ชูศักดิ์กล่าวไว้ในคำนำของหนังสือเล่มนี้ว่า การ อ่าน (ไม่) เอาเรื่อง นั้น แตกต่างจากการ อ่านไม่เอาเรื่อง โดยการอ่านประเภทหลังเป็นการอ่านแบบตามใจชอบโดยปราศจากหลักเกณฑ์ใด ๆ ทั้งสิ้น "นึกจะอ่านและตีความงานเขียนให้เข้ารกเข้าพงตามใจนึกและสนุกของผู้อ่าน" แต่การอ่าน (ไม่) เอาเรื่อง เป็นระดับที่สูงขึ้นไปจากการอ่านเอาเรื่อง ที่นอกจากจะดูเนื้อเรื่องใจความหลักแล้ว จะต้อง "มุ่งวิเคราะห์กระบวนการการสร้างความหมาย ปัจจัยและเงื่อนไขที่ทำให้การสื่อความหมายเป็นไปได้ และที่สำคัญคือมุ่งพินิจเพื่อตีแผ่สิ่งที่ "ไม่ปรากฏ" ซึ่งแฝงเร้นหรือแอบซ่อนมากับเรื่อง" การอ่านเช่นนี้น่าจะให้ความเพลิดเพลินทางปัญญาได้ ด้วยผู้อ่านจะได้รู้เท่าทันตัวบทและเพิ่มมิติในการอ่านวรรณกรรม
ผู้เขียนได้ตั้งชื่อนี้เพื่อสะกิดคนอ่านให้สนใจนัยยะของหนังสือให้มากขึ้น ในเล่มประกอบด้วยบทความเกี่ยวกับวรรณกรรม โดยรวมข้อเขียนในช่วงสิบปีที่ผ่านมา เนื้อหาแบ่งเป็นสี่ส่วน (รายละเอียดแสดงที่ท้ายหน้านี้) ส่วนแรกความคิดเห็นในเรื่องวรรณกรรม ส่วนที่สองและสามเป็นบทวิจารณ์วรรณกรรมไทยและต่างประเทศ ส่วนที่สี่เป็นเรื่องของแนววรรณกรรม และภาคผนวกที่กล่าวถึงทฤษฎีวรรณกรรมวิจารณ์อย่างคร่าวๆ และบทสัมภาษณ์ผู้เขียน
บทวิจารณ์วรรณกรรมในเล่มเป็นการพิจารณาความหมายที่ซ่อนในงานเขียน โดยใช้วิธีการอ่าน (ไม่) เอาเรื่อง การตีความในนี้จึงน่าสนใจไม่น้อย เช่น โศกนาฏกรรมของม.ร.ว. กีรติใน ข้างหลังภาพ คือ "โศกนาฏกรรมของผู้ใช้ชีวิตเลียนแบบวรรณกรรมความรักต้องห้าม และความตายของเธอคือความตายของวรรณกรรมที่ตกไปอยู่ในมือของคนอ่านหนังสือไม่แตก" ม้าก้านกล้วย ของไพวรินทร์ ขาวงาม ที่แม้จะงดงามในฉันทลักษณ์ แต่ไม่อาจสร้างจินตภาพเชิงกวีที่แปลกใหม่ได้ ภาษาดีในนี้จึงเป็นได้ไม่มากไปกว่า "กลอนของเธอเพ้อฝันอยู่นั่นแล้ว" อหังการของดอกไม้ ของจิระนันท์ พิตรปรีชา ที่ไม่อาจหลุดจากการมองผู้หญิงด้วยกรอบของผู้ชาย งานทดลองของวินทร์ เลียววาริณ ที่ดูไม่ต่างจากสูตรสำเร็จของความแปลกใหม่ในการนำเสนอ แต่ไม่ค่อยมีเนื้อหาที่ท้าทายมุมมองความคิดของผู้อ่าน
แม้เวอร์จิเนีย วูลฟ์เขียนไว้ว่าไม่มีใครจะแนะนำคนอื่นได้ว่าควรอ่านอย่างไร หากให้เราจงทำตามเสียงใจของเราเอง แต่หนังสือเล่มนี้ก็ได้เสนอมุมมองการอ่านที่น่าสนใจ และรวบรวมบทความทางวรรณกรรมน่าอ่านจำนวนมาก หนังสือเล่มนี้เป็นตัวอย่างการทำหนังสือที่ดีมาก ๆ เล่มหนึ่ง ทั้งหน้าปกที่ดี (ออกแบบโดยประชา สุวีรานนท์ ที่บอกว่าดีเพราะสวยสะดุดตาเมื่อแรกเห็น น่าสนใจตรงลูกเล่นรอยประที่ทำเป็นตารางบนปก แต่ข้อเสียคือเมื่ออ่านๆ ไป ปกจะพับตามรอยประเหล่านั้นในแนวตั้งจนปกพัง ซึ่งอาจเป็นเหตุให้ฉบับพิมพ์ครั้งต่อๆ มาไม่มีการทำรอยประบนปก การออกแบบที่ดีบางอย่างนั้นดีสำหรับดู แต่ไม่ดีสำหรับใช้) คำนำจากผู้เขียนที่มีคุณค่าน่าอ่าน ต่างจากคำนำด้อยคุณค่าทั่วไปของหนังสือในยุคนี้ หลังปกหนังสือเขียนถึงเนื้อหาในหนังสือได้กระชับและได้ใจความ หลังปกและสารบัญในเล่มเป็นคำเชื้อเชิญในการอ่านได้ดีที่สุดในตัวเอง
หนังสือเล่มนี้ไม่เพียงแต่จะดีในเนื้อหา แต่ยังให้ความรู้ความคิดเห็นที่น่าสนใจต่าง ๆ ในเรื่องวรรณกรรม ถ้าไม่ได้อ่านก็เห็นจะต้องบอกว่าน่าเสียดาย
สารบัญ
ภาคหนึ่ง ว่าด้วยวรรณกรรม
จะอ่านวรรณกรรมไทยตามใจใครดี
ชะตากรรมของหนังสือในสหัสวรรษใหม่
ทศวรรษหน้าของนวนิยายไทย
บทบาทของรางวัลวรรณกรรมต่อการสร้างและเสพวรรณกรรม
วรรณกรรมวิจารณ์สัญจรที่หลุยส์วิลล์ เคนตักกี้
มุมมองและเสียงเล่าในวรรณกรรม
ปริศนาข้างหลังภาพ "คณะสุภาพบุรุษ"
ภาคสอง วิจารณ์วรรณกรรมไทย
ปริศนา ข้างหลังภาพ ของศรีบูรพา
คุณธรรมของความยากจน และความยากจนของคุณธรรม
คำพูดและความเงียบใน ฟ้าบ่กั้น
ยี่สิบปี "อหังการแห่งดอกไม้"
หลังเที่ยงคืน ความหมายเชิงโครงสร้างและโครงสร้างของความหมาย
เวลา และความน่าเบื่อที่น่าสนใจ
ม้าก้านกล้วย กลับไม่ได้ ไปไม่ถึง
เหมือนอย่างไม่เคย . . . มีแต่พวกมัน
วินทร์ เลียววาริณ สูตรสำเร็จ และ/หรือ แนวทดลอง
ตุลาคม ทศวรรษใหม่ของไพฑูรย์ ธัญญา
นาฏกรรมในเงามืด เรื่องผีที่ไม่ธรรมดา
ภาคสาม วิจารณ์วรรณกรรมโลก
ความแอ็บเสิร์ด การโกหก และชายอาหรับ ใน คนนอก
ชาวดับบลิน ในเมืองไทย
"เทือกเขาคล้ายช้างเผือก" บทเรียนเชิงปฏิบัติศาสตร์
ผู้หญิงของเฮมิงเวย์ ใน "แมวกลางฝน"
การตื่นจากฝันและการเพ้อฝันของเอ็ดน่าใน The Awakening
มาจากสองฝั่งฟ้า และมายาคติเกี่ยวกับคนจีนในอเมริกา
เวลา ใน หนึ่งร้อยปีแห่งความโดดเดี่ยว
เณมัส ฮีนีย์ กวีโนเบลผู้อยู่ระหว่างสองโลก
อรุณธาตี รอย กับเทือกเขาหิมาลัยและเทือกเขาแอลป์
ว่าด้วยแนววรรณกรรม
วรรณกรรมแนวสัจนิยมมหัศจรรย์
นวนิยายนักสืบ กับอุดมการณ์ทางการเมือง
ไซเบอร์พังค์ นวนิยายวิทยาศาสตร์แนวโพสต์โมเดิร์น
ภาคผนวก
เลาะเลียบเส้นทางวรรณกรรมวิจารณ์
บทสัมภาษณ์
เกี่ยวกับผู้เขียน ชูศักดิ์ ภัทรกุลวณิชย์ ปัจจุบันเป็นอาจารย์ประจำภาควิชาภาษาและวรรณคดีอังกฤษ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เคยได้รับรางวัลนักวิจารณ์วรรณกรรมยอดเยี่ยม กองทุนหม่อมหลวงบุญเหลือ เทพยกุล
อ่าน (ไม่) เอาเรื่อง : ชูศักดิ์ ภัทรกุลวณิชย์
ISBN 974-7798-66-2 คบไฟ ๔๒๔ หน้า ราคา ๒๓๐ บาท
Copyright © 2002 faylicity.com
ในเมื่อนักวิจารณ์ในบ้านเรา ต่างก็ออกมาเรียกร้องอย่างแข็งขัน ให้นักเขียนทั้งหน้าเก่าและใหม่ สร้างวรรณกรรมที่มีลักษณะสร้างสรรค์ หลากหลาย ซับซ้อน และปรับเปลี่ยนไปตามสภาพความเป็นจริงใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้น ไม่หยุดนิ่งอยู่กับที่จนเป็น "วรรณกรรมน้ำเน่า" นักวิจารณ์เองก็น่าที่จะนำข้อเรียกร้องกับนักเขียนข้างต้นมาใช้เป็นบรรทัดฐานในการสร้างงานวิจารณ์วรรณกรรมของตนเองด้วยเช่นกัน
หาไม่แล้ว นักเขียนหรือผู้อ่านก็ย่อมจะมีสิทธิบ่นได้เช่นกันว่า "ในบ้านเรา มีแต่งานวิจารณ์น้ำเน่า"
อ่าน (ไม่) เอาเรื่อง . . . ชูศักดิ์ ภัทรกุลวณิชย์
|