| SATURDAY : Ian McEwan
read by O |
![]() Saturday เป็นหนังสือเล่มใหม่ของเอียน แมคอีแวน นักเขียนระดับมือรางวัลบุ๊กเกอร์ ที่ได้รับความชื่นชมจากบรรดานักวิจารณ์เสมอว่านิยายของเขานั้นจริงจัง มีเนื้อหาเข้มข้นในโครงสร้างและมุมมองที่สะท้อนสังคม หนังสือเล่มนี้ศึกษาชีวิตจิตใจภายในและภายนอกของชายวัยกลางคนผู้ใช้ชีวิตท่ามกลางความศิวิไลซ์ในสังคมสมัยใหม่ ซึ่งแมคอีแวนก็เขียนภาพมนุษย์และเปิดประเด็นทางสังคมและการเมืองได้ดี หนังสือเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในวันเดียวของวันเสาร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2003 ในวันนั้นที่กรุงลอนดอนมีการเดินขบวนของคลื่นมหาชนเพื่อต่อต้านการทำสงครามกับอิรัก เฮนรี่ เพราวน์ เป็นหมอผ่าตัดสมอง เขาสะดุ้งตื่นตอนตีสี่ นอนไม่หลับจิตใจกระวนกระวาย เขายืนรอราตรีลับที่บานหน้าต่าง ครุ่นคิดถึงเช้าที่กำลังจะมาถึงและสิ่งที่เขาจะต้องทำจนจรดเย็น ก่อนถึงมื้ออาหารค่ำของการรวมญาติครอบครัวในคืนนั้น แมคอีแวนค่อยๆ บรรยายฉากและบรรยากาศแวดล้อมตัวละคร จิตใจภายในและวิธีคิดของตัวละคร เขาถ่ายทอดออกมาแนบเนียน แม้ความรู้สึกจากการอ่านในเบื้องแรก รู้สึกถึงความไร้น้ำเสียงของตัวละครที่มีสำเนียงทื่อมาก หากแต่เมื่อพิจารณาต่อไป ตัวละครเอกเป็นหมอสมอง เขาถึงได้มีวิธีคิดที่ค่อนข้างเป็นระบบ มีระเบียบ ปราศจากอารมณ์อ่อนไหวหรือความรู้สึกทางวรรณศิลป์ ชีวิตของเพราวน์คือชีวิตที่ควบคุมได้ โลกของเขาคือโรงหมอในห้องผ่าตัดที่เขารู้ที่มาและที่ไป และรู้ว่าตัวเองกำลังจะทำอะไรต่อไปเสมอ แต่ที่บานหน้าต่างบานใหญ่ในเช้าวันนั้นคือโลกภายนอกแห่งการดำเนินชีวิตจริง เพราวน์ตกอยู่ในห้วงของความไม่มั่นคงกับสภาวะของโลกใบนี้ ตีสี่ในรุ่งเช้านั้นเขาเห็นเครื่องบินมีไฟไหม้ติดที่ปีกแล่นผ่านไปเหนือหัว มันกำลังมุ่งตรงไปสนามบินฮีทโธร วูบหนึ่งในสมองเขานึกถึงผู้ก่อการร้าย ความรู้สึกไม่ดีเป็นลางสังหรณ์ติดตามเขาไปทั้งวัน ตัวละครอื่นๆ ที่มีความสำคัญในหนังสือพากันทำความรู้จักกับนักอ่าน เดซี่ ลูกสาวคนโตกำลังจะมีหนังสือรวบรวมบทกลอนตีพิมพ์เป็นเล่ม ธีโอ ลูกชายเป็นนักดนตรีที่มีพรสวรรค์ โรสาลินด์ ภรรยาเป็นทนายความของสำนักหนังสือพิมพ์ใหญ่ฉบับหนึ่ง เช้าวันเสาร์นั้นเธอมีคดีที่ต้องไปสะสาง และคนสุดท้ายคือจอห์น แกรมมาติคัส กวีรุ่นใหญ่พ่อตาของเพราวน์ ทั้งหมดกำลังจะเจอกันในอาหารมื้อค่ำ หนังสือแบ่งออกเป็นสี่ภาคใหญ่ ซึ่งเรียงลำดับเหตุการณ์ตามช่วงเวลา ช่วงเช้า ช่วงเที่ยง ช่วงบ่าย และช่วงเย็น เราติดตามเพราวน์ทำกิจกรรมทั้งวัน แต่ก็ไม่น่าเบื่ออะไร เพราะแมคอีแวนปูพื้นที่ให้ตัวละครขยายรายละเอียดในด้านความสัมพันธ์ต่างๆ โดยมีบรรยากาศของการเมืองเป็นพื้นฉากตลอดเวลา การถักร้อยความสัมพันธ์ระหว่างตัวละคร เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เราเห็นถึงมิติความลึกในประเด็นต่างๆ ความสัมพันธ์อย่างเช่น ที่ลูกสาวพยายามทำรายการหนังสือให้พ่ออ่านเพราะเห็นว่าโลกของพ่อนั้นขาดศิลปะเหลือเกิน เป็นส่วนที่ทำให้เนื้อเรื่องและวิธีคิดของตัวละครเอกมีเสน่ห์ หรือบทถกเถียงการเมืองเรื่องการประท้วง ระหว่างพ่อผู้เห็นด้วยกับการกำจัดอิรักแม้ไม่เห็นด้วยกับการทำสงคราม กับลูกที่ไม่เห็นด้วยกับข้ออ้างที่จะทำสงครามใดใดกับอิรักเลย ก็แสดงทรรศนะความแตกต่างระหว่างวัยในโลกสมัยใหม่ได้ดี ฉากหนึ่งพ่อถึงกับตะโกนว่า คนรุ่นใหม่เป็นพวกวัยไอพ็อด (ไอพ็อดเป็นเครื่องเล่นเพลงในรูปแบบไฟล์คอมพิวเตอร์ของบริษัทแอ็ปเปิลที่กำลังฮิตมาก)
แมคอีแวนยังคงผูกเรื่องแบบเอกอุ แม้เขาจะพัฒนาเรื่องอย่างช้าๆ เรารู้สึกถึงภยันตรายที่เข้ามาใกล้ชีวิตของเพราวน์ตั้งแต่เช้าโดยไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น และในช่วงลำดับต่อมา ก็มีสิ่งวุ่นวายเกิดขึ้นหลายอย่างที่เพราวน์ต้องเข้าไปเกี่ยวพัน ทั้งขบวนนักประท้วง อุบัติเหตุรถชนหรือเรื่องในครอบครัวเอง การบุกรุกเป็นธีมหนึ่งที่สำคัญสะท้อนออกมาในแง่มุมต่างๆ ในเรื่องนี้ ถ้าสังเกตดูจะเห็นว่ากรณีที่ตัวละครอยู่คนเดียว มักไม่ค่อยมีเรื่องร้ายๆ เกิดขึ้น แต่ถ้าตัวละครรวมตัวเมื่อไร ความวิบัติอาจจะมาถึง จนมีตัวละครอีกหนึ่งที่มาประกอบให้เรื่องนี้สมบูรณ์แบบ แบกซ์เตอร์ถูกขยายความว่าเป็นชายที่เชื่อว่าตนเองไม่มีอนาคต ดังนั้นจึงปราศจากการคำนึงถึงผลที่ตามมาทีหลังใดใดทั้งสิ้น ส่วนเขาจะทำอะไรนั้นเป็นสิ่งที่นักอ่านต้องติดตาม Saturday เป็นนิยายเข้มข้นที่ถ่ายทอดภาพชีวิตมนุษย์ได้ครบถ้วน แม้จะไม่ชวนมหัศจรรย์ในทางจินตนาการแบบนิยายเล่มอื่น แต่ก็เป็นการอ่านที่เพลิดเพลินดีโดยเฉพาะในช่วงหลังๆ หนังสือเล่มนี้เพิ่งออกได้ไม่นาน แต่แผนกการพนันของอังกฤษอย่างแลดโบรกส์ตราไว้ในลิสต์ชื่นชอบของบุ๊กเกอร์ไพรซ์ประจำปีนี้ไปแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องที่เราต้องเฝ้าดูกันต่อไป เกี่ยวกับผู้เขียน Ian McEwan Saturday : Ian McEwan
Copyright © 2005 faylicity.com |
|
หยิบมาปัดฝุ่นล่าสุด ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๘ |