The Smoking Diaries ไม่ใช่บันทึกของคนอยากเลิกบุหรี่อย่างที่ชื่อบ่งบอกไว้ แต่เป็นบันทึกความทรงจำในชีวิตของไซมอน เกรย์ นักเขียนบทละครชื่อดังบนเกาะอังกฤษ เขาเริ่มเขียนบันทึกเล่มนี้ในวัย 66 ปีกับอีกสองชั่วโมง ปีที่ประชากรบนเกาะสำหรับผู้ชายถือเป็นปีแห่งการเกษียณ (ผู้หญิงเกษียณในวัย 60 ปี) เกรย์บอกว่าต่อไปนี้เขาจะขึ้นรถเมล์ฟรี นั่งรถไฟครึ่งราคาและรับบำนาญทุกสัปดาห์จากรัฐ ตามธรรมดาแล้วอายุขนาดนี้น่าจะเป็นวัยที่ผ่อนคลายสบายใจ แต่เกรย์บอกว่าในความเป็นจริงแล้วเขายิ่งแก่ยิ่งร้ายกาจ เต็มไปด้วยความรู้สึกแบบคนแก่ (ทางร่างกาย ไม่ใช่จิตใจ) สับสนระหว่างจะปล่อยวางหรือขุ่นเคืองดี และนี่คือที่มาของบันทึกทรงจำกึ่งอัตชีวประวัติของนักเขียนที่ดีที่สุดในรอบหลายปี ผู้ที่ซื่อตรงต่อบันทึก ช่างสังเกตและยอมรับจุดอ่อนของตัวเอง ที่สำคัญคือมันเป็นบันทึกที่ตลกมาก ซึ่งตลกในที่นี้หมายถึงหัวเราะออกมาดังๆ คนเดียว
เกรย์เขียนบันทึกแบบไม่ลงวันที่ ประมาณว่านึกอะไรได้ก็เขียนลงสมุดฉีกสีเหลือง เขาไม่เล่าชีวิตส่วนตัวแบบเรียงลำดับวัยอย่างที่อัตชีวประวัติควรเป็น แต่เขาจะเล่าเมื่อมีสิ่งสำคัญมาทำให้เขานึกถึงอดีต พูดถึงความเป็นความตายของมนุษย์ สะท้อนชีวิตได้อย่างน่าชื่นชมและขมขื่นในเวลาเดียวกัน เกรย์ติดแอลกอฮอลล์จนเกือบจะเสียชีวิตเมื่อหลายปีที่ผ่านมา เขาเลิกกินเหล้า (มาติดไดเอทโค้กแทน) แต่ไม่สามารถเลิกบุหรี่ได้ เขาสูบมันวันละหกสิบมวน คิดเสมอว่าต้องตายก่อนใคร แต่เอียน แฮมิลตัน ผู้เป็นกวีเพื่อนรักของเขากลับเสียชีวิตก่อน จนวันหนึ่งเมื่อเพื่อนรักฮาโรลด์ พินเตอร์ นักเขียนบทละครที่สำคัญอีกคนหนึ่งในเกาะอังกฤษแจ้งให้ทราบว่าป่วยเป็นมะเร็ง เกรย์ดูเหมือนจะกังวลกับอาการของเพื่อนมาก เขาแอบเขียนจดหมายถามไถ่สุขภาพทั้งที่เวลาอยู่ต่อหน้าจะคุยกันแต่เรื่องอื่น
เกรย์เล่าให้ฟังถึงชีวิตวัยเด็ก เขาไม่อายที่จะบอกถึงความซนของตัวเอง สูบบุหรี่ตั้งแต่อายุเจ็ดขวบในสมัยที่ไม่มีโฆษณาว่าบุหรี่เป็นอันตราย พ่อเป็นหมอ ส่วนแม่เป็นครูสอนกีฬาซึ่งเกรย์บอกว่าถ้าแม่เขาอยู่ในสมัยนี้ แม่เขาอาจจะติดคุกไปแล้วเพราะเลี้ยงลูกแบบเมามัน แต่เขาสนิทและรักแม่มาก ขณะที่พ่อเขาตอบไม่ได้ว่ารัก เขาเล่าเรื่องบรรพบุรุษที่ตายเพราะมะเร็งทั้งหมดอย่างน่ารักน่าชัง เล่าถึงครอบครัวของตัวเอง ภรรยาและสัตว์เลี้ยงที่รักมาก มีบทหนึ่งที่เล่าถึงลูกชาย ตอนนั้นเบนอายุแปดขวบบอกกับพ่อว่าให้เลิกไปส่งที่โรงเรียนเพราะอายคนอื่น เขาโตแล้วไม่ใช่ทารก เกรย์จึงแอบเดินตามหลังลูกทุกวัน พอถึงถนนที่รถวิ่งผ่านมากก็ใจหาย จนวันหนึ่งเบนลูกรักตามประสาเด็กรอรถจอดไม่ไหว พ่อเกรย์ก็ตะโกนเสียงดังลั่นไปทั้งถนนจนเบนหยุดนิ่งกลางถนนด้วยความตกใจสุดขีด เกรย์รู้สึกทันทีว่าเกือบทำให้ลูกตายแต่อายไม่กล้าบอก เบนจึงดุพ่อว่าผมเกือบตายเพราะพ่อ ตั้งแต่นั้นเกรย์ไม่เคยเดินตามลูกอีกเลย เขาคิดว่าให้ลูกตายเองดีกว่าตายเพราะเขา
หนังสือเล่มนี้สนุกได้เพราะน้ำเสียงของเกรย์ เขาเขียนหนังสือด้วยความคิดหลั่งไหล เราจึงเห็นอาการออกนอกเรื่องอยู่เสมอแต่ก็เป็นการนอกเรื่องที่แสดงให้เห็นวัยที่ความคิดบ่มได้ที่และสุกงอม เต็มไปด้วยไหวพริบและความขบขัน เกรย์เล่าเกร็ดในชีวิตอีกมากมาย แม้สุดท้ายตัวเขาเองจะเป็นมะเร็งแต่เขาไม่ได้ฟูมฟาย เพราะนี่คือส่วนหนึ่งของการมีชีวิต ชีวิตที่มีค่าและควรแก่การบันทึกไว้ ชวนอ่านหนังสือเล่มนี้ครับ
เกี่ยวกับผู้เขียน Simon Gray ไซมอน เกรย์ เกิดปี 1936 จบการศึกษาจากทรินิตี้คอลเลจ มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ เกรย์เขียนนวนิยายห้าเล่มและหนังสือที่ไม่ใช่นวนิยายอีกหลายเล่ม เขาสร้างบทละครไม่ต่ำกว่าสามสิบเรื่อง ที่โด่งดังคือ Butley (1971), Otherwise Engaged (1975), Quatermaine's Terms (1981), The Common Pursuit (1984), Cell Mates (1995) and Japes (2000) ปัจจุบันอาศัยในกรุงลอนดอน
The Smoking Diaries : Simon Gray
ISBN: 186207688X Granta Books, 240 pages, £12.99
So here I am, two hours into my 66th year . . . The truth is that I'm nastier than when I was 64, for instance . . . when I was nastier than when I was 62 and so forth, back and back, always the less nasty the further back, until I get to the age when I was pre-nasty, at least consciously, when the only shame I knew was the shame of being found out, which was when I was . . . well . . . about eight, I suppose.
Simon Gray . . . The Smoking Diaries
Copyright © 2004 faylicity.com