* home   ชั้นหนังสือ : ชวนไปรู้จัก
คืนเรือน | ชั้นหนังสือ
 
book ELEANOR RIGBY : Douglas Coupland
read by O

Book Cover

Eleanor Rigby เป็นชื่อเพลงของวงสี่เต่าทองอันโด่งดัง กล่าวถึงชีวิตของผู้หญิงในวัยหนึ่งที่อยู่อย่างไร้ความหมาย ไม่มีอะไรให้รอคอยอีกต่อไปนอกจากงานศพ อิเลียนอร์เป็นตัวแทนของความโดดเดี่ยวอ้างว้างในสังคม และเสี้ยวหนึ่งของอิเลียนอร์อาจซ่อนสถิตอยู่ในห้วงคำนึงของตัวเรา

คูปแลนด์ผ่านพ้นวัยยับปี้มานานปี หนังสือของเขายังคงตั้งคำถามเกี่ยวกับชีวิตและการค้นหาความหมาย สะท้อนสังคมในมุมและฉากตามบทบาทมนุษย์ที่แตกต่างกันไป แต่สิ่งหนึ่งที่กลายเป็นสัญลักษณ์ในหนังสือคือนิมิตการมองของตัวละคร ความพยายามเข้าใจโลกด้วยการยอมรับการเปลี่ยนแปลง แม้ตัวละครในหนังสือของคูปแลนด์จะเพ้อฝันหรือช่างเหงา แต่ไม่ชวนละเมอเพ้อพก กลับเต็มไปด้วยความเสียดสีและขมขื่นที่สะท้อนการยอมรับความจริงอย่างที่เป็น

Eleanor Rigby เล่าถึงชีวิตของลิซ ดันน์ หญิงวัยสี่สิบสองปี เล่าด้วยน้ำเสียงบุคคลที่หนึ่งที่อ่านสนุกและสำนวนชวนฮา เธอบอกว่าเป็นคนอ้วน หน้าตาไม่น่าสนใจ ใช้ชีวิตเรียบง่ายและอยู่กับความเหงามาตลอด ชีวิตของเธอไม่น่าอ่านอย่างไร ดูได้จากเมื่อตอนแรกเกิด หมออุ้มและมองเธอด้วยสายตาเฉยเมย ก่อนจะหันไปถามพยาบาลว่า วันนี้มีรายการทีวีอะไรน่าดูไหม หรือถ้ามีคนมองลิซ ดันน์ ประเดี๋ยวเดียว คนพวกนั้นก็จะลืมว่าเธอยืนอยู่ตรงนั้น เธอมีความรู้สึกเหมือนสแครบเบิลที่ไร้ตัวอักษร เป็นโฟมที่เขาใช้ห่ออาหาร หรือเป็นผ้าเช็ดปากในร้านแม็คโดนัลด์

แม้ลิซจะเป็นแค่ส่วนประกอบในชีวิตของคนอื่น แต่เธอกลับมีมุมมองที่น่าสนใจมาแลกเปลี่ยน เธอพูดถึงความอ้างว้างว่าเป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่ลืมสอนเด็กให้รู้จักและเตรียมรับมือกับมันในตอนโต ชีวิตสอนเธอว่าในตอนสาวๆ คุณจะทำในสิ่งที่คนอื่นๆ ชอบทำคือร้องไห้เพราะสงสารตัวเอง แต่พอเกินสามสิบ คุณจะสูญเสียความสามารถดังกล่าวเพราะความอ้างว้างเปลี่ยนเป็นความขมขื่น

ลิซ ดันน์จึงใช้ชีวิตวัยเด็กด้วยการเฝ้ามองคนอื่น เธอมีเรื่องน่าจดจำในวันหนึ่งที่เธอพบศพผู้ชายบนทางรถไฟ หรือมีความสุขกับการชอบปีนเข้าบ้านคนอื่น ไปนั่งดูห้องต่างๆ อยู่คนเดียว คูปแลนด์เขียนเรื่องนี้เพลิดเพลินดี เรื่องที่เหมือนไม่มีเนื้อหาอะไรผูกขึ้นมาสานต่อให้เกิดอาการชวนติดตามได้ เมื่อวันหนึ่งลิซได้รับโทรศัพท์จากโรงพยาบาล บอกกล่าวแก่เธอว่ามีชายคนหนึ่งหมดสติอาการสาหัสอยู่ในห้องฉุกเฉิน ที่ข้อมือของชายคนนี้มีป้ายเขียนว่าหากเป็นอะไรไปให้ติดต่อลิซ ดันน์ เพียงแต่ชีวิตนี้เธอไม่เคยรู้จักกับชายคนนี้มาก่อน

คนอ่านไม่อยากเผยเนื้อเรื่องที่สนุกไปจนหน้าสุดท้าย แต่อยากบอกว่าการเข้ามาของความสัมพันธ์ใหม่ไม่ใช่ประเด็นหลักของเนื้อหา นัยยะของการเปลี่ยนแปลงในตัวละครต่างหากที่เติบโตและแสดงทัศนะชวนครุ่นคิด ความโดดเดี่ยวจะมีความหมายขึ้นมาได้เมื่อเรารู้จักค้นหา และความกลัวกังวลย่อมหมดลงถ้าเรารู้จักลดละความสำคัญ

ถ้าเดินผ่านหนังสือเล่มนี้ไป ขอให้เดินกลับไปคว้ามาเป็นสมบัติ คูปแลนด์หลงทางกับแนวความคิดวนเวียนในสองเล่มก่อนหน้านี้ แต่เล่มนี้เขากลับมาใหม่ด้วยแรงบันดาลใจที่ทำให้การอ่านเป็นเรื่องน่าสนุกอีกครั้ง

เกี่ยวกับผู้เขียน Douglas Coupland

Eleanor Rigby : Douglas Coupland
ISBN 1-58234-641-0, Bloomsbury, 248 pages, $7.99

If I could go back in time two decades and give just one piece of advice to a younger me, it would be, "Don't worry so damn much." But because young people never believe old people, I'd most likely ignore my own advice.

Douglas Coupland . . . Eleanor Rigby

Copyright © 2006 faylicity.com

คืนเรือน | ชั้นหนังสือ

หยิบมาปัดฝุ่นล่าสุด  ๑๖ มกราคม ๒๕๔๙