* home   ชั้นหนังสือ : ชวนไปรู้จัก
คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | บางตอน
 
book 25 คำถามเบื้องหลังดีลเทคโอเวอร์ชินคอร์ป : ม้านอกและเด็กนอกกรอบ

Book

เป็นวาระโอกาสดีที่จะทวนคำถามอีกครั้งต่อกรณีเบื้องหลังดีลเทคโอเวอร์ชินคอร์ป (ซึ่งนับเป็นเพียงส่วนเดียวของคำถามต่างๆ ที่มีถึงทักษิณ ชินวัตร) เมื่อรักษาการนายกฯ กลับมาครอบครองตำแหน่งอีกครั้ง (พวกลิ่วล้ออ้างสงครามยาเสพติด ทำให้เรานับถอยหลังได้ว่าคราวนี้จะมีกี่ศพ หมื่นนึง ห้าพัน สามพัน เวลาแห่งการฆ่าใกล้เริ่มต้นอีกแล้ว วู้ปี้!)

ก่อนจะร่าเริงกับการสังหารหมู่ ควรสำเหนียกว่าผู้เขียนหนังสือเล่มนี้เผยว่ามิได้เจตนานำเสนอว่าการขายหุ้นครั้งนี้ไม่ควรทำ แต่เพราะ "มีความแคลงใจและไม่พอใจอย่างมาก ต่อ วิธีการ ที่กลุ่มชินวัตร-ดามาพงศ์ เลือกใช้ในการขายหุ้นในครั้งนี้ ซึ่งมีความไม่ชอบมาพากลหลายประการ"

หนังสือวิจารณ์กรณีคำถามต่างๆ ในสองประเด็นคือ ความถูกต้องทางกฎหมาย และ ความถูกต้องทางศีลธรรม (เรื่องถูกกฎหมายบางอย่างไม่ใช่เรื่องถูกศีลธรรม โดยเฉพาะเมื่อผู้ลงมือมีอำนาจในการออก/ปรับเปลี่ยน/ตีความ กฎหมายได้ตามใจชอบ)

ถึงเวลาหรือยัง ที่เราจะเรียกร้องให้ผู้บริหารประเทศมี "มาตรฐานทางศีลธรรม" ที่ดีกว่านักธุรกิจส่วนหนึ่งที่หาช่องทางเลี่ยงภาษีเป็นกิจวัตร?

คำถามเหล่านี้แบ่งเป็นหมวดใหญ่ได้แก่ การซื้อหุ้นของ Temasek, การทำ tender offer, การทำ insider trading และเปิดเผยข้อมูล, Ample Rich investments, ภาระทางภาษี และ ความชอบธรรมของพฤติกรรมทักษิณ ชินวัตร โดยมีข้อมูลเท่าที่เปิดเผย ณ วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2549

ข้อเขียนในนี้จะทำให้เราเข้าใจว่า เหตุใดชินคอร์ปจึงเป็น บริษัทไทย หัวใจสิงคโปร์ (พร้อมกันนั้น ยังมีข้อความที่ไม่รู้ว่าจะกระทบใจใครบ้างไหมว่า "เมื่อไหร่ที่เราจะแก้กฎหมาย ให้นับ "สัญชาติ" ของบริษัทตาม "สิทธิออกเสียง" ของหุ้นเสียที เพื่อมิให้นักธุรกิจเจ้าเล่ห์ทั้งหลายอาศัยช่องโหว่นี้ไปเรื่อยๆ?")

คำถามในเล่มไล่ถามไปช็อตต่อช็อต (น่าตื่นเต้นกว่า รหัสลับดาวินชี่) เช่นว่า

"เป็นเรื่องน่าเสียดายที่ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารที่เก่าแก่ที่สุดของเมืองไทย เป็นสถาบันที่อยู่คู่บ้านคู่เมืองไทยมานาน เข้ามามีส่วนร่วมในการถือหุ้น Cedar Holdings ซึ่งถึงแม้การถือหุ้นดังกล่าวจะไม่อยู่ในลักษณะนอมินี เนื่องจากธนาคารมีสัดส่วนในการออกเสียงตามสัดส่วนเงินทุนที่ได้ลงไป (คือ 1 หุ้นต่อ 1 เสียง) แต่จะปฏิเสธไม่ได้จากหลักฐานข้างต้นว่า Cedar Holdings เป็นเพียงหุ่นเชิดของ Temasek ในการล้างสัญชาติเงิน และธนาคารไทยพาณิชย์ก็เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการนี้ด้วย

ใครที่นึกชิงชังสิงคโปร์โปรดตรองดูอีกครั้ง "เราต้องขอบคุณกฎหมายสิงคโปร์ และนโยบายของ Temasek ที่บังคับให้ Ample Rich ต้องขายหุ้นคืนมาให้ น.ส. พินทองทา และนายพานทองแท้ก่อน ทำให้คนไทยตาสว่างเมื่อเห็นชัดว่า Ample Rich คือนอมินีของใคร ว่าพฤติกรรม "ซุกหุ้น" ของ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร นั้น ไม่ได้จืดจางลงในรอบ 4 ปีที่ผ่านมาแม้แต่น้อย"

ผมก็ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงมีวิธีคิดที่จะตั้งบริษัทที่ซับซ้อน แต่นั่นคือพฤติกรรมหรือวิธีคิดของเขา ที่เขาบอกว่าเขาเป็นคนเปิดเผยตรงไปตรงมา ผมว่า มันตรงกันข้าม ถ้าคุณมีวิธีคิดที่เปิดเผยตรงไปตรงมา ทำไมคุณต้องไปตั้งบริษัทให้มันซับซ้อนทำไม ถ้าคุณจะตั้งบริษัท ก็ตั้งในบริษัทชินวัตรสิ ก็แค่นั้น บริษัทดำเนินโครงการขนาด 3,000 ล้าน หัวกระดาษบริษัทเอไอเอสยังไม่มีเบอร์โทรติดต่อไม่มีที่อยู่เลย
-- ประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์ "จากซุกหุ้นภาคคนใช้สู่การขายชินคอร์ป"

คำถามเหล่านี้นำไปสู่คำถามต่อบทบาทของ กลต. (ย่อจากอะไรไม่สำคัญแล้ว) "พฤติกรรมของ กลต. ในดีลนี้ ส่อให้เห็นว่า กลต. จงใจ "อำนวยความสะดวก" ให้กับใครคนใดคนหนึ่ง โดยไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของนักลงทุนรายย่อย หรือแม้แต่ประเทศชาติ หรือไม่?!?"

จนมาถึงการแสดงที่น่าประทับใจของกรมสรรพากร ที่ " 'เข้าข้าง' ครอบครัวชินวัตรอย่างออกนอกหน้า พลิกลิ้นพลิกตำรา ตะแบงตีความข้อกฎหมายให้ประกาศว่างานนี้ 'ไม่เสียภาษี' "

ในเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือนก่อน "ดีลประวัติศาสตร์" อยู่ดีๆ กรมสรรพากรก็เลิกอ้างอิงประมวลรัษฎากร ซึ่งเป็นกฎหมายเฉพาะเกี่ยวกับการประเมินภาษีที่เคยใช้ตลอดมา กลับไปอ้างกฎหมายทั่วไป ซึ่งกว้างกว่าและคลุมเครือกว่าโดยธรรมชาติ เพียงเพื่อต้องการสร้าง "ความชอบธรรม" ให้กับคำตอบที่สนองความต้องการของคนสี่คนในครอบครัวชินวัตร-ดามาพงศ์
        ถ้าการพลิกลิ้นครั้งนี้กลายเป็นบรรทัดฐานในการเก็บภาษี ประเทศชาติจะสูญเสียรายได้ปีละมหาศาลในปีต่อๆ ไป เพราะการซื้อขายในราคา "ต่ำกว่าราคาตลาด" นั้น เป็นเทคนิคการเลี่ยงภาษีที่นักธุรกิจทุกคนรู้ดี

กรมสรรพากรยังทำให้ประชาชนกลายเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน เมื่อได้แสดงระบบที่จะทำลายระบบภาษีของประเทศลง

การตีความแบบที่ว่าทำให้มาตรา ๒๐๙ ของรัฐธรรมนูญพังทลาย คุณจะโอนหุ้นกันสนุก ไม่ต้องสนใจที่บอกว่าต้องโอนให้บริษัทไปจัดการ เพราะคุณจะโอนให้ใครก็ได้ในราคา 1 บาท แล้วมาตรา ๒๐๙ จะมีประโยชน์อะไร ไม่มี ฉะนั้น มันจึงเป็นการทำลายรัฐธรรมนูญด้วย ทำลายระบบภาษี โดยการตีความของสรรพากรเพื่อสนองผู้มีอำนาจ
      นอกจากนี้ ยังมีเรื่องการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว กฎหมายหลายๆ เรื่องกำหนดให้คนไทย จะเป็นนิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดาก็ดี ถือหุ้นไว้ในสัดส่วนที่สูงและคงไว้สำหรับคนไทยเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายการประกอบกิจการโทรคมนาคม กฎหมายการบิน กฎหมายสื่อสารมวลชนซึ่งรัฐธรรมนูญมาตรา ๓๙ วรรคห้า ระบุไว้เลยว่าต้องเป็นคนไทยเท่านั้นที่ถือหุ้นใหญ่หรือต้องเป็นของคนไทย
-- ประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์ "จากซุกหุ้นภาคคนใช้สู่การขายชินคอร์ป"

หนังสือเล่มนี้แสดงข้อเท็จจริงส่วนหนึ่งและความเห็นต่อประเด็นปัญหาเหล่านี้ ซึ่งสรุปด้วยประเด็นสุดท้ายคือ พฤติกรรมของนายกฯ ในเรื่องนี้เหมาะสมแล้วหรือไม่ โดยให้ผู้อ่านประมวลข้อมูลแล้วตัดสินเอง

หนังสือเล่มนี้เขียนดี อธิบายความเรื่องยากๆ และซับซ้อนให้อ่านเข้าใจง่ายขึ้นมาก คำถามเหล่านี้ไม่ได้มีถึงทักษิณ ชินวัตรแต่ประการเดียว แต่ยังถามต่อกรมสรรพากร กลต. และธนาคารพาณิชย์บางแห่ง

จึงหวังใจว่าหนังสือเล่มนี้จะเป็นบทเรียนความระยำตำบอนในสังคมไทย และนำมาสู่คำตอบหรือการค้นหาคำตอบได้บ้างแม้บางส่วน

บทความนี้น่าอ่านอย่างยิ่ง และน่าจะเป็นบทความที่ได้รับการอ้างอิงต่อไปในคนรุ่นหลัง ให้เรียนรู้ประวัติศาสตร์โฉมหน้าหนึ่งของไทย

ในยุคกระเบื้องเฟื่องฟูลอย
 

25 คำถามเบื้องหลังดีลเทคโอเวอร์ชินคอร์ป : ม้านอกและเด็กนอกกรอบ
ISBN 974-93454-7-9 openbooks ราคา ๑๐๐ บาท ปกอ่อน ปีที่พิมพ์ ๒๕๔๙

ชัดเจนว่า การที่คนในครอบครัวชินวัตรถือหุ้น SHIN ผ่าน Ample Rich ใน 6 ปีที่ผ่านมา มีเจตนา "ซุกซ่อน" ให้ธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับหุ้น SHIN ส่วนนี้หลุดรอดสายตาของกลต. ไม่ว่าเจตนานั้นจะเป็นของนายกฯ ทักษิณ หรือของนายพานทองแท้ก็ตาม
-- ม้านอกและเด็กนอกกรอบ

Copyright © 2006 faylicity.com

คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | บางตอน

หยิบมาปัดฝุ่นล่าสุด   ๑ มิถุนายน ๒๕๔๙