| SPEAKING WITH THE ANGEL : Nick Hornby (Editor) |
หนังสือเล่มนี้น่าสะดุดตาตั้งแต่หน้าปก ที่บอกว่ารวมสิบสองเรื่องสั้นใหม่ๆ จากนักเขียนร่วมสมัยหลายคนที่มีผลงานเป็นที่รู้จักกว้างขวาง และหลายรายชื่อในนั้นก็ทำให้เกิดแรงจูงใจให้หนังสือเล่มนี้ชวนอ่าน เมื่อได้อ่านก็พบว่าเรื่องในนี้ดีกว่าที่คิดไว้ และยังทำให้ได้ประทับใจกับการเขียนของผู้แต่งหลายคนที่ไม่เคยอ่านผลงานมาก่อน นิก ฮอร์นบี บรรณาธิการผู้จัดทำหนังสือเป็นผู้เขียนเรื่อง High Fidelity จีงอาจทำให้คาดหวังว่าเรื่องสั้นในเล่มคงเป็นเรื่องอารมณ์ขัน แต่ที่จริงแล้วเรื่องในเล่มมีหลากหลายอารมณ์ต่างๆ กันไป ที่จะเหมือนกันก็ตรงที่ทุกเรื่องในนี้เล่าโดยผ่านมุมมองของตัวละครคนหนึ่ง ซึ่งก็มีตั้งแต่สุนัขพิทบูล เด็กชาย หนุ่มวัยรุ่น แม่ครัว ชายกลางคน จนถึงนายกรัฐมนตรี
Robert Harris เขียนเรื่องที่เป็นคำแถลงการณ์อธิบายเหตุไม่น่าจะเกิดจากปากนายกรัฐมนตรีอังกฤษ เรื่องนี้อ่านได้ขำขันอารมณ์ดี โดยเฉพาะเมื่อนายกผู้นี้มีคำบรรยายจากเพื่อนนักการเมืองว่า "All Prime Ministers go mad eventually. The difference is this one was mad from the start" (นายกรัฐมนตรีทุกคนจะต้องเป็นบ้าไปในที่สุด แต่ต่างกันที่นายกคนนี้เป็นบ้ามาตั้งแต่แรกแล้ว) เรื่องนี้อ่านได้สนุก เช่นเดียวกับเรื่องอารมณ์ดีที่ตลกมากอีกเรื่องจาก Patrick Marber ซึ่งบอกเล่าประสบการณ์รักครั้งแรกของวัยรุ่น เรื่องนี้เริ่มต้นที่คำบรรยายตัวละครจอร์เจีย ว่าเป็นสาวที่มีเสื้อผ้าสามชิ้น คือเสื้อคอลึกยาวถึงเข่า กับรองเท้าหนังสีดำแบบผูกเชือกหนึ่งคู่ จอร์เจียมีเสื้อสามสี ดำ ชมพู และขาว แต่ละเดือนเธอจะย้อมสีผมเป็นสีใดสีหนึ่งตามสีเสื้อ และเธอยังมีเชือกผูกรองเท้าเป็นสีต่างๆ ด้วย ผู้เล่าเรื่องบอกว่าชอบจอร์เจียที่สุดตอนที่เธอทำผมสีขาว สวมชุดดำ และผูกเชือกรองเท้าเป็นสีชมพู ภาพจอร์เจียที่เปิดเรื่องนับเป็นสาวที่น่ามองไม่น้อย Melissa Bank ผู้เขียนเรื่อง The Girls' Guide to Hunting and Fishing เขียนเรื่องการไปปาร์ตี้ของคู่รักได้น่ารักน่าประทับใจ ใครที่ชอบเรื่องคู่มือการล่าและตกเบ็ดของสาว ก็น่าจะชอบเรื่องสั้นของเธอเช่นกัน เช่นเดียวกับ Helen Fielding ผู้เขียน Bridget Jones's Diary ที่เขียนเรื่องสั้นที่เรียกได้ว่าเป็นเรื่องของบริดเจ็ทในยามแก่ตัวลงนั่นเอง อ่านได้พารานอยด์ตามสไตล์การเขียนของบริดเจ็ท ใครที่ชอบหนังสือไดอารีก็น่าจะชอบเรื่องสั้นเรื่องนี้ด้วย (และในทางกลับกันเช่นกัน) นักเขียนหญิงอีกคนคือ Zadie Smith ผู้เขียนหนังสือดีเรื่อง White Teeth เรื่องสั้นของเธออ่านแล้วอารมณ์ดี ถึงแม้ว่าจะไม่ได้น่าประทับใจเป็นพิเศษก็ตาม Irvine Welsh ผู้เขียน Trainspotting และ Filth (หนังสือที่บอกไว้หลังปกอย่างไม่อ้อมค้อมว่า 'lives up to its name' โสมมสมกับชื่อเรื่อง) เขียนเรื่องสั้นที่รักษาคุณสมบัติและมาตรฐานของเขาได้ดี ผู้ที่ชื่นชอบมุขตลกที่น่ารังเกียจและความช็อคในอารมณ์คงจะมีความสุขกับเรื่องสั้นเรื่องนี้ตามสมควร นักเขียนส่วนใหญ่ในเล่มมาจากฝั่งอังกฤษแทบทั้งสิ้น ยกเว้นแต่เมลิสสา แบงค์ และ David Eggers ที่เป็นอเมริกัน เอกเกอร์เขียนเรื่องหมาที่ชอบวิ่งและชอบความเร็วเป็นชีวิตจิตใจ เรื่องนี้อ่านได้เรื่อยๆ และบอกความรู้สึกจิตใจของหมาอ่านได้เพลินพอใช้ Nick Hornby เขียนเรื่องสั้นได้ดีที่สุดเรื่องหนึ่งในเล่ม ถ้าจะเล่าอะไรบ้างตรงนี้ก็จะทำให้เสียรสชาติไป จึงอยากให้ไปติดตามอ่านกันเองจะดีกว่า Roddy Doyle เขียนเรื่องได้ดีมากเช่นกัน อ่านแรกๆ ก็ดูเหมือนจะเป็นเรื่องเล่าเบาๆ ธรรมดา แต่เรื่องให้ภาพรวมเป็นด้านลึกของชายวัยกลางคน กับความไม่มั่นคงและความสูญเสียที่หนักหน่วงทางใจ และความเก่งของนักเขียนก็คือพาคนอ่านให้ค่อยๆ ร่วมรับรู้อารมณ์เช่นนี้ได้โดยไม่รู้ตัวเลย Giles Smith เขียนเรื่องเล่าของแม่ครัวประจำคุก ที่ทำอาหารตามคำขอสุดท้ายให้นักโทษประหาร สมิธเขียนเรื่องนี้ได้น่าประทับใจมาก บอกอารมณ์ที่นิ่งและเศร้าลึกๆ ในนั้นได้ดี เรื่องที่ฉันชอบอีกเรื่องคือเรื่องของ John O'Farrell เขียนถึงนักแสดงละครใบ้คนหนึ่ง เรื่องนี้เป็นเรื่องไม่ขำและยังเย้นหยันในโชคชะตา ถึงแม้ภาพตัวละครจะดูเป็นคนไม่น่ารักและหลงตัวเองอย่างร้าย แต่เราก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเศร้าใจและเข้าใจ เรื่องที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งในเล่ม กลับเป็นเรื่องที่เขียนโดยผู้ที่ไม่ได้เป็นนักเขียนแต่เป็นนักแสดง นั่นคือ Colin Firth ผู้เล่นเป็นมาร์ค ดาร์ซีในหนัง Bridget Jones's Diary เขาเขียนเป็นเรื่องเล่าโดยเด็กชายเฮนรีวัยสิบสองที่ชอบฟังยายเล่าเรื่องนิทานอัศจรรย์ต่างๆ สำหรับเฮนรีแล้ว มีแต่ในเรื่องเล่าของยายเท่านั้นที่เขาจะได้หลุดพ้นจากความจำเจไร้สาระในชีวิตประจำวัน ยายของเขาสุขภาพไม่ดีต้องอยู่แต่ในห้อง ทั้งที่ใจจริงยายก็อยากออกไปข้างนอกอย่างยิ่ง แต่สำหรับเฮนรีแล้ว ห้องของยายและเรื่องเล่าของยายคือที่ๆ ดีที่สุดในโลกมากกว่าที่ไหนๆ เฮนรีจึงเข้ามาหายายอยู่เสมอ เพราะเรื่องเล่าเหล่านั้นไม่มีขอบเขตและกว้างไกลไปมากกว่าโลกข้างนอกใดๆ ที่เขาพบเจอ ยายของเฮนรีเล่าเรื่องของเอ็มมาที่ต้องไปถอนคำสาปให้เรารับรู้ไปด้วย ซึ่งเป็นเรื่องเล่าที่สนุกมากเช่นกัน แต่ยังไม่ทันไร ยายก็ต้องเข้าโรงพยาบาล เฮนรีอยากฟังเรื่องราวนี้ให้จบ ต้องไปติดตามดูว่าเขาจะทำอย่างไร เนื้อเรื่องชวนให้หวนหาวัยเยาว์และความมหัศจรรย์ในเรื่องเล่า ความจับใจในเรื่องอยู่ที่การบรรยายความรู้สึกของเด็กที่มีต่อเรื่องเล่าของยาย และเราก็พลอยสนุกและจินตนาการไปกับนิทานนั้นไปด้วย ตัวเรื่องก็ให้ภาพที่ขนานไประหว่างเรื่องนิทานและตัวเฮนรี ซึ่งในตอนสุดท้าย เฮนรีได้ให้บทจบกับเรื่องเล่าในนิทานได้ดีทีเดียว ไม่ว่าเขาจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม เรื่องสั้นเล่มนี้ ถึงแม้จะไม่ถึงกับเป็นหนังสือที่พลาดไม่ได้ แต่หลายเรื่องในนี้ก็น่าอ่าน และคงอดใจไม่อ่านได้ยาก หากรายชื่อนักเขียนที่ปรากฎมีนักเขียนที่คุณชื่นชอบรวมอยู่ด้วย รายได้จากหนังสือ (หนึ่งปอนด์ต่อเล่มในอังกฤษ และสองดอลลาร์ต่อเล่มในอเมริกา) จะนำไปบริจาคให้โรงเรียนสำหรับเด็กที่เป็นโรค autism ซึ่งหนึ่งในเด็กเหล่านี้คือลูกของนิก ฮอร์นบี แต่เหตุผลที่หนังสือเล่มนี้น่าอ่านไม่ใช่เพราะเรื่องการกุศล ถึงแม้หนังสือเล่มนี้จะออกมาโดยไม่ได้บริจาคเงินให้ที่ไหน คุณค่าของเนื้อเรื่องภายในโดยรวมก็ไม่ได้ทำให้ผิดหวังแต่อย่างใดเลย เกี่ยวกับผู้เขียน Nick Hornby SPEAKING WITH THE ANGEL : Nick Hornby (Editor)
My very educated mother just showed us nine planets. My very educated mother just showed us nine planets. My, Mercury. Very, Venus. Educated, Earth. Mother, Mars. Just, Jupiter. Showed, Saturn. Us, Uranus. Nine, Neptune. Planets, Pluto. All of them, in the right order. It was brilliant. The only problem was the two M's, Mercury and Mars. Mixing them up. Except for that, it was plain sailing. Simple. And that was what I liked about it. All that complicated business straightend and tidied into one sentence. Copyright © 2001 faylicity.com |
|
หยิบมาปัดฝุ่นล่าสุด ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๔๔ |