* home   ชั้นหนังสือ : ชวนไปรู้จัก
คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | ตอนแรก
 
book Sombrero Fallout : Richard Brautigan
read by O

Book Cover

Some days he cried so much that he thought that he was dreaming.

ตอนเด็กๆ คนอ่านมีหนังสือในดวงใจอยู่เล่มหนึ่ง เรื่องหมวกปีกกว้างตกลงมาจากฟ้า ความไม่รู้ประสาทำให้หมวกวิเศษใบนี้ฉงนใจเหมือนนิทานหลอกเด็ก ถ้ามีคนใฝ่ฝันอยากดึงดาบเอ็กซคาลิเบอร์ออกจากก้อนหินแบบกษัตริย์อาเธอร์ วัยเด็กคนอ่านคงฝันอยากจะหยิบหมวกจินตนาการโดยไม่มีเหตุผลเหมือนกัน มีเพียงความรู้สึกว่าถ้าหยิบได้ทุกอย่างจะดีขึ้น (คงเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวที่เด็กคนนั้นเอาไว้ปลอบตัวเองเวลาที่รู้สึกกลัวโลก เช่นไม่อยากไปโรงเรียน) เรื่องราวในหนังสือหลังจากนั้นไม่เหลือความทรงจำใดนอกจากหมวก หนังสือของบรอติแกนนับวันยิ่งหายากเพราะขาดตลาด แม้มีโอกาสเจอหนังสือของเขาจากร้านหนังสือเก่า แต่ก็ไม่เคยอ่านหมวกปีกกว้างอีกเลย

บรอติแกนเป็นกวีในยุคบีต การใช้ภาษาในนวนิยายจึงมีพลังขับเคลื่อนของบทกวี เขาเป็นนักสะสมคำเปรียบเทียบแบบที่คุณจะไม่เคยเห็นที่ไหน ถ้าเป็นนักฟุตบอลต้องเรียกว่ามีลีลาพริ้ว ลูกฟุตบอลไม่เคยห่างตัว ตัวอักษรของเขาก็ร่ายมนต์ดั่งคนที่ไม่ต้องใช้ความพยายาม ทั้งแปลกและน่าคิด มีความรู้สึกและมีลมหายใจในนั้น เขาใช้ภาษาง่าย ไม่ยุ่งยากสับสน ประโยคของเขาทำให้คนอ่านต้องคิดตาม และเขาเป็นนักเขียนที่สนุกกับการใช้คำซ้ำโดยอ่านแล้วไม่รู้สึกรำคาญแต่อย่างใด Sombrero Fallout เล่าเรื่องขนานพร้อมกันสองเรื่อง เรื่องแรกคือหมวกที่ตกลงมาจากฟ้า ลงมานอนต่อหน้าชายสามคน นายกเทศมนตรี ญาติของเขา และชายตกงาน ทั้งสามคุยกันเรื่องที่มาของหมวกปีกกว้าง ลักษณะของมัน ขณะที่เรื่องเล่าอีกเรื่องเริ่มต้นด้วยน้ำตากำลังก่อตัวตรงตาข้างขวา ตามด้วยตาข้างซ้าย และสุดท้ายน้ำตาปริ่มล้นทั้งสองข้าง นิทานหมวกเป็นเพียงเรื่องในกระดาษของคนเขียน เขาทิ้งมันลงในถังขยะ แต่แล้วเขาร้องไห้ทำไม

The first tear formed itself in the right eyes. That was the eye that always crying first. Then the left followed. He would have found it interesting if he had known that the right eye started crying first. The left eye started crying so close after the right eye that he didn't know which eye started crying first, but it was always the right one.

บรอติแกนแปลความโศกเศร้าจากรักร้างเป็นนิยายหมวก หลังจากที่กระดาษอยู่ในถังขยะ แรงขับของนักเขียนสามารถทำให้เรื่องดำเนินต่อไปด้วยจินตนาการอันน่าทึ่ง ชายสองคนแย่งหยิบหมวกด้วยเหตุผลต่างกัน คนหนึ่งอยากมีงานทำ อีกคนหนึ่งฝันอยากจะเป็นนายกเทศมนตรีในอนาคต ถ้าพวกเขาไม่หยิบมันส่งให้นายกฯ เองก็เท่ากับว่าละทิ้งโอกาสสำคัญให้มีชีวิตที่ดีกว่าเดิมดังกล่าวไป แต่หมวกปริศนาใบนี้มิให้ยอมหยิบโดยง่าย เพราะอุณหภูมิของหมวกต่ำกว่าจุดเยือกแข็งขณะที่บนท้องถนนอากาศร้อนตับแตก เรื่องเล็กน้อยกลายเป็นเรื่องใหญ่โตจนมีจลาจลในตอนท้าย (พร้อมกับนอร์แมน เมลเลอร์ปรากฏตัว!) ส่วนหญิงคนรักนอนหลับฝันตลอดเล่มด้วยผมสีดำสนิทแบบญี่ปุ่น

ความสนุกจากการอ่านหนังสือคือการลิ้มรสในรายละเอียดที่ค่อยๆ เผยให้เห็นการพัฒนาของตัวละครและท้องเรื่อง หนังสือบางเล่มอาจไม่มีเรื่องราวหรือแอคชันมากมาย แต่หนังสือกลับทิ้งความคิดตรึงใจให้มาก หนังสือเล่มนี้ควรอ่าน จะได้รู้ว่าคนที่เป็นนักเขียนแท้จริงเขามีมนต์วิเศษอย่างไร

หมายเหตุ * หนังสือของบรอติแกนถูกนำมาตีพิมพ์ใหม่เป็นชุดโดยสำนักพิมพ์ Canongate ในอังกฤษ และหนังสือเล่มนี้เมื่อมาอ่านตอนนี้ถึงเพิ่งตระหนักว่าไม่เหมาะสำหรับเด็ก ดังนั้นเราจึงไม่ควรเลี้ยงเด็กด้วยนวนิยาย หรือควรเก็บนวนิยายให้ห่างมือเด็กจะเป็นการดี

เกี่ยวกับผู้เขียน Richard Brautigan ริชาร์ด บรอติแกน เป็นชาวอเมริกัน เกิดเมื่อปี 1935 ในทาโกม่า ตอนอายุ 20 ปี เขาเขวี้ยงก้อนหินทำบานหน้าต่างสถานีตำรวจแตก ถูกจับส่งเข้าโรงพยาบาลแห่งรัฐโอเรกอน ได้รับการรักษาด้วยวิธีช็อกและวินิจฉัยว่าเป็นโรค paranoid schizophrenic หลังจากนั้นย้ายไปอยู่ซานฟรานซิสโกเข้าสมาคมกับนักเขียนในยุคบีต ตีพิมพ์หนังสือเล่มแรกคือรวมบทกลอน The Second Kingdom 1956 ช่วงปี 1960-70 เริ่มเขียนนิยาย และเล่มที่นำชื่อเสียงมาให้คือ Trout Fishing in America ซึ่งขายได้มากกว่าสองล้านเล่ม Please Plant this Book เป็นหนังสือรวมเมล็ดพันธุ์พืชแปดซองบรรจุคำกลอนชวนปลูกหนังสือ ผลงานเล่มสุดท้ายคือ So the Wind Won't Blow It All Away ในปี 1984 ก่อนจะจบชีวิตแสนเศร้าด้วยการฆ่าตัวตาย

Sombrero Fallout : Richard Brautigan
ISBN: 1841951374 Canongate, 208 pages, £6.99

BLACK

It appears now that the relating of these sombrero events needs to be interrupted for a closer examination of the sombrero. The only things known about the sombrero so far are:
1. It fell out of the sky.
2. It is size 7 1/4
3. It is very cold.
Here are a few more details about the sombrero that should be of some use:
4.The sombrero is black. (Interesting that this fact had not been brought up until now.)
5. It is known that the sombrero is very cold but the exact temperature has not been revealed before. Here it is: The temperature of the sombrero is 24 degrees below zero.
That's a cold sombrero.
Especially when the temperature in the street is 81 and the sombrero's temperature stays at 24 below. It is not affected by the sun.
That makes it a very different sombrero.

Richard Brautigan . . . Sombrero Fallout (1976)

Copyright © 2002 faylicity.com

คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | ตอนแรก

หยิบมาปัดฝุ่นล่าสุด  ๑๖ ตุลาคม ๒๕๔๕