* home   ชั้นหนังสือ : ชวนไปรู้จัก
คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | บางตอน
 
book เขียนแผ่นดิน : เปลว สีเงิน

Book

เขียนแผ่นดิน รวมบทความของ เปลว สีเงิน จากคอลัมน์ คนปลายซอย หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ระหว่างต้นเดือนกันยายน 2548 ถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2549

ไม่น่าเชื่อว่าความเป็นไปในช่วงไม่กี่เดือนนั้น จะนำมาสู่เหตุการณ์ต่างๆ ชนิดที่คาดไม่ถึงว่าจะเห็นกันในวันนี้

คนอ่านติดตามบทความคนปลายซอยอยู่ทุกวันที่มี แต่ก็ดีใจมากที่โอเพ่นเอาบทความเหล่านี้มารวมเล่ม  อ่านรวมเล่มอีกครั้งยังสนุก ที่มากกว่านั้นคือเป็นการย้อนดูฉากและลำดับเรื่องราว ให้เห็นเหตุต่างๆ ที่ประดังประเดจนเป็นผลอย่างที่เห็นกันอยู่ในวันนี้

เริ่มในเล่มตั้งแต่เรื่องพระราชอำนาจ ของ ประมวล รุจนเสรี ที่เกี่ยวข้องต่อเนื่องถึงผู้ว่าฯ สตง. คุณเปลวเขียนบรรยายจะแจ้งมากๆ ดังนี้

          มันจับเอาคุณหญิงจารุวรรณเป็นลูกตะกร้อ แล้วตั้งวงเตะส่งกันไป-ส่งกันมาสนุกสนาน
          จากศาลรัฐธรรมนูญ เตะส่งมา คตง. แล้ว คตง. ก็เตะส่งวุฒิสภา วุฒิสภาดีดจะให้เข้าบ่วง แต่ลอยลงมาใหม่ ก็เลยดีดลูกแปส่งกลับ คตง. และด้วยความฉับไว คตง. ก็โหม่งส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญ
          ...
          วนแบบเตะทน-เตะโชว์ความหน้าด้านกันอยู่อย่างนี้แหละ (หน้า 159)

บทความนั้นสรุปว่า "แต่ที่มันยึกยัก-ไม่ลงตัวมาจนถึงขณะนี้ มันไม่ได้อยู่ที่ว่าใครไม่รู้รัฐธรรมนูญ แต่มันอยู่ที่ว่า...ใครบ้างที่ไม่รู้จักทักษิณ?" (วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2549 หลังจาก คตง. ได้หนังสือลับมากจากนายกรัฐมนตรีให้ทบทวนเรื่องตำแหน่งผู้ว่าฯ สตง. ปรากฏว่าคตง. มีมติเอกฉันท์ให้คุณหญิงจารุวรรณรับตำแหน่งนี้  ข่าวนี้น่าจะเป็นข่าวฮือฮา แต่ไม่สามารถกลบข่าวอื่นที่ใหญ่และร้อนแรงกว่าในช่วงนั้นได้)

ส่วนปัญหาภาคใต้นั้น แม้ผู้นำจะบอกว่า รู้หมดแล้ว มาถูกทางแล้ว และขอรับผิดชอบแต่ผู้เดียว แต่ถึงวันนี้คงทราบกันดีว่าไม่มีความรับผิดชอบใดให้เห็น แม้จะเปลี่ยนตัว รมต. มหาดไทยไปหลายคน ชนิดที่คุณเปลวเขียนดีมากว่า "เหมือนเปลี่ยนผ้าอ้อม" คอลัมน์ฉบับวันที่ 19 กันยายน ทิ้งท้ายไว้ว่า "เพียงนายกฯ ทักษิณสละเพื่อชาติ "ลาออก" วันไหน รับรอง...ไฟใต้มอด"

เราได้เห็นลำดับเหตุการณ์ อสมท. ถอดรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ ที่ "ช่างไปรู้อะไรลึกๆ ที่ดีๆ ในด้านบัดสีบัดเถลิง" แล้วเอามา "ด่าด้วยความหวังดีนายกฯ", อากู๋ซื้อหุ้นมติชน บางกอกโพสต์, การ "ดันทุรัง" เปิดสนามบินสุวรรณภูมิที่เปลว สีเงิน เห็นว่า "ก็แค่ 'สนองอยาก'เท่านั้น โดยไม่คำนึงถึงความเปลืองเปล่าด้วยผักชีโรยหน้า ไม่มีความพร้อมจริง ยังไม่เสร็จจริง"

จนบีบีซีออกข่าวขำไปทั่วโลกว่า Thai PM opens unfinished airport (นายกไทยเปิดสนามบินที่ยังสร้างไม่เสร็จ)

คุณสนธิใช้ยุทธการสัญจร 7 วันฟัน 1 ที ถ้าแค่นี้ก็ไม่ใช่สนธิน่ะซี การ 7 วันฟัน 1 ทีของสนธินั้น เขาใช้พลังขับเคลื่อนระบบสึนามิ คือหวังผลจากอาฟเตอร์ช็อค จากสื่อสิ่งพิมพ์ แล้วส่งแรงสั่นสะเทือนผ่านแผ่น CD ผ่านโทรทัศน์ดาวเทียม ผ่านวิทยุชุมชน (หน้า 178)

จากนั้นเป็นเหตุการณ์ตันหยงลิมอ, นายตำรวจและ สส. ไทยรักไทย แจ้งความจับสนธิ ข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ, นายทหารตบเท้ายื่นหนังสือต่อสนธิ, วาทะของ พลเอกเรืองโรจน์ มหาศรานนท์ ว่า "รอสักวันให้พวกผมทนไม่ไหวจริงๆ ก็ต้องมีอะไรสักอย่างเกิดขึ้น", วาทะของพลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน ที่บอกว่าจะไม่มีปฏิวัติ

          แผ่นดิน 3 จังหวัดใต้ ไอ้โจรนอกศาสนามันฆ่า-มันเผา ต่อเนื่องมายาวนานจะครบปีอยู่ไม่กี่วันนี้แล้ว ก็รอฟังอยู่ว่าเมื่อไหร่ท่าน ผบ.สส. จะเอ่ยวาจากับไอ้พวกโจรว่า
          "...พวกผมทนไม่ไหวจริงๆ ก็ต้องมีอะไรสักอย่างเกิดขึ้น หากยังเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้นมาอีก ทุกวันนี้ชักจะมากเกินไปแล้ว..." (หน้า 189)

ต่อเนื่องมาถึงโครงการเมกะโปรเจ็คท์ให้ต่างชาติมาลงทุน, ช่อง 5 ให้รายการใหม่ขยายเวลาเพิ่มแก่ สมัคร-ดุสิต, นายกและครอบครัวไปเที่ยวช่วงปีใหม่ที่สิงคโปร์, FTA ไทย-สหรัฐ, "เรียลลิตีนโชว์" ที่อาจสามารถ, เทมาเซกซื้อชินคอร์ป, บริติชเวอร์จิ้น, "ซุกหุ้น ภาคอภิชาตบุตร", แอมเปิลริช ที่ดาร์กนิวส์แปลว่า รวยเหลือแดก, การชี้แจงเรื่องซื้อขายหุ้นโดยสุวรรณ วลัยเสถียร ที่กล่าวประโยคสะท้านเมืองว่าไม่ได้รับมอบหมายให้มาพูดเรื่องจริยธรรม, การติ๊กผิดต่อเนื่องซ้ำซาก

หลังจากที่ฟัง นายสุวรรณ วลัยเสถียร ขี้ข้าที่ออกมาแก้ตัวกรณีหุ้น Ample Rich แล้ว ก็แน่ชัดว่าครอบครัวชินวัตรตีค่าประชาชนเหมือนควายฝูงหนึ่ง (หน้า 369)

นอกจากนั้นยังได้เห็นว่าแม้ผู้นำประเทศจะนิยมความไฮเทค แต่ก็ไม่ทิ้งความเชื่อเรื่องโชคลางสิ่งศักดิ์สิทธิ์ (ถึงกับมีคำกล่าวว่านายกจอมขมังเวทย์) ชนิดประกาศรูดซิปปากเพราะดาวพุธจนเป็นข่าวฮือฮาไปทั่วโลกให้ต่างชาติขำ เช่น Thai PM talks lunacy as political storms brew

เปลว สีเงิน กล่าวว่า "เรารู้จักกันแต่ 'ดาวพุธ' แต่ดาวที่ส่งอิทธิพลรุนแรงต่อคำพูด-คำจาคนคือ 'ดาวพล่อย'" เราจึงเห็นฤทธิ์ดาวพล่อยเช่นวาทะลือลั่นจากใจที่นครสวรรค์ หลังแพ้การเลือกตั้งซ่อมว่า "จังหวัดไหนมอบความไว้วางใจให้ เราต้องดูแลเป็นพิเศษ" ใครไม่เลือกเขาย่อมอดโปรโมชั่น เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้

เปลว สีเงิน เขียนบทความดีมากๆ ดีทุกบทความ นักหนังสือพิมพ์ผู้นี้มีสำบัดสำนวนร้ายกาจ คมคาย และมีอารมณ์ขันสูง บทความของเขาทั้งแหลมคมและอ่านได้เพลิดเพลิน อยากแนะนำให้อ่านบทความของเขา แม้ใครที่ติดตามเป็นประจำอยู่แล้ว มาอ่านรวบรวมอย่างนี้ก็ยังอ่านสนุกเหลือประมาณ

ขอแนะนำหนังสือเล่มนี้ ไม่อยากให้พลาดอ่านกันเลยเพราะคนอ่านชอบเปลว สีเงินอย่างยิ่ง ชอบมากๆ และติดตามอ่านตั้งแต่เด็กๆ สมัยสะบัดปากกา ตีแสกหน้าในไทยรัฐ เมื่อคนเราอายุมากขึ้น ย่อมมีหลายสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป แต่แม้เวลายี่สิบปีกว่าปีจะผ่านไป ทุกวันนี้ยังมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนเดิมในชีวิตของคนอ่าน คือเช้ามาก็ตื่นเต้น อยากอ่านบทความของเปลว สีเงิน

ยังเป็นอย่างนั้นเหมือนเดิมทุกเช้า


เกี่ยวกับผู้เขียน เปลว สีเงิน นามปากกาของ โรจน์ งามแม้น เกิดปี พ.ศ. 2487 ที่สมุทรสงคราม เริ่มใช้นามปากกานี้เมื่อเขียนคอลัมน์ เตะผ่าหมาก ในเดลินิวส์ ต่อมาย้ายไปไทยรัฐ โดยเป็นหัวหน้าข่าวหน้าหนึ่งและเขียนคอลัมน์ สะบัดปากกา ตีแสกหน้า ต่อมารับตำแหน่งหัวหน้ากองบรรณาธิการ นสพ. สยามโพสต์

เปลว สีเงินก่อตั้งหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ในปี 2539 ปัจจุบันดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารหนังสือพิมพ์ฉบับนี้ ได้รับรางวัล ม.ร.ว. อายุมงคล โสณกุล ในฐานะนักเขียนบทความดีเด่นประจำปี 2547

เขียนแผ่นดิน : เปลว สีเงิน
ISBN 974-93454-8-7 openbooks ๓๙๑ หน้า ราคา ๒๖๕ บาท ปกอ่อน ปีที่พิมพ์ ๒๕๔๙

ท่านเป็นนายกฯ ที่​"ตีหน้าตาย" และเป็นนายกฯ ที่พูดอะไรได้โดย "ไม่ละอายตัวเอง" เก่งที่สุดในโลก จนหลายๆ ครั้ง ฟังท่านพูดสิ่งตรงข้ามกับสิ่งที่ท่านทำแล้ว
         ผมอายแทนท่านในความเป็นคน!
-- เปลว สีเงิน

Copyright © 2006 faylicity.com

คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | บางตอน

หยิบมาปัดฝุ่นล่าสุด   ๑ เมษายน ๒๕๔๙