* home   ชั้นหนังสือ : ชวนไปรู้จัก
คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | บางตอน
 
book SIXPENCE HOUSE - LOST IN A TOWN OF BOOKS : Paul Collins
read by O

Book Cover

ผมชอบหนังสือเล่มนี้ อ่านสนุกและเพลิดเพลินตามประสาคนรักหนังสือ พอล คอลลินส์เล่าชีวิตประสบการณ์เดินทางตอนที่เขาและภรรยาตั้งใจจะอพยพจากซาน ฟรานซิสโกไปอยู่ในชนบท ความที่ทั้งสองเป็นรักหนังสือพวกเขาจึงเลือกเมืองเฮย์ เมืองเล็กเล็กระหว่างเส้นแบ่งชายแดนประเทศที่มีพื้นที่ค่อนหนึ่งของเมืองอยู่ในเวลส์และอีกเสี้ยวหนึ่งเป็นของอังกฤษ เมืองนี้เป็นเมืองแห่งหนังสือ มีประชากรน้อยนิดเพียง 1,500 คน ในเมืองมีโบสถ์ห้าแห่ง ร้านขายของชำสี่ร้าน ร้านขายหนังสือพิมพ์ ร้านอาหาร แต่ที่มีเยอะคือร้านขายหนังสือเก่าซึ่งมีมากถึงสี่สิบร้าน โดยมีร้านขายหนังสือใหม่เพียงร้านเดียว

Hay on Wye เป็นชื่องานเทศกาลหนังสือประจำปีที่ยิ่งใหญ่ในอังกฤษ ทุกปีประมาณเดือนพฤษภาคม ผู้คนในแวดวงวรรณกรรมทั้งจากอังกฤษและอเมริกาจะเดินทางมางานนี้ ทำให้มีนักท่องเที่ยวประมาณหนึ่งแสนคนหลั่งไหลแห่มาชื่นชมเมืองเก่าจนกลายเป็นที่เลื่องลือ คอลลินส์เล่าเรื่องของเขาด้วยความน่ารัก พ่อแม่ของเขาเป็นคนอังกฤษแต่ตัวเขาเกิดและเติบโตในอเมริกา ครอบครัวใหม่ตอนที่เดินทางมาเมืองหนังสือ มีคอลลินส์ ภรรยาและลูกตัวเล็กแสนซนหนึ่งคน พวกเขามองหาบ้านเพื่อตั้งถิ่นฐานในเฮย์ เขาเล่าเสน่ห์ของเมืองและผู้คนในยามที่เมืองเงียบสงบปราศจากงานหนังสือ

บ้านที่อยู่ในเมืองนี้เป็นบ้านเก่าแก่ หลังหนึ่งมีอายุไม่ต่ำกว่าร้อยปีและบางบ้านมีอายุมากกว่าสี่ร้อยปี การผจญภัยหาซื้อบ้านของผู้เขียนสนุกจนรู้สึกลุ้นไปด้วย เพราะราคาที่แพงขึ้นทุกทีตามความต้องการของคน คอลลินส์ไปเช่าอพาร์ทเมนต์แห่งหนึ่งบนร้านหนังสือระหว่างที่เขายังหาบ้านไม่ได้ เขาไปทำงานกับริชาร์ด บูธ คนที่เป็นพระราชาประจำเมือง บูธเดินทางมาเมืองนี้เมื่อปี 1962 หลังจากที่จบจากอ็อกซฟอร์ด เขาซื้อปราสาทเก่าแก่กลางเมืองในราคาแสนถูก ซึ่งในยุคนั้นเฮย์เสื่อมโทรม รายได้หลักมาจากการเกษตรและเมื่อเศรษฐกิจตกต่ำตอนนั้นผู้คนจึงหนีออกจากเมืองจนประชากรลดน้อยถอยลง ในวันเอพิล ฟูล ปี 1970 บูธแถลงที่ปราสาทของตนว่าเขาเป็นราชาของเมือง ต่อไปนี้เขาจะฟื้นฟูให้เมืองนี้กลายเป็นเมืองหนังสือ และด้วยความตั้งใจแน่วแน่ บูธจึงสั่งซื้อหนังสือที่โละจากห้องสมุดในอเมริกาและอังกฤษเป็นจำนวนมาก และซื้อต่อไปเรื่อยเรื่อยจนมีหนังสือไม่ต่ำกว่าหลายล้านเล่ม คนขายหนังสือที่เปิดร้านในเมืองนี้ส่วนใหญ่จึงเคยทำงานกับบูธมาก่อน คอลลินส์เองก็เช่นกันเมื่อมาถึงไม่นาน บูธจ้างเขาจัดชั้นหนังสือเกี่ยวกับวรรณกรรมอเมริกัน เพราะเขามาจากที่นั้นน่าจะเป็นผู้เชี่ยวชาญที่สุด

คอลลินส์เล่าเรื่องทั้งหมดด้วยอารมณ์ขัน คนที่อยู่ในเมืองบ้าหนังสือทั้งหมดจึงมีแต่เรื่องประหลาด น่ารัก มีชีวิตชีวาและชวนยิ้ม เขายังเล่าถึงเกร็ดหนังสือตีพิมพ์ในปัจจุบัน ตอนที่สนุกอีกตอนเป็นเรื่องหน้าปกหนังสือในอเมริกาที่เขาวิเคราะห์ อีกประเด็นหนึ่งที่คอลลินส์เขียนได้ดีคือวัฒนธรรมที่แตกต่างระหว่างอังกฤษกับอเมริกา เขาเล่าถึงสิ่งละอันพันละน้อย ซึ่งทำให้หัวเราะเพราะมันจริง อย่างเรื่องกล่องไปรษณีย์ น้ำมันแสนแพง กับมารยาทการกินบนโต๊ะอาหารของคนอังกฤษ สุดท้ายคือความรักในหนังสือ คอลลินส์เป็นคนรักในหนังสือเก่า เราจะได้ฟังเรื่องราวของหนังสือที่เราไม่รู้จักและน่าสนใจอีกมาก จนเราอยากจะไปเมืองหนังสืออีก

ผู้เขียนบอกว่า I love Hay สำหรับคนรักหนังสือก็อยากบอกตามเขาว่า I love Hay, too. เมืองน่ารักแสนสงบและเต็มไปด้วยเรื่องราวอย่างนี้ พลาดไม่ได้นะครับ..

เกี่ยวกับผู้เขียน : Paul Collins พอล คอลลินส์ เจ้าของหนังสือ Banvard's Folly: Thirteen Tales of Renowned of Obscurity, Famous Anonymity, และ Rotten Luck เป็นชาวอเมริกันโดยกำเนิดแต่ถือพาสปอร์ตอังกฤษอีกฉบับ มีผลงานเป็นบทความลง New Scientist, Book, และ Business 2.0

Sixpence House: Lost in a Town of Books : Paul Collins
ISBN:1582342849 Bloomsbury, 272 pages, £14.87

"You have too many books in here. Home buyers don't like books." He saw my expression, and shrugged helplessly. "Really. You should hide them."

We did hide them, in the end; we were desperate to leave, because we couldn't afford to live in San Francisco anymore. I tried to imagine a life in the British countryside instead.

Paul Collins . . . Sixpence House

Copyright © 2003 faylicity.com

คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | บางตอน

หยิบมาปัดฝุ่นล่าสุด  ๑ มิถุนายน ๒๕๔๖