* home   ชั้นหนังสือ : ชวนไปรู้จัก
คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | บางตอน
 
book RATS : Robert Sullivan

Bookหนู : สิ่งมีชีวิตที่ใคร ๆ ก็ไม่รัก

ขณะอ่านหนังสือเรื่อง “หนู” ไปไม่นาน คนอ่านอดนึกถึงประโยคจากหนังเรื่อง Sin City ไม่ได้ ที่ว่า “เดินไปตามซอกตึกบางตึกในเมืองบาปแห่งนี้ คุณจะเจออะไรก็ได้ทั้งนั้น”

เหตุเพราะผู้เขียนหนังสือเล่มนี้เล่าประสบการณ์จริงตลอดหนึ่งปี ที่ใช้ชีวิตยามค่ำคืนซุ่มซ่อนแฝงตัวไปตามซอกตึกในนครนิวยอร์ก คืบคลานไปใกล้กองขยะสกปรกโสโครก เพื่อสังเกตการณ์ชีวิตของหนู

ถึงตอนนี้ หลายคนอาจมีคำถามว่าอะไรทำให้เขาทำเช่นนี้ โรเบิร์ต ซัลลิวัน เป็นคนชนิดใด ปกติดีไหม มีปัญหาอะไร จึงควรกล่าวถึงที่มาของแรงบันดาลใจนี้สักนิด ซัลลิวันเขียนงานให้นิตยสาร นิวยอร์กเกอร์ เขาสนใจเรื่องนี้เพราะเห็นว่าหนูเป็นภาพสะท้อนของมนุษย์ -- ที่ใดมีคน ที่นั่นมีหนู

Rats live in man's parallel universe, surviving on the effluvia of human society; they eat our garbage. I think of rats as our mirror species, reversed but similar, thriving in the very cities where we do the same.

ตลอดมาหนูถูกรังเกียจ จงชัง ขยะแขยง เมินหมาง และถูกทำลายมากกว่าจะมีใครอยากศึกษาหรือทำความเข้าใจ สำหรับซัลลิวัน การเข้าใจหนูคือการเข้าใจผู้คนและสถานที่ที่หนูพำนักได้อย่างลึกซึ้ง ซึ่งในที่นี้คือนครนิวยอร์ก (ดูหน้าปกหนังสือว่า Petre Sis ออกแบบให้นครนิวยอร์กกลายเป็นรูปหนูได้สวยงามน่าทึ่งมาก)

จึงเป็นที่มาที่ผู้เขียนไปซุ่มในซอกตึกเก่าแก่ ที่อยู่ห่างจากวอลล์สตรีท บรอดเวย์ และอดีตที่ตั้งเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์เพียง 2 บล็อก พร้อมด้วยเครื่องมืออันประกอบด้วยสมุดบันทึก กล้องส่องทางไกล กล้องสำหรับมองเห็นในความมืด เก้าอี้พับ และกระติกกาแฟร้อน

ซัลลิวันเจาะจงศึกษาแต่หนูเถื่อนในนิวยอร์กเท่านั้น (นั่นคือหนูที่ไม่ใช่สัตว์เลี้ยง ไม่ใช่หนูทดลอง) เป็นหนูชนิด Rattus norvegicus หรือที่รู้จักในนาม หนูนอร์เวย์ หนูสีน้ำตาล หรือหนูท่อ

หนูเป็นสัตว์น่าทึ่งดังที่ซัลลิวันบอกให้ฟังว่าหนูหากินยามกลางคืน หนูสายตาไม่ดีแต่จมูกไวมาก หนูมีประสาทการรับรสที่ดียิ่ง รับรู้ได้ว่าอาหารมีพิษแม้จะเจือจางเพียง 1 ในล้านส่วน

หนูปีนป่ายแคล่วคล่อง เป็นนักว่ายน้ำตัวฉกาจ สามารถว่ายข้ามแม่น้ำได้ ดังนั้นการแหวกว่ายในโถชักโครกจึงเป็นเรื่องเล็ก

ฟันคู่หน้าของหนูคมมากและแข็งแรงประดุจเหล็กกล้า งอกยาว 5 นิ้วต่อปี หนูชอบกัดแทะ ประเมินว่าความเสียหายของสายไฟและสายโทรศัพท์ที่เกิดขึ้นเกือบ 1 ใน 5 มาจากหนู

หนูสามารถยุบกระดูกของตัวเอง ทำให้ลอดตัวเข้าช่องแคบ ๆ ได้ แม้จะแคบเพียง 3 กระเบียด อันเป็นความกว้างของกะโหลกศีรษะหนู

หนูแพร่พันธุ์รวดเร็วมาก เวลาที่หนูไม่ได้กินก็มักจะมีเพศสัมพันธ์ หนูมีเซ็กส์ได้วันละ 20 หน มีได้กับคู่ไม่เลือกหน้า หนูชายที่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีแต่ชายด้วยกันสามารถมีเซ็กส์กับชายกันเองได้ หนูตั้งท้อง 21 วัน คลอดลูกครอกละ 8-10 ตัว และมีลูกได้อีกทันทีหลังคลอด หนูคู่หนึ่งสามารถแพร่พันธุ์จนมีลูกหลานได้ 15,000 ตัวภายในหนึ่งปี

“หนูที่อยู่รอดจนอายุสี่ปีเป็นสัตว์ที่ฉลาดและมองโลกแง่ร้ายที่สุดในโลก กับดักไม่มีความหมายอะไร ไม่ว่าจะวางดีแค่ไหน พวกมันจะเตะ ๆ จนกับดักทำงาน แล้วกินเหยื่อ … ผมเชื่อว่ามันอ่านหนังสือออก”
    -- นักกำจัดหนูให้สัมภาษณ์ โจเซฟ มิทเชล ในปี 1944

ที่น่าทึ่งกว่าข้อมูลเหล่านี้คือผู้เขียนตระหนักว่าเรื่องของสัตว์ต่ำต้อยอย่างหนูทำให้เขาคิดไปได้ถึงเรื่องยิ่งใหญ่กว่า ถึงเรื่องของชีวิตและความตาย

เรื่องของชีวิตย้อนอดีตให้เราทราบถึงประวัติศาสตร์ของหนูในอเมริกา เรื่องของคนที่นำการประท้วงด้วยหนู จนเป็นแรงผลักดันสำคัญในการเคลื่อนไหวระดับรากแก้วของชุมชนท้องถิ่น เรื่องของอาหารคนซึ่งหมายรวมถึงอาหารของหนูในที่สุด เรื่องการจัดเวทีประลองเอาหมาสู้หนูในอดีต โดยหมาที่ทำลายสถิติสามารถฆ่าหนู 100 ตัวได้ภายใน 5.28 นาที

มีการจัดคนสู้หนูเช่นกัน แต่ไม่ค่อยนิยม อาจเป็นเพราะว่าคนสู้หนูต้องฆ่าหนูโดยกัดหัวให้ขาด นักสู้จะโชกเลือดมาก ๆ ตามใบหน้าเพราะนอกจากจะกัดหนูแล้ว ยังถูกหนูกัดไปด้วย

หนูในเมืองมีอายุขัยเฉลี่ยเพียงหนึ่งปี เรื่องของความตายแสดงว่ามรณกรรมของหนูเมืองมีหลายรูปแบบ ตั้งแต่ถูกรถทับ ถูกดัก ถูกยิง (ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ) ถูกวางยา ผู้เขียนบรรยายแจ่มแจ้งว่าเมื่อฉีดพิษเข้ารัง หนูจะตายจากหัวใจล้มเหลว ระบบประสาทส่วนกลางถูกทำลาย ท่าตายคือขาเหยียด เหยื่อพิษจะทำให้หนูตกเลือดภายในจนตาย ซึ่งหนูต้องกินหลายครั้งกว่าจะเห็นผล นักกำจัดหนูเรียกหนูที่กลับมากินเหยื่อครั้งหลัง ๆ ด้วยอาการมึนงงว่า dead rodent walking (นักโทษหนูเดินสู่แดนประหาร)

การวางยาเบื่อไม่ใช่วิธีการควบคุมหนูที่ได้ผล การวางยายิ่งเพิ่มอัตราการตั้งครรภ์ของหนูที่เหลืออยู่อีกเท่าตัว หนูที่เหลือจะเพิ่มน้ำหนักอย่างรวดเร็วและแข็งแรงกว่าเดิม วิธีเดียวในการกำจัดหนูคือการกำจัดอาหารหนู ซึ่งรวมทั้งขยะ

จอห์น คาลฮาวน์ ผู้วิจัยพฤติกรรมสังคมหนูเขียนรายงานในปี 1963 ว่าถ้าปล่อยให้หนูเพิ่มจำนวนมากเกินไปในห้องแคบ ๆ หนูจะฆ่ากันเอง ละเมิดทางเพศกันเอง นักกำจัดหนูบอกซัลลิวันว่าถ้าอยากปราบหนู ให้เพิ่มความเครียดในสภาพแวดล้อมของหนูโดยหยุดให้อาหาร แล้วหนูจะกินกันเอง

หนูยังเกี่ยวพันกับความตายอีกด้านหนึ่ง ด้วยเป็นพาหะนำโรคร้ายต่าง ๆ ในเล่มเล่าเรื่องหนูและโรคห่าในซานฟรานซิสโก ปี 1900 ได้ดีมาก อ่านสนุกทั้งยังชวนให้นึกถึงการปกปิดข่าวไข้หวัดนกในบ้านเรา

ในฤดูหนาวปีที่ซัลลิวันเก็บข้อมูลเรื่องหนู เกิดเหตุการณ์วินาศกรรมตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ เขาบอกเล่าเรื่องของหนูเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ได้จับใจว่า “เราเห็นสิ่งเลวร้ายที่สุดที่ผู้คนจะกระทำต่อกันได้ แต่เราได้เห็นสิ่งดีที่สุดด้วยเช่นกัน”

ซัลลิวันเขียนหนังสือดีมาก เรื่องเล่าของเขามีเสน่ห์ที่ข้อมูล ให้ข้อมูลดึงดูดใจจำนวนมาก เล่ารายละเอียดน่าติดตาม (เช่นตอนหนึ่งที่เขาเล่าการสนทนากับนักกำจัดหนู นักกำจัดหนูเห็นแมลงตัวเล็กบนโต๊ะ หยุดพูด มองแมลงสักครู่แล้วจับแมลงด้วยมือเอาใส่ซองจดหมาย บอกว่า “ผมจะตรวจสอบดูตอนกลับที่ทำงาน”) เรื่องเล่าของเขาไม่ว่าจะเป็นประวัติศาสตร์เรื่องคนหรือสถานที่ ต่างน่าสนใจทั้งนั้น

แม้ว่าภาษาของเขาจะไม่ได้ตั้งใจให้คนอ่านขวัญเสีย แต่ขณะอ่านนั้นเสมือนมีดนตรีประกอบจากหนังสยองขวัญ ชิ้ง.. ชิ้ง.. ชิ้ง.. ดังคลออยู่เป็นระยะ หลายตอนน่าจะทำให้คนอ่านอกสั่นขวัญแขวง ดีที่ว่าเขาเล่าความอย่างมีอารมณ์ขันมาก ทำให้อ่านเพลินอย่างยิ่ง

ข้อเสียของหนังสือคือสองบทสุดท้าย ที่ดูเหมือนผู้เขียนจะจบไม่ลงหรือเสียดายข้อมูลที่หามา ทำให้เกิดความรู้สึกเยิ่นเย้อและอ่อนล้า ผิดกับบทอื่น ๆ ในเล่ม

แต่ถึงอย่างนั้น หนังสือเล่มนี้เล่าเรื่องหนูได้ดีที่สุดเล่มหนึ่ง ซัลลิวันเชื่อว่าทุกคนมีเรื่องเล่าส่วนตัวเกี่ยวกับหนูด้วยกันทั้งนั้น จริงอยู่ว่าประสบการณ์การไปสำรวจตามกองขยะ อาจไม่ได้ทำให้ได้ข้อเท็จจริงที่ยิ่งใหญ่อย่างใดเกี่ยวกับหนู แต่เรื่องเล่านี้น่าสนใจไม่น้อย เชื่อว่าหลายคนคงอยากฟังเขาเล่ามากกว่าจะไปสัมผัสประสบการณ์จริง

อ่านหนังสือเล่มนี้ สนุกกว่าการไปซุ่มดูหนูอยู่ตามกองขยะเป็นไหน ๆ

* หมายเหตุ บทความนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกในคอลัมน์ Image Must Read นิตยสาร Image, เดือนกุมภาพันธ์ 2549


เกี่ยวกับผู้เขียน Robert Sullivan โรเบิร์ต ซัลลิวัน มีผลงานเขียนหนังสือเรื่อง The Meadowlands และ A Whale Hunt มีผลงานเขียนบทความลงนิตยสาร Vogue, New Yorker ปัจจุบันพำนักที่นิวยอร์ก

Rats : Observations on the History & Habitat of the City's Most Unwanted Inhabitants : Robert Sullivan
ISBN 1-58234-477-9 Bloomsbury 250 หน้า ราคา $14.95 ปกอ่อน ปีที่พิมพ์ 2004

Copyright © 2006 faylicity.com

คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | บางตอน

หยิบมาปัดฝุ่นล่าสุด  ๑ พฤษภาคม ๒๕๔๙