* home   ชั้นหนังสือ : ชวนไปรู้จัก
คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | บางตอน
 
book ดวงตาที่สาม : แดนอรัญ แสงทอง

Book
"เพราะความรักที่แท้จริงน่ะมันจะมองทะลุรูปโฉมภายนอกเข้าไปจนเห็นรูปโฉมภายใน"

ดวงตาที่สามในเล่มเกี่ยวข้องกับความรัก สาวสวยสายตาพิการผู้เพิ่งเข้ารับการผ่าตัดให้มองเห็นได้ กำลังคิดนึกตรึกตรองถึงเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น เมื่อชายคนรักผู้สนับสนุนค่าใช้จ่ายการรักษาดวงตาจะปรากฏตัวให้เห็นเป็นครั้งแรก เขามีเงื่อนไขว่าหญิงสาวต้องตัดสินใจแต่งงานกับเขาหรือไม่ภายในหนึ่งนาที

เธอควรตอบอย่างไรเล่า หากเขาหล่อล้ำอาจไม่ต้องคิดมาก แต่เกิดเขาอัปลักษณ์จนศัลยกรรมแผนใหม่ยังไม่อาจเยียวยาขึ้นมา เธอจะยินยอมตกร่องปล่องชิ้นด้วยหรือไม่ นิยายเรื่องนี้ถามว่าสิ่งที่ทรงคุณค่าที่สุดคือรูปลักษณ์ภายนอกหรือเนื้อแท้ภายใน

อ่านแรกๆ ก็ขำมากเสียแล้ว ด้วยผู้เขียนเสียดสีนิยายพาฝันบ้านเราอย่างยิ่ง ตั้งแต่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงได้ยาก กระทั่งถึงชื่อและที่มาของตัวละครต่างๆ การบรรยายตัวละครเอกเน้นรูปกายภายนอก นางเอกของเรามีภาพฝันถึงพระเอกว่าเขาน่าจะสูงโปร่ง รูปงาม เท่ "นุ่งกางเกงผ้าลินินสีไข่ไก่รีดเรียบ ใส่เสื้อยืดสีขาวแขนยาว มีเสื้อสเวตเตอร์สีเทาอ่อนคลุมไหล่หรือผูกสะเอวอยู่ตัวหนึ่ง ใส่รองเท้าหนังนุ่มๆ และถุงเท้าสีขาวนุ่มๆ" (ยังดีว่าอยู่ประเทศไทย หากเป็นฉากต่างประเทศ คาดว่าต้องแต่งกายด้วยชุดฤดูหนาวอันอลังการกว่านี้)

แม้นางเอกจะตาบอด แต่เธอมี "ดวงตาอันดำใหญ่หวานซึ้ง" "แพขนตาอันดำขลับ ยาวและงอนเช้ง" สัดส่วน 36-23-36 ปลายถันเป็นสีชมพู "ในพจนานุกรมนั้นศัพท์คำว่า 'อรชร' ไม่จำเป็นต้องมีคำอธิบาย เพียงแต่เอารูปช่วงเอวของคุณไปลงพิมพ์ไว้เท่านั้นก็พอ" หนังสือบรรยายกระทั่งว่า "โยนีอันลาวัณย์" ของนางเอกนั้นเหมือน "กุหลาบที่กำลังแย้มกลีบบาน"

หากตัวเอกไม่มีชาติตระกูลดีแล้ว ก็ต้องได้รับการอบรมเติบโตมากับผู้ดี ดังนั้นแม้นางเอกจะกำพร้า แต่เติบโตเรียนรู้ในโรงเรียนสำหรับเด็กหญิงตาพิการ ซึ่งคุณแม่เจ้าของโรงเรียนมุ่งหมายว่า "แม่ตั้งใจจะให้พวกเธอรักและธำรงไว้ซึ่งความเป็นกุลสตรีไทย กุลสตรีไทยกำลังจะสูญพันธุ์" นางเอกจึงได้เรียนรู้ทักษะต่างๆ สำหรับกุลสตรีไทยครบถ้วน

อ่านไปไม่ทันไรต้องให้หัวเราะหึหะ จากบทตอนตลกเสียดสีน่ารักๆ ในหนังสือ ไม่นึกเลยว่าผู้เขียนจะตลกหรรษาได้ถึงขนาดนี้ เรื่องนี้เป็นเรื่องฮาแตกที่สุดของแดนอรัญ แสงทอง เท่าที่เคยอ่านมา

คุณเชวง คัสตาวัสนั้นก็เป็นผู้ปลูกว่านช้างประสมโขลง ต้นกำลังวัวเถลิง และต้นไม้เท้าเฒ่าอาลิไว้เป็นจำนวนมาก ซึ่งทำให้เขาเชื่อดีในตนเอง ถึงกับแสดงความสมเพชต่อความสำเร็จในการค้นพบไวอากร้าของพวกเภสัชกรในโลกตะวันตก

อ่านแรกๆ อาจรู้สึกว่าหนังสือจงใจเสียดสีนิยายพาฝันเพียงอย่างเดียว แต่แล้วหนังสือกลับผูกใจคนอ่านกับตัวละครต่างๆ ได้จริง เราเห็นความรักความผูกพันที่เกิดขึ้นจริง ความรักนี้ไม่ได้มาจากลักษณะภายนอก ไม่ใช่เพราะฐานะ แต่ด้วยการกระทำของพวกเขา ใครที่รักการอ่านมากๆ จะต้องแพ้ทางหนังสือเล่มนี้ เนื่องจากเล่าถึงการอ่านและหนังสือได้น่ารักใคร่ที่สุดเรื่องหนึ่ง คุณอาจต้องหัวใจละลายเมื่อเนื้อเรื่องกล่าวถึงหนังสือเช่น เพชรพระอุมา, เรื่องของอุษณา เพลิงธรรม และนายรำคาญ

เนื้อเรื่องที่ออกแนวเสียดสีจัด กลับกลายเป็นเรื่องรักที่อ่อนหวานซาบซึ้งอย่างยิ่ง

เขาทำหน้าที่เป็นนัยน์ตาให้หล่อนมาตั้งสิบเอ็ด-สิบสองปีเต็ม ตั้งแต่เขาและหล่อนสมัครสมานคุ้นเคยกันใหม่ๆ โน่น เป็นนัยน์ตาที่เริงรื่นชื่นบาน ซุกซนและขันเขดีเสียด้วยจนอติวาสน์คุ้นเคยกับการมองโลกผ่านนัยน์ตาของเขา

อยากชวนให้อ่านหนังสือดีเล่มนี้อย่างยิ่ง ความรักและความผูกพันในเรื่องนี้น่ารักจริงๆ ใครที่รักการอ่านจะต้องรักตัวละครในเรื่องนี้ (คนรักเพชรพระอุมาจะพลาดไม่ได้เป็นอันขาด) นอกจากความอ่อนหวานแล้วยังมีอารมณ์ขันมากๆ อ่านเพลินใจเป็นที่สุด ผู้เขียนใช้ภาษาดี ถ้อยคำของเขาไพเราะและเล่าเรื่องได้น่าติดตาม และต้องชมด้วยว่าปกหนังสือที่ออกแบบให้เข้าชุดกับของสำนักพิมพ์สามัญชนจัดทำได้งดงามยิ่ง

กล่าวเช่นเดียวกับเนื้อความตอนหนึ่งได้ว่า สิ่งที่แดนอรัญ แสงทอง ได้มอบให้แก่คนอ่านนั้น คือความบันเทิงบริสุทธิ์โดยแท้

หมายเหตุ : คนอ่านต้องมนต์ขลังและอยากสืบรู้เรื่อง แพล็นท์ เดอะ วอเทอร์เมลั่น ออน มาย เกรฟ แอนด์ เล็ท เดอะ จูซ โซค ทรู อย่างยิ่ง จนกระทั่งได้พบ เนื้อเพลงและโน้ตเพลง (กดที่ลิงก์ Next Image ทางขวามือไปเรื่อยๆ จะมีโน้ตเพลงให้ กดที่รูปจะได้รูปขยาย) เพลงนี้ติดอันดับยอดฮิตในปี 1910 มีเนื้อหาน่ารักไม่เบา

บทความที่เกี่ยวข้อง : ตีรทัสสี ชายผู้เป็นดวงตา


เกี่ยวกับผู้เขียน แดนอรัญ แสงทอง

ดวงตาที่สาม : แดนอรัญ แสงทอง
ISBN 974-9748-24-7 แมวคราว 88 หน้า ราคา 75 บาท ปกอ่อน ปีที่พิมพ์ ๒๕๔๙

Copyright © 2006 faylicity.com

ในโลกอันอ้างว้างและมืดมนของหล่อนนั้น เขาเป็นยามอุษาสาง
-- แดนอรัญ แสงทอง ดวงตาที่สาม
คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | บางตอน

หยิบมาปัดฝุ่นล่าสุด  ๑๖ สิงหาคม ๒๕๔๙