห็น เขาก็ไม่อยากจะทำ แม้จะแตกต่างกันอย่างนี้ แต่ไพล์เคารพและนิยมฟาวเลอร์อย่างสูง ฟาวเลอร์ก็ชอบไพล์ไม่น้อย ทั้งคู่เหมือนกันประการหนึ่ง ที่หลงรักผู้หญิงคนเดียวกัน หรือจะพูดให้ถูกต้อง คือไพล์ตกหลุมรักคนรักของฟาวเลอร์ เธอเป็นสาวเวียดนามชื่อ เฟือง เฟืองเป็นตัวละครที่เรารู้น้อยที่สุดว่าเธอคิดอะไร เนื่องจากข้อจำกัดทางภาษา เธอไม่รู้ภาษาฝรั่งเศสและอังกฤษดีนัก ประโยคที่ผู้อ่านจะได้เห็นจากเธอมักเป็นประโยคสั้นๆ เรียบง่าย ที่ไม่บอกความคิดใดๆ อันลึกซึ้งในใจเธอให้เห็น แม้แต่ฟาวเลอร์เองก็บอกว่า "บางครั้ง เธอเสมือนจะไร้ตัวตน เหมือนอย่างความสงบสันติกระนั้น" เรื่องความสัมพันธ์ของทั้งสามดำเนินไปพร้อมกับแง่มุมทางการเมือง ด้วยภาษาและการเล่าที่ยอดเยี่ยมของผู้เขียน ทำให้หนังสือเล่มนี้อ่านได้อิ่ม น่าประทับใจมาก แกรม กรีน เป็นนักเขียนที่ใช้ภาษาดีที่สุดคนหนึ่ง คนอ่านรักภาษาของเขามาก เพราะถ้อยคำสวย ใช้คำเก่ง และยังประหยัดคำ เล่าความได้มากด้วยคำพูดสั้นๆ เมื่อผู้อ่านได้รู้จักฟาวเลอร์เพียงสองหน้ากระดาษแรก บุคลิกของฟาวเลอร์ก็ปรากฏชัดเจนเสมือนว่าเราได้รู้จักเขาแล้วมานาน การเขียนของกรีนไม่มีความเสแสร้ง เขาใช้ประโยคเรียบง่าย ตรงไปตรงมา แต่ทุกประโยคทุกคำของเขามีความหมาย งานเขียนของเขาเป็นเสมือนภาพศิลปะที่งดงามประณีตจากฝีมือเอกของนักวาด นอกจากภาษาที่ไพเราะมากแล้ว เขายังเล่าความได้ดี ในจังหวะการเล่าที่ตัดสลับไปมาระหว่างช่วงเวลาต่างๆ กรีนบรรยายฉากสงครามอย่างเห็นเป็นจริงเป็นจังได้เยือกเย็นน่าหดหู่ เรื่องรักในเล่มก็น่าประทับใจไม่น้อย ฟาวเลอร์รักเฟือง ความรักของเขาเป็นรักแบบมนุษย์ที่มีความเห็นแก่ตัวปะปนอยู่ แต่เขาก็รักอย่างที่ "สำหรับผม การต้องเสียเธอไปนั้นคือจุดเริ่มต้นของความตาย" นวนิยายเรื่องนี้ขึ้นชื่อในการสะท้อนบทบาทของอเมริกาต่อเวียดนาม โดยเป็นเสมือนคำทำนายอันเยือกเย็นถึงอนาคตต่อมา ไพล์คือภาพตัวแทนของอเมริกา ที่ความปรารถนาดีของเขาไม่ได้ทำให้เกิดผลดีเสมอไป ฟาวเลอร์ตำหนิความหวังดีที่มาในโฉมหน้าความไม่เดียงสา โดยบอกว่า "Innocence always calls mutely for protection when we would be so much wiser to guard ourselves against it: innocence is like a dumb leper who has lost his bell, wandering the world, meaning no harm." ฟาวเลอร์คิดว่าเขาจะไม่มีวันมีส่วนร่วมกับสิ่งใดๆ แต่แล้วสุดท้าย เขาก็ต้องมีส่วนร่วม ต้องไม่เป็นกลาง ต้องเลือกข้าง ดังคำกล่าวหนึ่งในเล่มที่ว่า "ไม่ช้าก็เร็ว ... คนเราต้องเลือกข้าง ถ้าเรายังอยากเป็นมนุษย์อยู่" หนังสือเล่มนี้จบได้อย่างที่จะทิ้งรอยประทับใจลึกซึ้งให้ผู้อ่าน คนอ่านประทับใจนิยายเล่มนี้มากจึงอยากมาชักชวนให้ไปอ่านกัน นวนิยายเรื่องนี้สร้างเป็นหนังมาแล้ว ในฉบับล่าสุดแสดงโดย ไมเคิล เคน และ แบรนแดน เฟรเชอร์ เป็นหนังที่ทำได้ดีมากทีเดียว แต่หนังก็แสดงได้แต่เนื้อเรื่อง รสในภาษาจะได้มาก็จากการอ่านอย่างเดียวเท่านั้น
The Quiet American : Graham Greene
Copyright © 2005 faylicity.com "Death was far more certain than God, and with death there would be no longer the daily possibility of love dying." |
|
หยิบมาปัดฝุ่นล่าสุด ๑ กันยายน ๒๕๔๘ |