| SPIES : Michael Frayn
read by O |
![]()
Spies เป็นหนังสือที่พูดถึงความเป็นเพื่อนของเด็กสองคนในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่สอง การผจญภัยของพวกเขาในแต่ละวันคือความสนุก เป็นเกมส์สำหรับจินตนาการที่กว้างใหญ่ และแน่นอนที่สุดหากความสนุกนั้นไม่ระวัง มักนำไปสู่เรื่องที่ไม่คาดคิดเสมอ โครงเรื่อง 'สงครามกับความไร้เดียงสา' เป็นโครงเรื่องที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเขียนเป็นประจำโดยเฉพาะในระยะหลัง คงเพราะประเทศแถบนี้เป็นถิ่นกำเนิดของสงครามโลก เรื่องของเด็กส่งผลกระทบต่อจิตใจได้ง่ายและแสดงความโหดร้ายต่อความเป็นจริงได้ดี ไม่ว่าเรื่องนั้นต้องการจะสื่อไปถึงประเด็นใด Atonement ของแม็คอีแวนเป็นตัวอย่างที่นำธีมนี้มาใช้ และเขียนได้สวยงามลึกซึ้งจนหนังสือเป็นที่นิยมขายดีจนถึงบัดนี้ Five Boys ของ Mick Jackson (ผู้เขียน The Underground Man) เล่าเรื่องเด็กที่ถูกอพยพไปอยู่ชนบทตอนช่วงสงครามโลก (รัฐบาลอังกฤษมีนโยบายรับเด็กเชื้อชาติยิวจากประเทศที่โดนบุกรุก รวมถึงย้ายเด็กอังกฤษทั้งหมดที่อยู่ในเมืองไปฝากเลี้ยงไว้กับครอบครัวนอกเมืองเพื่อความปลอดภัยจากการโจมตี) หนังสือเล่มนั้นผู้เขียนตั้งใจจะเล่าอย่างสนุกสนาน ถึงขนาดมีกระดาษแนบมากับหนังสือว่า ถ้าไม่ตลกคนอ่านสามารถคืนหนังสือได้ที่สำนักพิมพ์โดยจะได้รับเงินคืนทุกบาท เรื่องก็สนุกดีเพราะกว่าตัวเอกจะไปรวมกลุ่มอยู่ในแก็งค์ชนบทได้ก็ต้องผ่านการทดสอบอย่างเข้าขั้น แต่มีบางอย่างในหนังสือหดหู่เกินไป ภาพห้องเรียนที่เด็กๆ ต้องหัดใส่หน้ากากกันแกสกลับหัวกลับหางระหว่างเรียน คอยฝึกฟังสัญญาณทางอากาศด้วยใจระทึก บางทีก็ตลกไม่ออก ส่วน The Dark Room ของ Rachel Seiffert เล่าเรื่องเด็กกับสงครามอย่างเข้มข้นใจหาย หนังสือแบ่งออกเป็นสามเรื่องต่อเนื่องในทางเวลา โดยเฉพาะเรื่องที่สองเล่าการหนีของเด็กๆ ครอบครัวชาวยิวที่อยู่ในเยอรมันเอง ถ้าคุณเป็นคนใจอ่อนก็ควรจะพกผ้าเช็ดหน้าขณะอ่าน
ส่วนหนังสือวัยเด็กเล่มนี้เริ่มต้นที่สตีเฟ่นในวัยชรากลับมาเยี่ยมบ้านเกิด ผู้เขียนใช้วิธีเล่าแบบให้สตีเฟ่นผู้ใหญ่มองเห็นตัวเองในวัยเด็ก จากภาพสีเทาเปลี่ยนเป็นมีสีสัน ความทรงจำในหน้าร้อนโผล่ขึ้นมาอย่างมีชีวิต สตีเฟ่นเป็นเด็กหัวอ่อน ช่างฝัน มีเพื่อนสนิทชื่อคีธ หยิ่งยโสจนไม่มีใครอยากเป็นเพื่อนด้วย คีธมาจากครอบครัวที่มีฐานะ พ่อของคีธดุมีวินัย แม่เป็นคนเงียบๆ ชอบอ่านหนังสือ แม้สตีเฟ่นจะชอบไปหาคีธ แต่พ่อกับแม่ของเพื่อนรักก็ไม่เคยมองเห็นเขาอยู่ในสายตา ไม่เคยแม้แต่จะเรียกชื่อ แต่นั่นไม่ได้ทำให้ความเป็นเพื่อนของเด็กทั้งสองกระเจิดกระเจิง ทั้งสองชอบออกไปเที่ยวเตร่ในบริเวณป่า ค้นหาสิ่งต่างๆ เพราะที่นี่มีร่องรอยของสงครามอยู่ทุกหนระแหง มันเคยเป็นสถานที่ทิ้งระเบิดของพวกข้าศึก คีธจะเป็นผู้นำแห่งการผจญภัย โดยสตีเฟ่นเป็นผู้ตาม สองคนนี้มีที่ซ่อนอยู่ในโพรงไม้แห่งหนึ่ง ซึ่งทำให้พวกเขามองเห็นความเป็นไปของคนในหมู่บ้าน จนกระทั่งวันหนึ่งมีตำรวจมาหาแม่ที่บ้าน คีธเลยบอกกับสตีเฟ่นว่า แม่ของเขาเป็นสายลับของเยอรมัน
ปฎิบัติการสายลับซ้อนสายลับอีกทีจึงเริ่มขึ้น เด็กทั้งสองเฝ้าดูพฤติกรรมของผู้เป็นแม่ ซึ่งเต็มไปด้วยความน่าสงสัย เริ่มจากแม่ชอบเขียนจดหมายมากแต่ไม่รู้ว่าส่งถึงใคร ทุกวันแม่จะต้องไปส่งที่ตู้จดหมายและแวะหาป้าซึ่งอยู่ใกล้กันนั่นเอง คีธพาสตีเฟ่นไปค้นห้องเขียนหนังสือ แอบอ่านบันทึกของแม่ แล้วก็ทำบันทึกการสืบสวนลงในสมุดเป็นเวลา จนพวกเขาเจอบันทึกตัว x ที่แม่กาไว้เดือนละครั้งในคืนเดือนมืด เด็กๆ ก็จินตนาการว่า x นี่คือทหารเยอรมันที่แม่แอบไปบอกข่าว เฟรยน์เล่าเรื่องได้ดีเขาเขียนได้น่าติดตามและตื่นเต้นขึ้นเรื่อยๆ เขาจะไม่เอาความคิดของผู้ใหญ่ลงไปแทรก แม้แต่สตีเฟ่นผู้ใหญ่ที่เป็นคนเล่าเรื่องสตีเฟ่นตอนเด็ก เขาก็จะปล่อยให้เด็กเป็นคนเล่าความรู้สึกในแง่มุมที่บริสุทธิ์และน่ารัก เราไม่รู้แม้แต่อายุของเด็กน้อยทั้งสองนี้จนกระทั่งตอนจบ แต่การติดตามของสายลับเข้มข้นขึ้นจนเริ่มเครียด เมื่อมีวันหนึ่งแม่เดินออกมาจากบ้านป้าแล้วหายไป แล้วอีกสักพักแม่ก็เดินออกมาจากบ้านป้าใหม่ การติดตามอย่างไม่ลดละจึงนำไปสู่ความหายนะเมื่อพวกเขาล่วงรู้ความลับที่มากขึ้นทุกที
หนังสือเล่มนี้มีข้อด้อยอยู่ประการหนึ่งคือการเปิดเผยข้อมูลของสตีเฟ่นในตอนจบ เพราะไม่มีความจำเป็น กับการขึ้นต้นด้วยตัวละครเยอะมากในหมู่บ้านแต่ไม่ทำให้เราจำได้ว่าบ้านใครอยู่ไหน ทางที่ดีควรจะมีแผนที่ประกอบเนื่องจากคนอ่านก็อยากทราบเหมือนกันว่าถ้ำลึกลับที่ว่านั้นอยู่ตรงไหน Spies ได้เข้ารอบหนังสือยี่สิบเล่มของรางวัลบุ๊กเกอร์ในปีนี้ แต่จะไปถึงฝั่งหรือไม่ต้องลุ้นกันต่อไป...
เกี่ยวกับผู้เขียน Michael Frayn Spies : Michael Frayn
นักสืบ ไมเคิล เฟรยน์ นันทวัน เติมแสงสิริศักดิ์ บลิส ๒๕๕๑
Copyright © 2002 faylicity.com |
|
หยิบมาปัดฝุ่นล่าสุด ๑ กันยายน ๒๕๔๕ |