* home   ชั้นหนังสือ : ชวนไปรู้จัก
คืนเรือน | ชั้นหนังสือ
 
book SIGHTSEEING : Rattawut Lapcharoensap

Book

ไม่บ่อยนักที่คนอ่านจะได้อ่านเรื่องแต่งของนักเขียนไทยที่เขียนด้วยภาษาอังกฤษ (โดยไม่ได้แปลมาอีกทอดหนึ่ง) ในโอกาสที่ไม่เกิดขึ้นบ่อยเหล่านั้น หนังสือเล่มนี้เป็นเล่มแรกที่คนอ่านเห็นว่าเขียนดี ซึ่งไม่ใช่ดีเพียงเมื่อเทียบกับหนังสือที่เขียนโดยนักเขียนไทยคนอื่นๆ แต่ดีในระดับสากล

Sightseeing เป็นผลงานรวมเรื่องสั้น 7 เรื่อง และเป็นผลงานตีพิมพ์รวมเล่มครั้งแรกของ รัฐวุฒิ ลาภเจริญทรัพย์ เปิดตัวด้วยเรื่อง Farangs เกี่ยวกับมุมมองของคนไทยเราในฐานะเป็นผู้ให้บริการการท่องเที่ยว (โมเต็ลที่พักริมหาด และขี่ช้าง) ต่อนักท่องเที่ยวต่างชาติ เรื่องเสียดสีได้ขำขันและสนุกมาก เป็นเรื่องที่คนอ่านชอบที่สุดและเห็นว่าลงตัวที่สุดในเล่ม At the Cafe Lovely เล่าย้อนความทรงจำของน้องชายต่อพี่ชาย และเหตุการณ์ที่เกิดในคาเฟ่แห่งหนึ่ง Draft Day เป็นเรื่องของวันเกณฑ์ทหาร ที่ผู้เล่าเรื่องไปจับใบดำใบแดงกับเพื่อน แต่สิ่งที่เพื่อนไม่รู้ก็คือพ่อแม่ของเขาได้ให้สินบนกับเจ้าหน้าที่แล้ว Sightseeing ลูกชายพาแม่ที่กำลังจะตาบอดไปเที่ยวเกาะที่ทะเลอันดามัน เพื่อไปชมจดจำรำลึกความงามของเกาะสวรรค์ก่อนจะมองไม่เห็นสีสรรใดๆ อีกเลยในโลก Priscilla the Cambodian มิตรภาพของเด็กชายไทยสองคนกับเด็กหญิงเขมรที่อพยพมาอยู่เมืองไทย Don't Let Me Die in This Place เป็นเรื่องของชายอเมริกันที่เป็นอัมพาต และย้ายมาอยู่เมืองไทยกับลูกชายที่แต่งงานกับหญิงไทย Cockfighter เป็นเรื่องของนักชนไก่ที่เก่งที่สุดของเมือง จนกระทั่งถึงวันที่ลูกชายผู้มีอิทธิพลใหญ่ในเมืองนั้นเข้ามาร่วมในสนามประลอง

เรื่องสั้นเหล่านี้มีฉากที่เมืองไทย มีตัวละครเป็นคนไทย แต่การเล่าเรื่องนั้นเป็นเรื่องชีวิตผู้คนที่เป็นสากลโดยแท้ มีแต่เรื่อง ฝรั่ง เรื่องแรก ที่เสียดสีและบอกความรู้สึกจากคนไทยต่อฝรั่ง และยังล้อเลียนคนไทยด้วยกันเองได้แสบๆ ขันๆ น่าบันเทิงมาก แต่เรื่องอื่นๆ ที่เหลือล้วนแต่เป็นเรื่องนาฏกรรมชีวิตที่ไม่ได้เน้นความขำ ทุกเรื่องมีจังหวะปวดร้าวของความสิ้นหวัง ความอับอาย ความรู้สึกผิดในอดีต และทุกเรื่องล้วนผูกพันลึกซึ้งกับเรื่องของครอบครัว โดยเฉพาะเรื่องของลูกกับแม่ และเรื่องของการเรียนรู้เติบโตเป็นผู้ใหญ่

รัฐวุฒิเล่าเรื่องได้ดี เรื่องสั้นทุกเรื่องในเล่มล้วนแต่น่าติดตาม ทุกเรื่องมีจังหวะมีชีวิตชีวาของตัวเองที่น่าประทับใจ แม้เรื่องของเขาจะเล่าด้วยความเรียบง่าย แต่ในเรื่องเรียบๆ เหล่านั้นซับซ้อนในเชิงสังคมและทางอารมณ์ที่ละเอียดอ่อน น่าชมที่ผู้เขียนใส่ความในส่วนนี้เข้าไปในเรื่องได้ดีและประณีต รัฐวุฒิเผยให้เห็นความรู้สึกเจ็บปวดในใจของตัวละครได้ดีมาก ตัวละครของเขาเจ็บปวดกับเรื่องของความยากดีมีจน ชนชั้นที่ไม่เท่ากัน ความอยุติธรรมของสังคม อิทธิพลที่ผู้คนจำใจยอมรับ การเปลี่ยนผ่านสู่วัยของผู้ใหญ่ ความสิ้นหวังคับแค้นในสถานการณ์ที่ต้องประสบ ทว่าแต่ละเรื่องก็มีบทตอนที่สวยจับใจเช่นกัน เสน่ห์ของหนังสือเล่มนี้อยู่ที่อ่านได้เพลินไปทั้งสิ้น (ดอทโอฝากชื่นชมความเหน็บแนมเสียดสีในเรื่องที่ทำดีมาก เช่นที่บอกว่าพระอาทิตย์ตกดินในกรุงเทพนั้นสวยที่สุดในโลก เพราะมลภาวะได้ช่วยขับสีสรรต่างๆ ให้ท้องฟ้า)

เรื่องที่คนอ่านชอบที่สุดในเล่มคือ ฝรั่ง เพราะตลกขำขันมาก เรื่องนี้แสดงว่าอารมณ์ขันของผู้เขียนร้ายกาจจริงๆ เขาเข้าใจเอาเรื่องธรรมดามาเสียดสีให้อ่านสนุก ส่วนเรื่องที่ยาวที่สุดในเล่มคือเรื่องสุดท้าย Cockfighter เรื่องของนักชนไก่ที่เป็นเรื่องที่ดีมาก คนอ่านเห็นว่าเป็นเรื่องที่เขียนดีที่สุดในเล่มนี้

คนอ่านชอบเรื่องสั้นในเล่ม แต่ไม่ติดใจบทจบของบางเรื่องนัก ด้วยรู้สึกว่าจบลงอย่างทิ้งค้างและยังไม่ได้ที่ ข้อสังเกตอีกประการหนึ่งคือเรื่องส่วนใหญ่ในเล่มเล่าความโดยน้ำเสียงเดียวกันหมด ซึ่งเป็นน้ำเสียงของเด็กชายที่กำลังจะโตเป็นผู้ใหญ่ ภาษาเล่าเหล่านี้ง่ายๆ แกมไร้เดียงสา ใช้ประโยคเรียบง่าย อ่านได้เพลินน่าติดตาม แต่ไม่ว่าตัวละครจะอายุเท่าใด (เช่น 11 ปีหรือ 20 ปี) ตัวละครต่างก็มีน้ำเสียงไม่ต่างกันทั้งสิ้น ทำให้รู้สึกว่าสำหรับตัวละครเอกที่เป็นผู้ใหญ่แล้ว ผู้เล่าเรื่องที่แท้จริงคือเด็กชายในตัวของผู้ใหญ่คนนั้น ในความอ่อนเยาว์ของตัวละคร มีจังหวะที่ตัวละครพูดหรือคำนึงถึงความคิดที่ฉลาดเฉลียวเกินวัยมาก ซึ่งแม้จะดูขัดแย้ง แต่เนื่องจากบทตอนนี้ทำได้ดีน่าคิด จึงไม่ทำให้สะดุดในการอ่าน

อยากชักชวนให้อ่านเรื่องสั้นดีๆ เล่มนี้ เรื่องสั้นเล่มนี้เปิดตัวอย่างประสบความสำเร็จ โดยได้รับคำวิจารณ์ชมเชยจากสถาบันดังต่างๆ อย่างเกรียวกราว นักวิจารณ์จำนวนมากชื่นชมว่ารัฐวุฒิเป็นนักเขียนใหม่ที่น่าจับตามอง หนังสือเล่มนี้ขายสิทธิ์การพิมพ์ได้แล้วใน 9 ประเทศ (อิตาลี ฮอลแลนด์ อังกฤษ ออสเตรเลีย สวีเดน นอร์เวย์ เยอรมัน แคนาดา ฝรั่งเศส) รัฐวุฒิกำลังแปลหนังสือเล่มนี้เป็นภาษาไทย ดังนั้นผู้อ่านไทยคงจะได้อ่านในอีกไม่ช้าไม่นาน เขาบอกกับบางกอกโพสต์ว่ากำลังเขียนนวนิยายเรื่องใหม่ ชื่อเรื่องตอนนี้คือ The End of Siam โดยมีฉากเมืองไทยยุค ค.ศ. 1930 ที่ห้ามเคี้ยวหมาก และให้สามีจูบภรรยาก่อนออกจากบ้าน

ฉากเมืองไทยในท้องเรื่องของรัฐวุฒิอาจดูน่าดึงดูดใจด้วยไอร้อนและสีสันฉูดฉาดของประเทศเล็กๆ ทางตะวันออกแห่งนี้ บางคนอาจจะอ่านเรื่องนี้ด้วยความคิดที่กำหนดไว้แล้วต่อเมืองไทย แต่เรื่องราวของเขากว้างไกลกว่าความคิดความเชื่อพื้นๆ อย่างนั้นมาก เรื่องของเขาบอกเล่าโลกที่รุ่มรวย แปลกประหลาด ย้อนแย้ง โลกที่มีทั้งความมหัศจรรย์ การุณ และโหดร้าย โลกที่เจ็บปวดและน่าหัวเราะ   การอ่านหนังสือเล่มนี้นับเป็นการทัศนาจรที่ควรค่าการชม


เกี่ยวกับผู้เขียน รัฐวุฒิ ลาภเจริญทรัพย์ เกิดที่ชิคาโกในปี พ.ศ. 2522 รัฐวุฒิอยู่ที่อเมริกาจน 3 ขวบจึงได้กลับมาเมืองไทย หลังจากนั้นในปี 2530 ได้ย้ายตามครอบครัวไปอยู่ที่อเมริกาอีกเป็นเวลา 4 ปี ก่อนกลับมาที่เมืองไทยอีกครั้ง รัฐวุฒิจบมัธยมปลายเมืองไทย แล้วศึกษาที่มหาวิทยาลัยคอร์เนล ในสาขาวรรณกรรมเอเชีย-อเมริกัน และสำเร็จระดับปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยมิชิแกนในสาขาการเขียน รัฐวุฒิมีผลงานตีพิมพ์ในนิตยสารเช่น Granta และ Zoetrope

Sightseeing : Rattawut Lapcharoensap
ISBN 0802117880 Grove Press 250 หน้า ราคา $19.95 ปกแข็ง ปีที่พิมพ์ 2005

Copyright © 2005 faylicity.com

You give them history, temples, pagodas, traditional dance, floating markets, seafood curry, tapioca desserts, silk-weaving cooperatives, but all they really want is to ride some hulking gray beast like a bunch of wildmen and to pant over girls and to lie there half-dead getting skin cancer on the beach during the time in between.
-- Rattawut Lapcharoensap Farangs
คืนเรือน | ชั้นหนังสือ

หยิบมาปัดฝุ่นล่าสุด  ๑ พฤษภาคม ๒๕๔๘