| นกสีเงิน : Eleanor Farjeon |
หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือเล่มรักและหวงของคนใจหวาน เรียกว่าหากจะให้ใครหยิบยืมแล้วยอมยกลงมาจากชั้นได้ คิ้วมุ่นนั้นคงต้องตัดใจแล้วตัดใจอีก เพราะเป็นหนังสือที่หายากยิ่งทั้งในฉบับแปลและต้นฉบับภาษาอังกฤษ เป็นเล่มที่ทำให้สาวน้อยในตอนนั้นเริ่มรู้จักกับมนต์วิเศษของนักเขียนสตรีนามอิเลียนอร์ ฟาร์เจิน และเริ่มหาหนังสือของนักเขียนผู้นี้มาสะสม การจะพูดถึงหนังสือเล่มโปรดสักเล่มหนึ่ง บางครั้งผู้ที่ชื่นชอบเองก็อธิบายได้ยากว่ามีสิ่งใดแฝงอยู่ในหนังสือเล่มนั้น คงเป็นความรู้สึกที่ใกล้หัวใจเกินไป หาคำประทับใจใดมาบรรยายได้ไม่หมด เหตุนี้เองคิ้วมุ่นจึงคลายลง เมื่อคนอ่านคิ้วขมวดอยากรู้อยากจะอ่านบ้าง
เริ่มต้นอ่านได้สองสามหน้า ก็พอจะรู้สึกว่าหนังสือเล่มนี้จะน่ารักอย่างไร อิเลียนอร์เขียนหนังสือดั่งจินตนาการมิมีสิ้นสุดของเด็กเด็ก เต็มไปด้วยโลกแห่งความน่ารักหรรษาและมนต์แห่งความฉงนช่างคิด และด้วยไหวพริบแบบผู้ใหญ่ที่ผู้เขียนมี อิเลียนอร์จึงสร้างเสน่ห์ให้เนื้อเรื่องได้โดยง่าย เรื่องเริ่มต้นใกล้กับเมืองนอร์โฟล์ค มีบ้านติดกังหันลมหลังหนึ่งเป็นของแม่ค้อดลิ่งและครอบครัว แม่ค้อดลิ่งทำงานโม่ข้าวโพดเป็นแป้งเลี้ยงชีพ แม่มีลูกชายสี่คน เอบ, ซิด, เดฟและฮัล ช่วยกันไถหว่านทำงานในทุ่งนา ทุกคนเป็นหนุ่มแข็งแรง กินจุ พูดน้อย ส่วนลูกสาวอีกสองคน คนโตอายุสิบแปดปีชื่อ ดอล หน้าตาสวยและเป็นคนอารมณ์ดีแต่ดอลนั้นเกียจคร้าน ส่วนพอลน้องสาวเป็นเด็กอายุสิบสองปี เป็นเด็กช่างถาม และถามได้ไม่หยุดอย่างฉลาดเฉลียว อิเลียนอร์ช่างสังเกตในพฤติกรรมมนุษย์ เธอไม่ได้เขียนหนังสือเป็นนิทานไปเสียหมด กลับแทรกตำหนิแห่งความจริงลงไปในตัวละคร เราจึงไม่ได้อ่านตัวละครแบบกึ่งฝัน แต่เป็นตัวละครที่น่ารักน่าชังและมีความเป็นมนุษย์สูง ดอลสวย และอารมณ์ดีด้วย ใจดี ข้อบกพร่องอย่างเดียวคือดอลเกียจคร้าน เหมือนเจ้าค่าง ที่เอาแต่เกาะกิ่งไม้ ห้อยหัวลงเล่นไปทั้งวัน ดอลไม่ตั้งใจจะเกียจคร้าน แต่เธอเป็นอย่างนี้เอง ดอลชอบประสานมือบนตัก ฝันถึงสิ่งที่จะเกิดต่อไป ซี่งได้แก่ อาหารเช้า, อาหารกลางวัน, น้ำชา,อาหารค่ำ นี้คือภาพลักษณ์ของนางเอก ส่วนพระเอกนั้นเล่าเป็นพระราชาแห่งเมืองนอร์โฟลค์ที่มีพระนามว่า นอลีเกนส์ อิเลียนอร์เขียนถึงตัวละครนี้ครั้งแรกก็ได้ยิ้มทันที พระเจ้านอลีเกนส์มีพระอารมณ์สองอย่าง แล้วแต่ว่าจะก้าวลงจากพระบรรทมด้วยพระบาทข้างไหน ถ้าเป็นพระบาทขวา ก็จะทรงแย้มสรวล พระอารมณ์ดี พระทัยกว้าง ทรงคิดแผนการต่างๆ ที่ฟังเข้าท่า แม้จะทำตามลำบาก แต่ถ้าก้าวลงมาด้วยพระบาทซ้ายก็จะกริ้วโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ทรงโมโหแม้เรื่องไม่เป็นเรื่อง จบลงด้วยการไล่มหาดเล็กออกจากวัง แต่ก่อนที่พระราชาจะได้อภิเษกสมรสกับพระราชินีนั้น เรื่องก็มีอยู่ว่าความที่พระองค์เป็นคนสองอารมณ์ เช้าวันหนึ่งตื่นมาก็อารมณ์เสียอาละวาดอยู่ในวัง บริวารต่างๆ พากันขวัญหนี พระองค์ทรงกริ้วที่ผ้าที่พระองค์ใช้ ไม่ว่าจะเป็นผ้าปูที่นอน ผ้าซับพระพักตร์ ผ้าเช็ดมือ ผ้าเช็ดตัวล้วนแต่เก่าและขาด แนนซึ่งเป็นพระพี่เลี้ยงเก่าแก่ เป็นผู้เดียวที่จัดการกับพระองค์ได้จึงทูลแนะนำแก่พระองค์ว่า ให้หาหญิงสาวมาแต่งงานด้วยโดยให้เลือกสาวที่ทอผ้าเก่งที่สุดในนอร์โฟล์คจะได้ทอผ้าที่อยู่ในโกดังได้หมด พระองค์เห็นดีด้วยจึงตามหาหญิงสาวคนนั้น ย้อนกลับมาที่บ้านติดกังหันลม แม่ค้อดลิ่งใช้ให้ดอลกรอด้ายและเฝ้าก้อนขนมปังที่อบเพื่อเตรียมเป็นอาหารเย็นให้แก่พวกพี่ ขณะที่แม่ใช้พอลไปเอาปลาจากชาลีชาวประมงที่ริมทะเล เมื่อพอลไปถึงเจอชาลีกำลังช่วยนกสีเงินที่บาดเจ็บจากการถูกตัวอะไรไม่ทราบจากป่าแม่มดมาทำร้าย นกสีเงินเป็นนกที่มีอยู่ตัวเดียวในโลก ชาลีจึงเล่าตำนานนกสีเงินในดวงจันทร์ให้พอลฟัง พอลสงสารเจ้านกเลยเอากลับมารักษาที่บ้าน ส่วนดอลนั้นด้ายก็ไม่ได้กรอกลับนั่งทานขนมก้อนแป้งจนหมดหนึ่งโหล ตอนที่พระราชาเสด็จมาพอดีครอบครัวค้อดลิ่งก็กำลังทะเลาะกัน พระองค์ถามว่าใครว่าอะไรหนึ่งโหลหรือ? แม่ค้อดลิ่งกลัวเสื่อมเสียชื่อแก่วงศ์ตระกูล พอลจึงทูลแทนว่าพี่ดอลกรอด้ายหนึ่งโหลภายในครึ่งชั่วโมง พระองค์เลยให้คนยกผ้าจำนวนมากมาให้ทอ แล้วบอกว่าอีกครึ่งชั่วโมงจะกลับมา ถ้าทำสำเร็จจะแต่งงานด้วย ถ้าไม่ได้ก็จะตัดหัว แต่คนที่มาช่วยดอลให้รอดพ้น คือปีศาจปั่นฝ้ายซึ่งมาช่วยแล้วบอกว่าในอีกหนึ่งปีข้างหน้า ดอลต้องทายว่าเขามีชื่อว่าอะไร ถ้าทายเก้าครั้งไม่ถูกจะเอาตัวไป ส่วนพระราชาอภิเษกสมรสกับดอล แต่มีข้อแม้เหมือนกันว่าปีหน้าต้องปั่นฝ้ายอีก ถ้าปั่นไม่ได้ก็ถูกตัดหัว เรื่องที่เล่าให้ฟังนี้เป็นเพียงหนึ่งในสี่ของการผจญภัยทั้งหมด อิเลียนอร์เขียนได้สนุกกว่าที่คนอ่านเองคาดคิดไว้เพราะอย่างที่ทราบว่าตัวก็เลยวัยเด็กนานแล้ว สิ่งหนึ่งที่น่าชื่นชมคือเรื่องการแปล ผู้แปลแปลได้ดีมาก คนใจหวานบอกว่าสนุกกว่าภาษาอังกฤษเสียอีก ทั้งที่ไม่ได้แปลเกินแต่อย่างใด ซึ่งคนอ่านก็เห็นด้วยว่าเรื่องนี้แปลดีจริง แม้กระทั่งบทกลอนภาษาไทยก็แปลได้น่ารักมาก เราสงสัยกันว่าทำไมถึงไม่มีฉบับแปลภาษาไทยตีพิมพ์ใหม่อีกเนื่องจากเป็นหนังสือดีควรค่าแก่การเก็บรักษา แล้วเราก็สงสัยกันอีกว่าจะไปบอกคนอื่นได้อย่างไร ว่าเรื่องนี้มีดีและเราชอบมันมากอย่างไร...
บทความที่เกี่ยวข้อง ดอลล์ ค้อดลิ่ง เธอผู้เป็นที่รัก เกี่ยวกับผู้เขียน Eleanor Farjeon อิเลียนอร์ ฟาร์เจิน เป็นนักเขียนและกวีสตรีชาวอังกฤษ เกิดในกรุงลอนดอน เมื่อปี ค.ศ. 1881 บิดาเป็นนักเขียนนวนิยายที่มีชื่อเสียง อิเลียนอร์ไม่เคยเล่าเรียนหนังสือในโรงเรียน แต่บิดาจ้างครูมาสอนที่บ้าน มีงานเขียนเล่มแรกตีพิมพ์ในปี 1916 เรื่อง 'บทเพลงในกรุงลอนดอน' หลังจากนั้นก็เขียนทั้งเรื่องสำหรับเด็กและนิทานสำหรับผู้ใหญ่ เช่น Martin Pippin in the Apple Orchard (1921), Italian Peepshow (1926), The Glass Slipper (1955) เป็นต้น อิเลียนอร์ ฟาร์เจิน ถึงแก่กรรมเมื่อปี 1965 เกี่ยวกับผู้แปล สุทธิ โสภา นามปากกาของ ผกาวดี อุตตโมทย์ เป็นผู้ก่อตั้งสำนักพิมพ์ผีเสื้อ มีผลงานแปลเช่น 'รักเร้นลับของคาลิล ยิบราน', 'คนตัวจิ๋ว' ของแมรี่ นอร์ตั้น, 'จะหยุดคืนวันเพื่อฝันถึง' และ 'อานหัก' ของเจมส์ อัลทริดจ์ นกสีเงิน : อีเลียนอร์ ฟาร์เจิน เขียน สุทธิ โสภา แปล
ธงปลิวไสวทั้งเมือง และทุกโรงเรียน ดอกไม้สดประดับทุกโบสถ์ เจ้าของโรงแรมหาของชำร่วยมาแจกผู้เข้าพัก เจ้าของที่ดินแจกเหรียญทองให้ลูกของคนเช่าที่ดิน เกวียนเทียมม้าแต่งด้วยโบผูกเป็นรูปดอกกุหลาบ สวยเหมือนไก่งวงที่ได้รางวัล ห้องโถงทุกแห่งตกแต่งราวกับวันคริสต์มาส ขนมเค้กและขนมพายอยู่ในเตาอบทุกเตา สาวๆแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าชุดใหม่ ไม่ว่าจะเป็นหมวก หรือเสื้อผ้ากันเปื้อนหรือรองเท้า ก็เป็นของใหม่เอี่ยม Copyright © 2002 faylicity.com |
|
หยิบมาปัดฝุ่นล่าสุด ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๕ |