หนังสือบางเล่มน่าประทับใจเพราะทำให้เราเกิดมุมมองความคิดใหม่ สิงห์สาโท จัดเป็นหนังสือประเภทนั้น ที่เปิดตาเปิดใจให้คิดเรื่องภูมิปัญญาท้องถิ่นแทรกไปกับเนื้อหาอย่างบันเทิงยิ่งนัก หนังสือเล่มนี้อ่านเพลิน และคุณค่าที่ได้นอกจากความสนุกอ่านคือการได้ผูกพันความคิดไปกับตัวอักษร แม้เมื่อเนื้อเรื่องจบลงแล้ว รอยความคิดนั้นก็ยังคงอยู่กับเราได้นาน
สิงห์เป็นหนุ่มอายุเพิ่งขึ้นเลขสาม ผอมซีด นัยน์ตาฉ่ำเหล้าอยู่เนืองนิตย์ สิงห์เป็นศิลปินผู้หลงใหลรูปอิมเพรสชันนิสม์ ใฝ่ฝันอยากเป็นอย่างแวนโก๊ะ สิงห์เบื่อชีวิตในกรุงเทพ เห็นว่างานโฆษณาที่ทำคือการหลอกทั้งคนอื่นและตนเอง ชะรอยบริษัทโฆษณาจะรู้เท่าจึงชิงลงมือก่อนโดยไล่เขาออกจากงาน สิงห์จึงย้ายไปอยู่ต่างจังหวัดที่อากาศปลอดโปร่ง ที่ชีวิตเบื้องหน้าดูจะสวยสดในความคิด เขาวาดภาพตนเองได้วาดรูปริมน้ำ มีกระท่อมปีกไม้บนเนินเขา ได้เขียนกวีตามใจ แต่ชีวิตชาวทุ่งของสิงห์ได้เปลี่ยนเขาไปอย่างที่ตัวเองไม่ได้คาดไว้มาก่อนเลย การณ์กลับเป็นว่าเขาแทบไม่ได้วาดรูปอีก แต่กลับต้องเกี่ยวข้องชีวิตกับการต้มเหล้าสาโท
สาโทเป็นสุราแช่ เหล้าพื้นบ้านที่ชาวบ้านทำกันได้เองตามวิธีการที่สืบต่อจากรุ่นสู่รุ่น วิธีทำเริ่มจากทำแป้งเหล้า คือนำสมุนไพรต่างๆ ตามแต่สูตรใครมาตากแห้ง บดเป็นผง แล้วผสมกับแป้งข้าวเหนียวและน้ำ ปั้นส่วนผสมเป็นลูกแป้งแล้วนำไปตากแห้งในที่ร่ม ๓ วัน แล้วบดแป้งเหล้าคลุกกับข้าวเหนียวสุกที่ใส่ในภาชนะ ทิ้งไว้สี่ห้าวัน แล้วใส่น้ำเพิ่ม ทิ้งไว้จนมีกลิ่นหอมก็จะได้เป็นสาโท
พรบ. สุรา ปี ๒๔๙๓ ที่บัญญัติห้ามมิให้ผู้ใดทำสุรา ส่งผลให้สาโทกลายเป็นเหล้าเถื่อน ภูมิปัญญาท้องถิ่นต้องหลบซ่อนกฎหมาย โรงงานสุราในยุคนั้นเป็นของรัฐบาลทั้งหมด จนรัฐดำริจะเปิดให้เอกชนประมูลตั้งโรงงานขนาดใหญ่ ๑๒ โรงงานทั่วประเทศในปี ๒๕๒๖ ผลการประมูลคือกลุ่มสุราทิพย์ของนายเจริญ สิริวัฒนภักดีได้สัมปทานไปทั้ง ๑๒ โรงงาน และเป็นผู้ผูกขาดการผลิตจำหน่ายสุราตั้งแต่ปี ๒๕๒๘ ถึง ๒๕๔๒
"บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการประกอบกิจการ หรือประกอบอาชีพและการแข่งขันโดยเสรีอย่างเป็นธรรม"
-- มาตรา ๕๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๔๐
เมื่อสิ้นอายุสัญญา รัฐบาลมีนโยบายให้เปิดเสรีการผลิตและจำหน่ายสุรา แต่หลักเกณฑ์ที่รัฐกำหนดไว้ก็ทำให้ "ความเสรี" ไม่เป็นจริงในหลักการ เมื่อการทำสุราที่ไม่ผ่านการกลั่น เช่นสาโท ต้องใช้ทุนจดทะเบียน ๒ ล้านบาท ดังนั้นการเปิดค้าเหล้าเสรีก็ยังเป็นสิ่งที่ชาวบ้านทำไม่ได้ ขณะที่บริษัทสุราทิพย์ที่รับสัมปทานเดิมได้รับช่วงดำเนินการต่อและชนะประมูลโรงงานสุราทั้ง ๑๒ โรงงาน ปลายปี ๒๕๔๔ กรมสรรพสามิตผ่อนผันให้การผลิตสุราแช่ไม่ต้องมีทุน ๒ ล้าน แต่ผู้ขออนุญาตต้องเป็นสหกรณ์หรือกลุ่มบุคคลธรรมดาสัญชาติไทยที่ไม่น้อยกว่า ๑๕ คน
การเปิดเหล้าเสรีย่อมมีทั้งผู้ที่สนับสนุนและคัดค้าน บางฝ่ายเห็นว่าการทำสุราไม่ใช่ทางออกในการสร้างอาชีพแก่เกษตรกร รัฐจะเสียรายได้จากการเก็บภาษี และการผลิตเหล้าเสรีจะทำให้คนดื่มเหล้ามากขึ้นจนส่งผลต่อปัญหาอาชญากรรม ส่วนผู้สนับสนุนสุราพื้นบ้านกลับเห็นว่าชาวบ้านจะได้มีรายได้ เป็นการลดการนำเข้าของเหล้านอก สาเหตุการดื่มเหล้ามักเกิดจากความยากจนและการว่างงาน ผู้ผลิตเหล้ามากๆ ไม่จำเป็นต้องบริโภคมากเสมอไป เช่นสก็อตแลนด์ที่ส่งออกวิสกี้ไปทั่วโลก แต่สถิติการดื่มวิสกี้เฉลี่ยต่อหัวน้อยกว่าคนไทยเกือบสามเท่า (คนไทยดื่มวิสกี้ติดอันดับ ๕ ของโลกในปี ๒๕๔๑ คิดเฉลี่ยคนละ ๓.๕ ลิตรต่อปี) ผลวิจัยของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยระบุว่าหากรัฐบาลเปิดโอกาสให้ชาวบ้านต้มเหล้าขายได้เอง รัฐจะเก็บภาษีได้ปีละ ๑ - ๑.๕ แสนล้านบาทต่อปี ปัจจุบันรัฐเก็บภาษีได้ ๕ หมื่นล้านบาทต่อปี
"องค์กรสุราของรัฐและบริษัทสุราที่ประมูลสุราผูกขาดการผลิตเป็นเวลาหลายสิบปี และอย่างไม่จำกัดจำนวน กลับไม่มีใครกล่าวว่ามาทำให้เพิ่มปัญหาอาชญากรรม" -- กมล กมลตระกูล
หนังสือกล่าวถึงประเด็นเหล่านี้ได้น่าคิด ถ่ายทอดความรู้สึกของชาวบ้านให้เห็นอย่างซื่อและจริงใจ โดยมิได้พยายามจะยัดเยียดให้เนื้อหาหนักหน่วง เรื่องราวในเล่มจึงไม่ใช่ชีวิตระทม แต่เป็นความน่ารักสดใสในเสน่ห์ของชนบท มีธรรมชาติที่ไร้มารยา เสียงนกกางเขนดงร้องยังดูเหมือนเป็นเสียงเพลงว่า... โอ้มาเถอะหนากระไรแม่มา
ภาษาของวัฒน์อ่านได้เพลิน เล่าเรื่องได้สนุก มีตัวละครที่น่ารักและขบขันมากคือลุงรวม วัฒน์ไม่ต้องอาศัยการบรรยายลักษณะทางกายภาพของตัวละครมากคำเลย แต่ตัวละครเหล่านี้มีชีวิตชีวาได้อย่างยิ่ง เป็นเลือดเป็นเนื้อได้โดยเราไม่ต้องทราบว่าเขาจะสูงต่ำดำขาวอย่างไร สิงห์เป็นชายหนุ่มที่น่ารักในน้ำใจ บทบรรยายสาโทฝีมือเขาช่างชวนใจนัก ข้อที่น่าเสียดายในเล่มคือหนังสือถูกไวรัสตัวสะกด ลงจนสะกดผิดพิมพ์พลาดมากจนสังเกตได้ ผู้พิสูจน์อักษรเพียงสองคนจากเครดิตในเล่มคงจะไม่เพียงพอในการปราบไวรัสตัวนี้
หนังสือเล่มนี้อ่านเพลินด้วยเนื้อหาเบาๆ มีอารมณ์ขัน ในโลกสังคมเมืองที่วุ่นวายสับสนและแผดเสียงโทรศัพท์เคลื่อนที่ สิงห์สาโท จะพาเราไปยังโลกที่สงบเรียบง่ายและสดใสกว่าที่เป็นอยู่ แม้เพียงชั่วครู่ชั่วคราวก็ตาม
* ข้อมูลประกอบจาก
- กมล กมลตระกูล. "คืนสิทธิของเกษตรกรในการผลิตและจำหน่ายสุราแช่อย่างเสรีตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๕๐ เสียที"
- เกษร สิทธิหนิ้ว. "ยกเลิกพระราชบัญญัติสุรา ๒๔๙๓ ทางออกของปัญหา 'เหล้าพื้นบ้าน' ?" สารคดี ปีที่ ๑๗ ฉบับที่ ๑๙๗ เดือนกรกฎาคม ๒๕๔๔
- อธิชา ชื่นใจ. "หมายเหตุประชาชน : "เหล้าเสรี" จริงหรือหลอก?"
- "สาโทเพื่อคนยาก" จุลสาร ปxป ฉบับที่ ๕ เดือนเมษายน ๒๕๔๔
เกี่ยวกับผู้เขียน วัฒน์ วรรลยางกูร เกิดที่ลพบุรี ปี ๒๔๙๘ เคยเป็นนักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ รามคำแหง หลังเหตุการณ์ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ หนีภัยการเมืองเข้าไปอยู่ในป่า และกลับมาใช้ชีวิตเมืองอีกในปี ๒๕๒๔ ผลงานเขียนบางส่วนคือ ตำบลช่อมะกอก ด้วยรักแห่งอุดมการณ์ คือรักและหวัง บนเส้นลวด จิ้งหรีดกับดวงดาว มนต์รักทรานซิสเตอร์ นกพิราบสีขาว ฝุ่นรอฝน นครแห่งดวงดาว ปลายนาฟ้าเขียว ฉากและชีวิต
สิงห์สาโท : วัฒน์ วรรลยางกูร
ISBN 974-7520-61-3 แพรวสำนักพิมพ์ 352 หน้า (พิมพ์ครั้งแรก เมษายน ๒๕๔๓) ราคา ๑๙๕ บาท
Copyright © 2002 faylicity.com
"เราเห็นด้วยกับการต่อสู้ของนายที่กำลังต่อสู้กับการผูกขาดโดยรัฐ ไม่ว่าเยอรมนี ฝรั่งเศส สเปน อิตาลี กว่าจะมีอิสระขนาดนี้ เขาก็ต่อสู้มาเยอะ เพราะอะไรรู้มั้ย เพราะการผูกขาดโดยรัฐ มาทำลายการพัฒนาตนเองของชุมชนท้องถิ่น นายรู้ไหม ในเยอรมนีที่รัฐบาวาเรียเพียงรัฐเดียว ก็มีเบียร์มากกว่าสามพันยี่ห้อ เพราะเขาสืบทอดสูตรและฝีมือกันมายาวนานในแต่ละชุมชน ถ้าเป็นไวน์ ทั้งเยอรมันนี ฝรั่งเศส อิตาลี แต่ละเมืองมีไวน์เก่าแก่นับไม่ไหว ทั้งเป็นมีเป็นหมื่นเป็นแสนชนิด เป็นอย่างนี้ได้ ก็เพราะชุมชนท้องถิ่นเขาต่อสู้จนมีอิสระ ไม่ยอมให้รัฐปล่อยให้นายทุนไม่กี่คนมาผูกขาด ตัดตอนด้วยกฎหมายที่ลิดรอนสิทธิของชุมชนท้องถิ่นเช่นนี้ หากชุมชนท้องถิ่นมีอิสระ สามารถพัฒนาฝีไม้ลายมือของตนในการผลิตสินค้าต่างๆ ก็สามารถแข่งขันกับชุมชนอื่นๆได้ หรือจนกระทั่งสามารถส่งออกไปแข่งขัน หรือแลกเปลี่ยนกับนานาชาติได้"
สิงห์สาโท . . . วัฒน์ วรรลยางกูร
|