* home   ชั้นหนังสือ : ชวนไปรู้จัก
คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | บางตอน
 
book ข่าว-เจาะ : เสนาะ สุขเจริญ

Bookข่าว-เจาะ เสนอเบื้องหลังการทำข่าวสืบสวนสอบสวน 3 ข่าว ได้แก่ คดีที่รู้จักกันในนาม "ซุกหุ้น" ที่กลุ่มคนรับใช้ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร มีชื่อถือหุ้นในบริษัทในเครือชินคอร์ป จนกระทั่งทำให้ ป.ป.ช. ลงมติว่าทักษิณจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบด้วยข้อความที่เป็นเท็จ และนำไปสู่การวินิจฉัยชี้ขาดของศาลรัฐธรรมนูญว่าไม่ผิดในที่สุด, คดีเงินกู้เท็จ 45 ล้านบาทที่ทำให้ พล.ต. สนั่น ขจรประศาสน์ ถูกห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมืองนาน 5 ปี และคดีพูนผล อัศวเหม ที่ปกปิดทรัพย์สิน 435 ล้าน จนลงเอยด้วยการถูกห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมืองนาน 5 ปีเช่นกัน

ข่าวทั้งสามเป็นข่าวที่สื่อมวลชนสืบสวนและเปิดโปง จนกระทั่ง ป.ป.ช. ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์มาใช้พิจารณา ข่าวเหล่านี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการทำข่าวเชิงสืบสวนสอบสวน คำนิยมของหนังสือโดย ประเวศ วะสี กล่าวไว้ว่า "การหยุดยั้งคอร์รัปชั่นที่ชะงัดที่สุด คือการทำหนังสือพิมพ์เชิงสืบสวนสอบสวน"

คำนิยมยังกล่าวด้วยว่า "สื่อมวลชนของเรายังขาดวัฒนธรรมและความสามารถในการรายงานแบบสืบสวนสอบสวน จึงขาดพลังในการหยุดยั้งคอร์รัปชั่น การรายงานเพียงการสัมภาษณ์ว่าใครมีความเห็นหรือว่าอะไรใคร ไม่มีพลังแห่งการใช้ความจริง เป็นเพียงความหวือหวา (Sensational) หรือความสะใจเท่านั้น หามีน้ำหนักในการหยุดยั้งคอร์รัปชั่นไม่"

ประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์ เขียนใน ปิดหู ปิดตา ปิดปาก ว่า "ข่าวที่ปรากฏผ่านสื่อทั้งวิทยุ โทรทัศน์ และหนังสือพิมพ์... ส่วนใหญ่เล่นตามกระแส ที่สำคัญเป็นกระแสที่ผู้มีอำนาจในรัฐบาลสร้างขึ้นเพื่อหวังผลประโยชน์บางสิ่งบางอย่าง มีสัดส่วนน้อยมากที่ข่าวซึ่งนำเสนอจะเจาะลึกอย่างรอบด้าน เพื่อให้เห็นถึงเบื้องหน้าเบื้องหลังหรือข้อเท็จจริงมากกว่าที่ผู้มีอำนาจในรัฐบาลป่าวประกาศทั้งทางตรงทั้งอ้อมต่อสาธารณชน"

กวี จงกิจถาวร กล่าวถึงเรื่องสื่อในข้อนี้ไว้อย่างเห็นภาพ ดังนี้

"เพราะว่าตอนนี้ทักษิณเอาหนังสือพิมพ์หลายฉบับอยู่หมัด แล้วเขากลายเป็นผู้กำหนดวาระข่าว ทั้งที่ในสมัยก่อนเราจะบอกว่าหนังสือพิมพ์เป็นผู้สร้างกระแสข่าว ตอนนี้ไม่จริงแล้ว เพราะทุกเช้าตื่นขึ้นมา นายกทักษิณก็โยนเนื้อไปชิ้นหนึ่ง นักข่าวก็จะตะครุบ ลึกๆ สื่อไทยไม่เคยคิดว่าการสร้างกระแสข่าวหรือการปั่นข่าวจะสร้างได้ทุกๆ นาที ทุกๆ ชั่วโมง ทุกๆ อาทิตย์ ทุกๆ เดือน ทุกๆ ปี 3 ปี ทำหมดเลย ไม่มีใครเชื่อ แต่เป็นอย่างนั้นไปแล้วครับ และจะเป็นอย่างนั้นต่อไปเรื่อยๆ

แนวโน้มเช่นนี้เป็นสิ่งซึ่งน่ากลัวยิ่งกว่าทักษิโณมิคส์อีก เพราะว่าบทบาทสื่อได้เปลี่ยนไปแล้ว จากสื่อในฐานะเป็นหมาเฝ้าบ้าน ตอนนี้ผมคิดว่าสื่อพัฒนากลายเป็นหมาละครสัตว์ไปแล้ว คือยังไม่ทันยกไม้ยกมือ ก็ตีลังกาไปแล้วสองสามรอบ"
-- กวี จงกิจถาวร, เส้นทางประชาธิปไตยและการปรับตัวของรัฐไทยในระบอบทักษิณ
ฟ้าเดียวกัน ปีที่ 2 ฉบับที่ 1 ม.ค.-มี.ค. 2547 หน้า 80

หนังสือเล่มนี้อ่านสนุกมาก เขียนดีเรียบเรียงดี อ่านได้น่าติดตามชนิดรวดเดียวจบ และน่าจะทำให้ผู้อ่านได้เห็นคุณค่าของการทำข่าวสืบสวนเช่นนี้

ประเวศ วะสี เขียนไว้ในคำนิยมว่า "คอร์รัปชั่นไม่กลัวความเห็น แต่กลัวความรู้" หนังสือเล่มนี้น่าจะกระตุ้นให้เกิดความอยากรู้และให้คุณค่าต่อความรู้ ซึ่งจะเป็นอีกก้าวที่ดีสำหรับความก้าวหน้าของสังคมไทย


เกี่ยวกับผู้เขียน เสนาะ สุขเจริญ นักข่าวของหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ มีผลงานเขียน กว่าจะเป็นคนสำคัญ (๒๕๔๗)

ข่าว-เจาะ : เสนาะ สุขเจริญ
ISBN 974-93144-0-9 openbooks 271 หน้า ราคา 180 บาท ปกอ่อน ปีที่พิมพ์ ๒๕๔๘

Copyright © 2005 faylicity.com

ข้อมูลทั้งหมดแสดงให้เห็นว่า พ.ต.ท. ทักษิณและคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ให้คนรับใช้ ยาม คนขับรถ และคนสวน ถือครองหุ้นแทนเป็นมูลค่ากว่าหมื่นล้านบาทด้วยเหตุผลทางธุรกิจที่ซับซ้อน เป็นเหตุให้พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ต้องตกเป็นจำเลยในศาลรัฐธรรมนูญ ด้วยข้อหาจงใจแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 295
--เสนาะ สุขเจริญ ข่าว-เจาะ
คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | บางตอน

หยิบมาปัดฝุ่นล่าสุด  ๑ สิงหาคม ๒๕๔๘