* home   ชั้นหนังสือ : ชวนไปรู้จัก
คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | บางตอน
 
book THE CLOUDSPOTTER'S GUIDE : Gavin Pretor-Pinney
read by O

Book Cover

แม้จะไม่ได้มีอาชีพเป็นชาวประมงที่มีชีวิตอยู่ในท้องทะเล คนในเมืองสีเทาส่วนใหญ่ชอบฟังวิทยุข่าวพยากรณ์อากาศอันแม่นยำศักดิ์สิทธิ์และน่าเบื่อหน่ายของบีบีซี เหตุที่ว่าเมืองนี้ครึ้มฟ้าครึ้มฝนแดดออกแดดหลับเอาแน่เอานอนไม่ได้ ซึ่งหากมีการสำรวจอัตราการขายร่มในประเทศ เชื่อว่าจะมียอดขายที่สูง เนื่องจากคนที่นี้ใช้ร่มกันเปลือง บางคนปีหนึ่งตะบันใช้ร่มมากกว่าสามสี่คัน

The Cloudspotter's Guide บนชั้นในร้านหนังสือชวนนักชมเมฆอ่อนหัดให้รีบหยิบมาพลิกดูเนื้อหาสาระด้านใน คิดคำนึงว่าถ้าต่อไปนี้ไม่ต้องพึ่งบีบีซีแต่เพียงอย่างเดียว การอ่านเฆฆได้ถูกต้องวงศ์ตระกูลจะเป็นการช่วยให้การดำเนินชีวิตเป็นไปอย่างราบรื่นยิ่งขึ้น เพราะจะได้เรียนรู้ลักษณะการก่อตัวที่ตั้งเค้ารอท่า คาดเดาเวลาฝนพรำจะหนักหนาสาหัสเพียงใด หรือหลีกเลี่ยงมนต์ดำหาทางที่สะดวกกว่า และบางครั้งการอ่านเฆฆได้อาจทำให้เราพ้นภัยทัน

หลังจากอ่านคำนำและคำประกาศตอนต้น คนอ่านจึงไม่รีรอรีบเป็นเจ้าของ The Cloudspotter's Guide หนังสือเล่มนี้เขียนโดยพรีเตอร์-พินนีย์ ประธานสมาคมชมเฆฆ (The Cloud Appreciation Society) ที่ลุกขึ้นมาปกป้องเมฆและให้ความรู้สาระที่เป็นประโยชน์ เขาเห็นว่าหนังสือเกี่ยวกับวิชาอุตุนิยมวิทยามีจำนวนมากแต่อาจจะไม่เหมาะสมกับนักอ่านทั่วไป เขาจึงเขียนหนังสือเล่มนี้โดยหวังว่าจะอ่านง่ายและให้ความเพลิดเพลิน

พรีเตอร์-พินนีย์เล่าว่าในครอบครัวก้อนเมฆมีพี่น้องทั้งหมด 10 ประเภท และยังแบ่งชนชั้นตามระดับความสูงในอากาศ ได้แก่ เมฆ(ใฝ่)ต่ำ เมฆชั้นกลาง และเมฆชั้นสูง ผู้เขียนแสดงภาพประกอบสวยงามและโครงตารางละเอียดลออ ทำให้ง่ายกับการอ่านและทำความเข้าใจในแต่ละบท และที่ต้องชมขณะอ่าน คือรู้สึกทันทีว่าผู้เขียนคงรักก้อนเมฆมาก จึงถ่ายทอดความหลงใหลออกเป็นตัวหนังสือที่อ่านง่าย เต็มไปด้วยอารมณ์ขัน และสนุกอ่านเพลินจริงๆ วิชาการที่นักชมเมฆอ่อนหัดสมองเคยตีบตัน กลับสว่างไสวเลือดฝนพล่านไปทั้งกาย จนต้องคอยโผล่มาดูเมฆนอกหน้าต่างเป็นระยะ เพื่อสังเกตแยกประเภทถูกและดูมันอย่างมีความหมายขึ้น

I am the daughter of Earth and Water,
And the nursling of the Sky:
I pass through the pores of ocean and shores;
I change, but I cannot die. ...

Percy Bysshe Shelly, The Cloud

เมฆเป็นที่ทางสำหรับคนช่างฝัน เมฆคือบทกวี และเมฆน่าจะเป็นสิ่งเดียวที่อยู่กับเราทุกที่ไม่ว่าแห่งหนตำบลใด เด็กน้อยหัดวาดรูปมักจะวาดก้อนเมฆบนขอบกระดาษด้านบนเสมอ เมฆปุยสำลีขาวผ่องลักษณะคล้ายดอกกระหล่ำเป็นเมฆมีชื่อน่ารักว่าคิวมูลัส (Cumulus) ซึ่งมีญาติอยู่อีกสี่หน่อในลักษณะการก่อตัว เช่น ก่อตัวเป็นกระหล่ำทางกว้างมากกว่าทางสูงเป็นน้องสุดท้อง คิวมูลัส ฮิวมิลิส (Cumulus Humilis คำหลังเป็นภาษาละติน รากศัพท์ของคำว่า humble) เป็นต้น ผู้เขียนอธิบายการเกิดของเมฆโดยละเอียดยิ่งกว่าที่เราเคยเรียนตอนเด็กๆ แต่อ่านไปก็สนุกดีเพราะเขาเล่าด้วยอารมณ์ขัน อย่างเช่นภาพประกอบการที่คิวมูลัสก่อตัวเป็นก้อนเมฆขณะที่ผู้เขียนกำลังออกกำลังกายด้วยการวิ่ง แล้วก็มีภาพเหงื่อออกระหว่างการวิ่ง ระเหยกลายเป็นไอน้ำในอากาศ เป็นลำดับไปจนจบลงด้วยภาพสุดท้าย ภาพนักวิ่งมือยันพื้นกำลังหอบแฮ่กๆ ก่อนจะบอกว่าผู้เขียนไม่ชอบวิ่ง แต่เพื่อการสาธิตวิชาการทางวิทยาศาสตร์จึงต้องวาดรูปเช่นนี้

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยสอดแทรกระหว่างเขียนสาระหลัก เป็นสิ่งที่ทำให้นักอ่านจดจำได้ง่าย คนอ่านชอบเรื่องศิลปะที่ผู้เขียนนำเสนอตลอดเล่มเพื่อแสดงว่าเมฆเป็นองค์ประกอบอย่างไรในประวัติศาสตร์โลก เช่นถ้าใครเคยเรียนเทพปกรณัมของกรีก (Greek Mythology) จะทราบดีว่าซุส (Zeus) เป็นเทพผู้ครองฟ้า มีสายฟ้าฟาดเป็นอาวุธ และชอบประดิษฐ์ก้อนเมฆเป็นรูปต่างๆ นานา หลายครั้งที่ซุสสร้างเมฆเป็นรังรัก นำผู้หญิงไปแอบในก้อนเมฆเพื่อหลบสายตาของเฮรา (Hera) ภรรยาหลวงเสมอ ภาพจิตรกรรมของ Correggio ในปี 1531 ที่มีชื่อว่า Jupiter and Io (จูปิเตอร์เป็นชื่อของซุสในโรมัน) พรีเตอร์-พินนีย์บอกแก่เราว่าเป็นภาพที่แสดงศิลปะอนาจารภาพแรกๆ ของโลก หากนึกไม่ออกให้ไปดูที่พิพิธภัณฑ์ลูฟว์ ภาพก้อนเมฆดำถมึนกอดรัดฟัดหวี่ยงกับหญิงสาว สีสันที่จิตรกรระบายเพ่งสะกดจิตกับผู้ที่หลวมตามาชมอยู่ตรงนั้น

การเกิดถนนก้อนเมฆ การทดลองทำฝนเทียม ศึกษาฟ้าผ่า ศึกษาเมฆเพื่อทายปริมาณน้ำฝน และที่น่าสนใจตอนนี้มีคนศึกษารูปทรงของเมฆที่ก่อตัวก่อนเกิดแผ่นดินไหว ทำให้เรารู้อะไรดีดีขึ้นเยอะ คนอ่านเพิ่งรู้ว่าถ้าลอยอยู่กลางทะเล แล้วคิดไม่ออกว่าจะไปทางไหนดี ก็ขอให้สังเกตดูว่าคิวมูลัสลอยสุมหัวอยู่ตรงไหนบ้าง ที่ตรงนั้นย่อมมีผืนแผ่นดินเนื่องจากอุณหภูมิบนบกก่อให้เกิดเมฆมากกว่าพื้นผิวน้ำ และในโลกเรามีเครื่องดนตรีที่สร้างเสียงจากการที่ก้อนเมฆเปลี่ยนรูป พิณเมฆ (Cloud Harp) ถูกติดตั้งตามเมืองใหญ่หกแห่งทั่วโลก ในฤดูร้อนมีคนเอาเต็นท์มากาง นอนฟังเสียงเพลงที่บรรเลงจากเมฆเบื้องบน

ธรรมชาติได้สอนบทเรียนมากมาย ถ้าเรารู้จักและศึกษาธรรมชาติอย่างถ่องแท้ เราคงไม่ทำลายเขาง่ายดายเพียงเพื่อความมั่งคั่งของมนุษย์ หนังสือเล่มนี้ทำให้คนอ่านแหงนมองเมฆอย่างชื่นชม รักสเตรตัส (Stratus) มากขึ้น และถ้าคิวมูโลนิมบัส มาเมื่อไร จะหนีทางไหนถึงจะพอพ้น (Cumulonimbus - นิมบัส ภาษาละตินแปลว่าเมฆฝน หรือใครจะนึกถึงไม้กวาดแสนเร็วของแฮรี่ พอตเตอร์ก็ได้) เฟลิซิตี้ชวนอ่านหนังสือเล่มนี้ครับ

เกี่ยวกับผู้เขียน Gavin Pretor-Pinney เกวิน พรีเตอร์-พินนีย์ ประธานสมาคมชมเมฆ (The Cloud Appreciation Society) ปัจจุบันสลับร่างระหว่างกรุงลอนดอนและซอเมอร์เซ็ท ชวนชมรายละเอียดของเมฆที่เว็บของเขา และเห็นหน้าตางดงามของน้องเมฆในรูปต่างๆ ที่อาจจะไม่เคยเห็นมาก่อนเหนือท้องฟ้าของเรา

The Cloudspotter's Guide : Gavin Pretor-Pinney
ISBN: 0340895896 Sceptre, 320 pages, £12.99

In Britain, unlucky or unhappy people are said to have a 'cloud hanging over them', whereas those with an optimistic demeanour have a 'sunny outlook' Office brainstorms, where no one is allowed to criticise stupid ideas, are described as 'blue-sky thinking.'

Gavin Pretor-Pinney . . . The Cloudspotter's Guide

Copyright © 2006 faylicity.com

คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | บางตอน

หยิบมาปัดฝุ่นล่าสุด  ๑ มิถุนายน ๒๕๔๙