* home   ชั้นหนังสือ : ชวนไปรู้จัก
คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | บางตอน
 
book SCHOPENHAUER'S TELESCOPE : Gerard Donovan
read by O

Book Cover

หนังสือเปิดตัวด้วยภาพทุ่งหิมะอันหนาวเหน็บ ท่ามกลางบรรยากาศในฤดูหนาวของภาวะสงครามอันไร้ชื่อ ชายคนหนึ่งถูกสั่งให้เดินฝ่าหิมะไปกลางทุ่ง เขาถือเสียมที่ได้รับมอบหมายมาและเริ่มทำงานต่อด้วยการขุดหลุมขนาดใหญ่ ขณะที่มีชายอีกคนหนึ่งเดินตามมา ยืนกำกับงานของชายคนแรกอยู่ที่ปากหลุม เบื้องหลังห่างออกไปมีทหารสองสามคนถือปืนคอยเฝ้ามอง เสียงรถบรรทุกค่อยค่อยขับเคลื่อนมาจอด คนในหมู่บ้านทยอยลงมาจากรถ ปากกระบอกปืนหลายกระบอกจ่อเด็กและคนแก่ให้เดินไปที่ประตู

ผู้เล่าและดำเนินเรื่องนี้คือชายที่กำลังขุดหลุม เขาไม่มีชื่อเช่นเดียวกับชายคนที่สองแต่ผู้เขียนมอบตัวตนให้โดยเรียกชายคนแรกตามอาชีพว่าคนทำขนมปัง ส่วนคนที่สองนั้นมีอาชีพเป็นครู ก่อนที่สงครามจะมาเยือนทั้งสองทำงานอยู่ในเมืองเดียวกัน เฉกเช่นเดียวกับคนในหมู่บ้านอื่นอื่นที่รถบรรทุกคอยลำเลียงมาส่ง สงครามได้เปลี่ยนบทบาทและชะตากรรมของแต่ละคน แต่เป็นมาอย่างไรและกำลังจะเกิดอะไรขึ้นเป็นสิ่งที่ต้องค้นหาต่อ ผู้เขียนตั้งใจอย่างยิ่งที่จะซ่อนเร้นองค์ประกอบเหล่านี้ในเบื้องต้น เขาใช้บทสนทนาของชายคู่นี้เป็นวิธีคลี่คลายปมเพื่อสร้างความตื่นเต้นระทึกขวัญในตอนท้าย

ความน่าเห็นอกเห็นใจโอนเอียงมาที่ชายทำขนมปังเพราะมีบทบาทเป็นชนชั้นแรงงานและเราได้ฟังเรื่องเล่าจากชีวิตที่ต่อสู้ของเขามากกว่าคุณครู เขาเล่าเรื่องตัวเองในบางส่วนทำให้ทราบว่าเป็นคนเก็บตัวไม่สุงสิงกับใคร ใฝ่รู้จึงรักการอ่านมากแต่น่าเห็นใจเพราะเป็นตัวประหลาดของคนในหมู่บ้าน วิธีการพูดแสดงถึงปัญญาที่เรียนรู้โลกว่ามาจากหนังสือแต่เขาก็มีปรัชญากับสิ่งละอันพันละน้อยอย่างน่าเอ็นดูเสมอ ขณะที่คุณครูประวัติศาสตร์ผู้มีการศึกษากว่า คำพูดคำจาหนักไปในทางนักปราชญ์ ประกอบกับหน้าที่สั่งงานอย่างเร่งรีบที่ปากหลุมทำให้บทบาทลอยเหนือคนทำขนมปังที่อยู่เบื้องล่าง

หนังสือเล่มนี้ใช้ชื่อของอาเธอร์ โชเปนฮาวเออร์ (นักปราชญ์ชาวเยอรมันเมื่อสองศตวรรษที่แล้ว) เข้ามาเกี่ยวข้อง ชื่อนี้เองทำให้คนอ่านรู้สึกว่าหนังสือน่าสนใจตั้งแต่เริ่มต้น ถ้าใครพอรู้จักมาบ้างจะทราบว่านอกจากโชเปนฮาวเออร์มีผลงานที่โดดเด่นแล้ว เขายังมีชีวิตที่แปลกแยก มองโลกในแง่ร้าย โดดเดี่ยวไร้ญาติขาดมิตรชนิดที่ว่าแม้แต่มารดาของเขาเองก็ห้ามลูกชายคนนี้เข้าบ้าน (ดูไปแล้วคล้ายกับตัวละครของคนทำขนมปังในหนังสือ) 'กล้องโทรทรรศน์ของโชเปนฮาวเออร์' จึงบ่งบอกอย่างตรงไปตรงมาถึงสาระของหนังสือว่าต้องเกี่ยวกับปรัชญาอยู่บ้าง ซึ่งก็เป็นจริงตามคาด หนังสือเล่มนี้เต็มไปด้วยบทสนทนาของชายสองคนที่อ้างอิงถึงปรัชญา วิทยาศาสตร์และประวัติศาสตร์มากมายในรูปแบบต่างต่าง เช่นปรากฏเป็นบทสนทนา บทละคร รายงานข่าว บทสนทนาในศาล แม้กระทั่งบทหนัง เป็นต้น จะเห็นว่าความพยายามของผู้เขียนในการพัฒนาโครงเรื่องถือว่าดีเยี่ยม แต่ความพยายามในการเน้นแก่นสารหลักของเรื่องเพื่อความลงตัวในตอนท้ายนั้นมีมากเกินความจำเป็น ตัวอย่างเช่น พูดถึงการสังหารหมู่ที่ Wounded Knee เจ็ดหน้า พูดเรื่องการรบและฆ่าผู้คนของเจงกีสข่านถึงสามสิบกว่าหน้า เรื่องกษัตริย์ลีโอปอลบุกคองโกอีกหกหน้า จอห์น ลอค ซุนวู หรือโชเปนฮาวเออร์เอง และยังเรื่องอื่นอีกมาก ซึ่งบางเรื่องก็เข้าทีดีแต่บางเรื่องยืดยาวจนบดบังความสนุกของหนังสือลง

แต่หากมองข้ามอุปสรรคของความยืดเยื้อบางตอนอ่านไปจนจบได้ นักอ่านก็จะเข้าใจถึงกลยุทธที่ผู้เขียนวางไว้แต่ต้นและสนุกกับการตีความในภาษากวีสวย สุดท้ายความล้ำเลิศในตอนจบจะทำให้คุณปิดหน้าหนังสือ Schopenhauer's Telescope ด้วยความพึงพอใจ

* อ่านแนวความคิดของโชเปนฮาวเออร์ได้ในหนังสือ History of Western Philosophy ของ Bertrand Russell

เกี่ยวกับผู้เขียน Gerard Donovan เจอราร์ด โดโนแวน เป็นกวีชาวไอริช มีผลงานก่อนหน้านี้เป็นหนังสือรวมบทกวีสามเล่มคือ Columbus Rides Again (1992) Kings and Bicycles (1995) The LightHouse (2000) Schopenhauer's Telescope ได้รับการคัดเลือกให้อยู่ในหนังสืงติดอันดับรอบแรกของรางวัลบุ๊กเกอร์ปี 2003 ปัจจุบันผู้เขียนเป็นอาจารย์สอนหนังสือในนิวยอร์ก

Schopenhauer's Telescope : Gerard Donovan
ISBN:1582432236 Counterpoint, 306 pages, £15.99

One thing you learn about deep cold, it has a cousin called silence that follows it in the door whenever it comes to visit. Even the strike of a shovel against stones doesn't long survive cold. Nothing does. Your breath is caught and frozen in flight, your speech splits open a second out of the throat, your words break in the cocoon of your sentences.

Gerard Donovan . . . Schopenhauer's Telescope

Copyright © 2003 faylicity.com

คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | บางตอน

หยิบมาปัดฝุ่นล่าสุด  ๒๒ กันยายน ๒๕๔๖