| RASHOMON AND SEVENTEEN OTHER STORIES : Ryunosuke Akutagawa
read by O |
Rashomon and Seventeen Other Stories เป็นหนังสือรวมเรื่องสั้นของริวโนสุเกะ อะคุตะงะวะที่สำนักพิมพ์เพนกวินนำมาแปลใหม่ โดยเพิ่มเติมเรื่องสั้นที่ไม่เคยตีพิมพ์ในภาษาอังกฤษอีกเก้าเรื่อง อะคุตะงะวะเป็นที่รู้จักจากหนังราโชมอนที่ผู้กำกับอากิระ คุโรซาวา (黒澤 明) นำเรื่องสั้น Rashoumon (羅生門) และ In a Bamboo Grove (藪の中) มาผสมผสานในรูปแบบภาพยนตร์ อะคุตะงะวะเขียนเรื่องทั้งสองจากนิทานพื้นบ้านญี่ปุ่นในศตวรรษที่ 12 หากแต่เทคนิคการดำเนินเรื่องของอะคุตะงะวะเปี่ยมด้วยพลัง เขาเป็นนักเขียนที่สามารถอธิบายธรรมชาติลึกซึ้งของมนุษย์ด้วยถ้อยคำเพียงไม่กี่คำ ด้วยหน้าเพียงไม่กี่หน้า เจย์ รูบิน (แปลหนังสือหลายเล่มของฮารุกิ มุราคามิ) ผู้แปลได้แบ่งเรื่องสั้นสำคัญๆ ของอะคุตางะวะออกเป็น 4 ช่วง ช่วงแรกเป็นงานที่เขียนจากนิทานโบราณหรือตำนานของญี่ปุ่นและจีน นอกเหนือจากเรื่องทั้งสองข้างบน Dragon (龍) และ The Nose (鼻) บรรยายเรื่องราวของพระที่หลงใหลรูปลักษณ์ภายนอกของตน มากกว่าการค้นหาจิตวิญญาณตามความเชื่อทางศาสนา เนื้อเรื่องเต็มไปด้วยอารมณ์ขัน อะคุตะงะวะมีวิธีสะกดนักอ่านให้หยุดนิ่งกับลีลาการเขียน และน้ำเสียงของผู้เล่าที่เขาใช้บุคคลที่สามเป็นผู้สังเกตการณ์เสมอในเรื่องสั้น เขาเป็นเจ้านายแห่งน้ำเสียง รู้จักใช้ตัวละคร และบรรยายฉากละเอียดจนมองเห็นภาพ เป็นเรื่องสั้นที่ฉุดอารมณ์นักอ่านในความรู้สึกต่างๆ นานา อ่านเรื่องของเขาแล้วทำให้ครุ่นคิด เกิดคำถามกับความเป็นมนุษย์ Hell Screen (地獄変) เป็นงานชิ้นเอกที่น่าประทับใจที่สุด เรื่องของจิตรกรแห่งราชสำนักที่เขียนรูปไม่ได้ หากว่าไม่เห็นภาพเหตุการณ์จริงเกิดขึ้นตรงหน้า และภาพที่จิตรกรต้องเขียนเป็นฉากวิจิตรของนรก ซึ่งขาดแต่ฉากรถประทับที่มีเพลิงเผาไหม้ผู้หญิงอยู่ข้างใน และเมื่อจิตรกรเอ่ยปากขอ มีหรือจะถูกปฏิเสธ เป็นเรื่องสั้นที่สยดสยองพองเกล้ามาก ช่วงที่สองเป็นเรื่องสั้นเขียนจากประวัติศาสตร์ในปลายสมัยเฮอันของญี่ปุ่น ในช่วงที่ญี่ปุ่นมีสงครามและได้รับอิทธิพลทางวัฒนธรรมจากชาติตะวันตก หลายเรื่องสั้นของอะคุตะงะวะยังคงวนเวียนเกี่ยวกับมนุษย์ที่ติดกับในสถานภาพใดสถานภาพหนึ่งในสังคม ไม่ว่าจะเรื่องศาสนา ความเชื่อ และความวิกลจริต ช่วงที่สามเป็นเรื่องสั้นสมัยใหม่ของผู้เขียน รูบินเรียกส่วนนี้ว่า Modern Tragicomedy และเป็นส่วนที่ทำให้เราเห็นด้วยกับมุราคามิที่บอกว่าอะคุตากาวะเป็นรากของงานเขียนโมเดิร์นนิสต์ในญี่ปุ่น Horse Legs (馬の脚) เขียนในปี 1925 ได้รับแรงบันดาลใจมาจากคาฟคา เรื่องสั้นเรื่องนี้เรียกเสียงหัวเราะในการอ่านอย่างเพลิดเพลิน เป็นเรื่องของชายคนหนึ่งที่ตายกะทันหัน ตื่นขึ้นอีกครั้งก็พบคนจีนสองคนถามความเป็นมาของเขา ซึ่งพบว่าเขาไม่ใช่คนที่ต้องการ แต่ในเมื่อเขาตายไปแล้วร่างกายจึงเริ่มเน่าเปื่อย เริ่มจากที่เท้า ยมบาลจึงเอาเท้าม้าที่เพิ่งตายมาใส่แทน แล้วให้เขาฟื้นคืนชีพกลับมา เรื่องสั้นเรื่องนี้เป็นการผจญภัยของชายคนหนึ่งที่ปกปิดความลับในยามที่เท้ามีกีบ Green Onions (葱) เป็นเรื่องสั้นที่มีความสมัยใหม่และสำเนียงดั่งมุราคามิ มุราคามิเป็นผู้เขียนบทแนะนำในหนังสือเล่มนี้ เขาชื่นชมริวโนะสุเกะ อะคุตะงะวะมาก เรื่องสั้นเหล่านี้จึงเปรียบเสมือนครู เป็นนักเขียนของนักเขียนที่ควรค่าแก่การอ่าน ช่วงสุดท้ายเป็นงานที่เรียกว่าอัตชีวประวัติของอะคุตะงะวะ ซึ่งผู้เขียนเขียนชีวิตของเขาออกมาในรูปแบบเรื่องสั้นและบทความที่ไม่ปะติดปะต่อ แต่เป็นความทรงจำเข้มข้นในภาวะหนึ่งๆ การได้อ่านงานที่บ่งบอกชีวิตของใครคนหนึ่ง เป็นเสมือนการเรียนรู้และเข้าใจงานเขียนของเขา ตัวละครหนึ่งใน Daidoji Shinsuke: The Early Years (大導寺信輔の半生) บรรยายความรู้สึกของชินซูเกะเกี่ยวกับการอ่าน เขาบอกว่าเขาเรียนรู้เรื่องราวของโลกจากหนังสือ เขาไม่เคยอ่านคนบนถนนเพื่อเรียนรู้ชีวิต แต่การอ่านช่วยให้เขาเรียนรู้และเข้าใจชีวิตผู้คนที่ผ่านไปมาบนท้องถนน อะคุตากาวะเป็นคนที่ชอบอ่านหนังสือมากโดยเฉพาะงานเขียนจากตะวันตก ใน The Writer's Craft (文書) บอกความคิดผ่านตัวละครว่างานเขียนของนักเขียนไม่ได้อยู่ที่ความยาก การใช้เวลาที่นานหรือความคิดของตนที่มีต่องานชิ้นหนึ่ง หากแต่งานเขียนจะมีผล เกิดจากการอ่านของคนอื่นและการตีความหมายของนักวิจารณ์ เรื่องสั้นที่มาจากเรื่องราวใหญ่ๆ ในชีวิตเขา คนอ่านอยากบอกว่าอ่านแล้วเศร้าหมองไปด้วย อะคุตะงะวะกลัวเป็นบ้าเนื่องจากแม่ของเขาเป็นโรคนี้ ตัวเขาเองไม่เคยรักพ่อ ความทุกข์ทรมานที่เขาผจญผ่านตัวหนังสือเรียบง่าย ไม่ต่างจากตัวละครที่ติดกับในสภาวะหนึ่งๆ ของเรื่อง ในปีสุดท้ายของชีวิตอะคุตะงะวะเขียน The Life of Stupid Man (或阿呆の一生) มีประโยคหนึ่งในนั้นบ่งบอกถึงความสิ้นหวัง การมีชีวิตคือความทรมาน เขาปรารถนาให้มีใครคนหนึ่งมาทำร้ายเขาจนตายในยามหลับใหล อะคุตะงะวะฆ่าตัวตายเมื่อมีอายุเพียงสามสิบห้าปี จากตัวอักษรเพียงมนต์เสน่ห์ที่ปลายนิ้วของนักเขียนสู่ใจอ่อนล้าของนักอ่าน ริวโนะสุเกะ อะคุตะงะวะมีงานเขียนควรค่าแก่การอ่าน เรายินดีที่ได้แนะนำนักเขียนเอกอุระดับโลกผู้นี้ *หมายเหตุ: หน้าปกหนังสือเขียนภาพประกอบโดย โยชิฮิโระ ทัตสึมิ นักเขียนการ์ตูนชื่อดัง สำนักเพนกวินคลาสสิกออกปกใหม่เนื่องจากครบรอบ 60 ปีของเพนกวินในอเมริกา มีหนังสือคลาสสิกหลายเล่มที่มีปกใหม่ในชุด Graphic Classics เกี่ยวกับผู้เขียน Ryunosuke Akutagawa (1892-1927) 芥川 龍之介 ริวโนะสุเกะ อะคุตะงะวะ เกิดที่กรุงโตเกียวในปี 1892 เติบโตกับครอบครัวของลุงที่รับเขาเป็นบุตรบุญธรรม หลังจากที่แม่เป็นบ้าและพ่อทิ้งไป เขาจบการศึกษาด้านวรรณคดีอังกฤษที่มหาวิทยาลัยโตเกียว อิมพีเรียลในปี 1916 ทำงานเป็นครูสอนภาษาอังกฤษสองปี ก่อนยึดอาชีพนักเขียนในปี 1919 อะคุตะงะวะฆ่าตัวตายเมื่อปี 1927 ขณะมีอายุสามสิบห้าปี Rashomon and Seventeen Other Stories (Deluxe Edition) : Ryunosuke Akutagawa ราโชมอนและเรื่องสั้นอื่นๆ ริวโนะสุเกะ อะคุตะงะวะ แปลโดย กิตติพล สรัคคานนท์ สมมติ ๒๕๕๑
Copyright © 2006 faylicity.com |
|
หยิบมาปัดฝุ่นล่าสุด ๑ กรกฎาคม ๒๕๔๙ |