แมรี โรช ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้บอกว่าความตายไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องน่าเบื่อเสมอไป หนังสือ Stiff บอกเรื่องน่าสนใจของศพมนุษย์ เช่นว่าหลังความตาย ร่างกายเรามีประโยชน์ต่อความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ได้อย่างไร เนื้อหาของหนังสือเล่มนี้น่าจะออกไปในแนวมืดมน แต่ความสามารถของผู้เขียนทำให้เรื่องเล่าของศพเล่มนี้น่าสนใจและอ่านสนุกมาก แม้คำว่าสนุกไม่น่าจะเป็นคำที่ใช้ได้กับเนื้อหาในเล่มเลยก็ตาม
หนังสือเปิดเรื่องด้วยการฝึกหัดศัลยกรรมกับศีรษะศพ 40 ศีรษะ ผู้เขียนชักชวนให้ผู้อ่านสัมผัสกับโลกของการผ่าตัดศพ ก่อนจะเล่าย้อนไปยังยุคอดีตที่ไม่มีใครบริจาคร่างกายให้นักศึกษาแพทย์ชำแหละ (ด้วยเพราะคนโบราณยังเชื่อในศาสนาเรื่องการฟื้นคืนชีวิตหลังความตาย) ศพที่ใช้ในการผ่าจึงเป็นศพของฆาตกรที่ถูกประหาร แต่ความขาดแคลนทำให้เกิดการขโมยศพจากสุสาน โดยทำเป็นขบวนการในฤดูกาลศึกษา ความขาดแคลนนี้เห็นได้จากนักศึกษาแพทย์สกอตแลนด์ในศตวรรษที่สิบแปด ที่จ่ายค่าเล่าเรียนเป็นศพได้แทนเงิน
จากนั้นเป็นเรื่องของความเน่าเปื่อย ผู้เขียนได้ชมป่าหลังศูนย์การแพทย์แห่งมหาวิทยาลัยเทนเนสซีที่เป็น "ฟาร์มศพ" สำหรับการศึกษาทางนิติเวชเรื่องการเน่าเปื่อยของศพ เพื่อการคำนวณเวลาการตายที่แม่นยำ นักวิจัยที่ศูนย์แห่งนี้จึงทำทุกวิถีทางที่ฆาตกรพึงกระทำ ทั้งการทิ้งศพไว้กลางแจ้ง ในร่ม ฝังไว้ตื้นๆ โบกปูน ทิ้งไว้ท้ายรถ ลงบ่อน้ำ หรือห่อด้วยพลาสติก เนื้อหาในบทนี้จะทำให้เราเข้าใจแจ่มแจ้งถึงการเน่าเปื่อยผุพังของร่างกายเรา
เทคโนโลยีการดองศพปัจจุบันทำให้เรารักษาสภาพร่างกายได้ ผู้เขียนพาเราไปรู้จักกระบวนการนี้ และหลังจากนั้น เราก็ได้รู้การใช้ศพในการทดสอบการชนของรถยนต์ (เพื่อการสร้างรถที่ปลอดภัยมากขึ้น) การตรวจสอบศพเพื่อหาสาเหตุเครื่องบินตก การใช้ศพในการทดสอบการตรึงกางเขนเพื่อพิสูจน์ผ้าห่อพระศพแห่งตูริน ที่มีผู้เชื่อว่าอาจเป็นผ้าห่อพระศพของพระเยซูเจ้า เราได้รู้คำจำกัดความของความตาย ที่นิยามว่าเราตายเมื่อสมองตาย แม้ว่าหัวใจจะยังเต้น และความแปลกประหลาดรูปแบบต่างๆ เช่นการผ่าตัดเปลี่ยนศีรษะมนุษย์ หรือยาที่ใช้เครื่องปรุงเป็นชิ้นส่วนซากมนุษย์
บทที่น่าสนใจอีกบทหนึ่งคือเรื่องการจัดการร่างกายหลังความตาย วิถีทางใหม่ที่นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเสนอ คือการคืนชีวิตสู่ผืนดิน กรรมวิธีคือการการหย่อนศพลงในไนโตรเจนเหลวเพื่อแช่แข็งศพ แล้วใช้คลื่นอุลตราซาวนด์เพื่อแตกร่างกายเป็นชิ้นเล็กๆ* หลังจากนั้นก็ผ่านการอบแห้ง แล้วนำไปเป็นดินหมักปลูกต้นไม้ประจำตัว ที่อาจจะอยู่ในโบสถ์หรือสวนหลังบ้าน กรรมวิธีนี้เป็นการคืนดินสู่ดิน ให้โอกาสความตายในการสร้างชีวิตใหม่ อีกทั้งวิธีนี้มีราคาถูกกว่าการเผาหรือฝัง การเผาสร้างปัญหาให้สิ่งแวดล้อมจากการเผาไหม้ของปรอทในที่อุดฟัน ส่วนการฝังก็เป็นการสิ้นเปลืองผืนดินที่มีค่า อุปกรณ์สำหรับทางเลือกนี้คาดว่าจะเสร็จในสวีเดนภายในปีนี้ (* เราต้องทำให้ร่างกายแตกละเอียดเป็นชิ้นๆ เพราะตามคำของ Wiigh-Masak ผู้ก่อตั้งบริษัท บอกว่า "ร่างกายต้องไม่เหลือเป็นชิ้นให้จดจำได้ขณะที่ทำเป็นดิน... จะต้องเป็นชิ้นเล็กๆ ลองนึกดูว่าครอบครัวกำลังนั่งที่โต๊ะอาหาร แล้วมีคนบอกว่า 'สเวนจ๊ะ ถึงตาเธอออกไปพลิกแม่แล้ว'")
โรชเล่าเรื่องได้น่าสนใจมาก เรื่องของศพมักเป็นเรื่องที่เราไม่คิดมาก่อน ผู้เขียนหาข้อมูลมากมายและคัดเลือกแต่ข้อมูลที่น่าสนใจมาเล่าให้เราฟัง ด้วยความกระชับและสนุกสนาน เธอมีอารมณ์ขันมืดๆ ที่ทำให้การอ่านบันเทิงอย่างยิ่ง เธอเคยเขียนบทความในซาลอน ซึ่งเธอเล่าแบบจับใจความตอนหนึ่งว่า "เหตุผลของฉันในการเป็นผู้บริจาคร่างกายนั้นไม่ค่อยดีเท่าใดนัก เหตุผลของฉันมีส่วนสำคัญอยู่ที่บัตรผู้บริจาคของธนาคารสมองฮาร์วาร์ดที่พกติดกระเป๋าสตางค์ ซึ่งจะอำนวยให้ฉันพูดได้ว่า "ฉันจะเข้าฮาร์วาร์ด" โดยไม่เป็นการโกหก เราไม่จำเป็นต้องใช้สมองในการเข้าธนาคารสมองของฮาร์วาร์ด เราแค่มีสมองก็พอ"
ทั้งนี้ ในอารมณ์ขันของผู้เล่าก็ยังมีความเคารพต่อความตาย ผู้เขียนบรรยายด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย ใช้คำเปรียบเทียบกับสิ่งที่เราคุ้นเคยให้เราเห็นภาพได้กระจ่าง (อย่างน่าสยอง) โรชช่างสังเกตและมีความอยากรู้อยากเห็นเป็นทุน ทำให้เธอช่างเล่าเรื่องประดามี ที่หากไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาหลัก เธอก็จะแทรกไว้ในเชิงอรรถเป็นระยะๆ แม้ว่าผู้อ่านมักจะมองข้ามเชิงอรรถในหนังสือส่วนใหญ่ แต่เชิงอรรถในหนังสือเล่มนี้ไม่ควรพลาดด้วยประการใดๆ ตัวอย่างเช่น
ดังจะยกมาจากการวิจัยเรื่องหนึ่งจากการประชุมสแตปป์ในการชนของรถยนต์ หัวข้อ "ผู้เดินเท้าไม่ได้ถูก 'รถทับ' แต่ 'ทับรถ'" สิ่งที่มักจะเกิดขึ้นก็คือ กันชนจะชนน่องและกระโปรงหน้าจะชนสะโพก ทำให้กระแทกขาจากข้างล่างให้ม้วนขึ้นมาอยู่เหนือหัว ผู้เดินเท้าที่ตีลังกานี้จะหยุดด้วยศีรษะหรืออกที่กระโปรงหน้าหรือกระจกหน้า และขึ้นอยู่กับความเร็วของการกระแทก ผู้เดินเท้าอาจตีลังกาต่อไป ขาชี้ฟ้าอีกครั้ง และหยุดราบที่หลังคารถ จากนั้นจะเลื่อนตกลงไปที่ทางเท้า หรือผู้นั้นอาจจะยังคงอยู่ที่กระโปรงรถด้วยศีรษะกระแทกผ่านกระจกหน้า ซึ่งเป็นตอนที่ผู้ขับขี่จะเรียกรถพยาบาล เว้นเสียแต่ว่าผู้ขับจะเป็นคนอย่างผู้ช่วยพยาบาลแห่งฟอร์ตเวิร์ธที่ชื่อ ชานเต มัลลาร์ด ซึ่งเธอได้ขับรถต่อไปจนกลับถึงบ้าน คำอ้างบอกว่าเธอได้ทิ้งรถกับเหยื่อที่ทะลุผ่านกระจกหน้าไว้ในโรงรถ จนกระทั่งเหยื่อเสียเลือดจนตาย เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในเดือนตุลาคม ปี 2001 มัลลาร์ดถูกจับและตั้งข้อหาฆาตกรรม
ความช่างรู้ของโรชทำให้เธอไปดูกรรมวิธีการต่างๆ ด้วยตนเอง ดังนั้นสิ่งที่เธอเล่าในหนังสือจึงเป็นเรื่องที่เธอเห็นด้วยตา อีกทั้งเธอยังถามแทนเราในสิ่งที่เราอาจจะอยากรู้แต่ไม่เคยคิดจะถาม หนังสือเล่มนี้จึงเป็นหนังสือวิทยาศาสตร์ที่เล่าเรื่องได้สนุกและน่าสนใจจนวางลงได้ยาก
ผู้อ่านคนนี้วางไม่ลงจนนำหนังสือติดตัวไปอ่านบนเครื่องบินข้ามมหาสมุทรแปซิฟิก แม้การอ่านจะสนุกมาก แต่ไม่แนะนำให้อ่านบนเครื่องบิน เพราะบทเรื่องการชันสูตรศพเพื่อหาสาเหตุเครื่อง TWA 800 ตก จะอ่านได้รสชาติเร้าใจเกินกว่าเหตุ
หนังสือเล่มนี้พูดถึงศพเพื่อให้ทราบถึงสิ่งที่เราต้องเผชิญ การบริจาคร่างกายอาจจะเป็นเรื่องเกินทำใจ เมื่อคิดถึงการต้องถูกผ่าชำแหละ แต่ถึงที่สุดแล้ว ผู้เขียนบอกเราว่าสภาพเช่นนั้นมิได้น่าสยดสยองไปกว่าการเน่าเปื่อย หรือการถูกเผาเลย เธอบอกว่านับเป็นเรื่องน่าแปลกใจและน่าเศร้าใจยิ่ง ที่คน 80,000 คนในรายชื่อรอบริจาคหัวใจ ตับ หรือไต ต้องเสียชีวิตไปวันละ 16 ราย เพราะครอบครัวของผู้บริจาคปฏิเสธ และเลือกจะเผาอวัยวะเหล่านั้นทิ้งหรือปล่อยให้เน่าเสียไป เรื่องของความตายผูกพันกับความรู้สึกเศร้าโศกเสมอมา แต่หนังสือเล่มนี้จะทำให้เราได้เห็นความตายในความหมายใหม่ ว่าอาจต่อชีวิตและอำนวยประโยชน์กับวิทยาศาสตร์ได้เหลือคณา
เกี่ยวกับผู้เขียน Mary Roach แมรี โรช เป็นนักเขียนอเมริกัน มีงานเขียนใน ซาลอน เอาต์ไซด์ จีคิว ดิสคอเวอร์ โว้ก และ นิวยอร์กไทมส์ เขียนบทความ "ดาวเคราะห์ของฉัน" ลงประจำใน รีดเดอร์ไดเจสต์ ปัจจุบันพักที่ซานฟรานซิสโก
STIFF : Mary Roach
ISBN 0-393-05093-9 W.W.Norton 303 pages, $23.95 (2003) Hardcover
Stiff เรื่องลับที่ไม่รู้ของ "ศพ" : Mary Roach แปลโดย สุกิจ และ วิรงรอง ตรีไตรลักษณะ
ISBN 978-6167502083 Core Function 240 หน้า 257 บาท พ.ศ. 2555
Copyright © 2003 faylicity.com
I find the dead easier to be around than the dying. They are not in pain, not afraid of death. There are no awkward silences and conversations that dance around the obvious. They aren't scary.
Mary Roach
|