| THE TRIAL : Franz Kafka
read by SleepyO |
|
พูดถึงฟรานซ์ คาฟก้า หลายคนอาจจะนึกถึงหนังสือเรื่อง Metamorphosis ที่คาฟก้าเล่าถึงชายคนหนึ่งที่วันหนึ่งตื่นนอนขึ้นมาแล้วพบว่าตัวเองกลายร่างเป็นแมลง โดยในช่วงแรกของเรื่อง ตัวละครยังนึกถึงแต่เรื่องกิจวัตรประจำวัน เช่นจะลุกจากเตียงและเดินอย่างไรด้วยขามากมายแบบนี้ จะไปทำงานทันไหม แต่หลังจากนั้นไม่นาน สัญชาตญาณและธรรมชาติของเขาก็เริ่มเปลี่ยนรูปแบบไปเป็นแมลงโดยสมบูรณ์ ทั้งวิธีดมกลิ่น การอยากลิ้มรสชาติอาหารที่เหม็นเน่า และภาษาพูดอู้อี้แบบแมลง จนคนในครอบครัวของเขาเริ่มตื่นตระหนก ไม่มีใครเข้าใจและอยากดูแล เขาจึงถูกจับให้หมกตัวอยู่แต่ในห้อง มีเพียงน้องสาวเท่านั้นที่คอยนำอาหารไปให้เช้าเย็น หลังจากนั้นจะเกิดอะไรขึ้นต้องตามอ่านกันเอง หนังสือเล่มนั้นแสดงภาพของคนที่จิตใจถูกกักขังทั้งภายในและภายนอก สะท้อนความแปลกแยกในสังคมได้อย่างน่าทึ่งและน่าอึดอัดที่สุด น่าอึดอัดเพราะเป็นตลกร้ายที่ชวนหดหู่ ทั้งวิธีการเขียนที่ไร้ช่องไฟและวิธีคิดของตัวละคร แต่นี้คืออัจฉริยะภาพของความเป็นคาฟก้าเมื่อต้นศตวรรษ นามของเขากลายเป็นคำคุณศัพท์ (Kafkaesque)และมีอิทธิพลต่อนักเขียนรุ่นหลังจำนวนมาก มิลาน คุนเดราพูดถึงคาฟก้า ว่าเขาเป็นนักเขียนคนแรกที่เปลี่ยนแปลงรูปแบบการเขียนของนวนิยายโดยสิ้นเชิง ด้วยการแตกกฎการเขียนที่เคยมีมาทุกข้อ ในขณะที่การ์เบรียล มาร์เซีย มาร์เกวซ ก็กล่าวถึงคาฟก้าว่า " It was Kafka who showed me that's it's possible to write another way." The Trial เป็นหนังสือเล่มแรกๆอีกเล่มหนึ่งที่มักจะถูกนำไปกล่าวถึงในทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับ Magic Realism หนังสือเล่มนี้เล่าถึงชายคนหนึ่งนามว่าโจเซฟ เค (Joseph K.) เช้าวันหนึ่งขณะที่เพิ่งตื่น เขาพบว่ามีคนอยู่ในห้องนอนของเขาเต็มไปหมด เขาได้รับการบอกกล่าวว่าเขาถูกจับกุม ได้กระทำความผิดร้ายแรงอย่างหนึ่งโดยที่โจเซฟก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองทำอะไรผิด ผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดที่มาแจ้งคดี ไม่ว่าจะผู้คุม ผู้ตรวจสอบ ผู้ร่วมงาน(คนที่ทำงานในธนาคารที่เดียวกันกับโจเซฟ)ก็ไม่สามารถตอบคำถามโจเซฟได้ ทุกคนเป็นเพียงผู้นำสารมาบอกกล่าว ตัวละครทุกตัวในเรื่องนี้ต่างก็ทำตามหน้าที่ แต่ที่น่าสนุกไปกว่านั้นก็คือ หลังจากการจับกุมด้วยการบอกปากเปล่านี้ ผู้ตรวจสอบยังบอกว่าเขาสามารถไปทำงานได้ตามปกติ ถัดจากนั้นอาทิตย์ต่อมาก็มีโทรศัพท์บอกว่าให้เขาไปขึ้นศาล โจเซฟต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับกลไกทางกฎหมาย ทั้งกับทนาย กับผู้พิพากษา จำเลย โจทย์ และอีกด้านหนึ่งคาฟก้าก็บรรยายถึงการใช้ชีวิตของโจเซฟ ในเรื่องครอบครัว ลุงของเขา หญิงเจ้าชู้ หญิงข้างห้อง รวมไปถึงเรื่องการงาน ผู้ช่วยผู้จัดการ ลูกค้า เป็นขบวนการที่คาฟก้าถ่ายทอดได้อย่างชวนหัวมาก แต่หนังสือเล่มนี้ก็ต้องบอกตรงๆว่าอ่านยาก อ่านแล้วชวนอึดอัดกับสังคมที่เป็นขบวนการ กับโจเซฟที่มีแต่ความแตกแยกในตัว คาฟก้าเก่งมาก เพราะเขาถนัดที่จะไม่บอกอะไรกับคนอ่านเลย เขาไม่อธิบายส่วนควรบอกของตัวละคร จนบางครั้งรู้สึกมึนพอๆกับโจเซฟเจ้าของเรื่องเอง โจเซฟอึดอัดกับบรรยากาศคดีความอย่างไร เราก็หดหู่ไปกับการไร้ช่องไฟในตัวอักษรและเรื่องราวในหนังสือเท่านั้น ผมทนอ่านไปถึงเชิงอรรถในหน้าสุดท้ายจนจบด้วยความอยากรู้ แล้วรู้สึกติดใจอะไรอย่างหนึ่ง คือเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมหนังสือเล่มนี้ถึงอ่านยากนักและดูไม่ปะติดปะต่อ บทด้านหลังเล่าว่า หนังสือเล่มนี้ถูกเขียนขึ้นเป็นบทๆ และมีส่วนที่เรียกว่า fragment กระจัดกระจายรวมอยู่ในต้นฉบับทั้งหมด ฟรานซ์ คาฟก้า เริ่มเขียนหนังสือชุดนี้เมื่อปี 1914 เขียนเรื่อยมาจนเสียชีวิตลงเมื่อปี 1924 โดยทุกบทมีชื่อกำกับไว้ที่ตอนต้น มีทั้งบันทึกการเขียน เชิงอรรถการตัดประโยคทิ้งของนักเขียนเอง แต่ทั้งหมดนี้ไม่มีการเรียงเรื่องเป็นตัวหนังสือแต่อย่างไร ไม่มีแม้กระทั่งชื่อเรื่อง หนังสือเล่มนี้ได้รับการตีพิมพ์หลังจากที่เขาเสียชีวิตไปหนึ่งปี คือเมื่อปี 1925 ผู้นำออกพิมพ์คือ Max Brod เพื่อนรักเพื่อนสนิทของคาฟก้า ที่น่าสนใจก็คือ ในบทแถลงของผู้จัดพิมพ์มีเรื่องเล่าของคาฟก้าที่บอกว่าหนังสือเล่มนี้เป็นนวนิยายที่เขียนไม่จบ และมีจดหมายของคาฟก้าที่อ่านแล้วรู้สึกสลดใจ เพราะความปรารถนาของผู้เขียนคือให้เผาหนังสือทั้งหมดที่ยังไม่ได้ตีพิมพ์และไม่ให้มีการอ่านใดใดทั้งนั้น ถึงแม้จะมีคำชี้แจงจากแม็กซ์ว่าทำไมหนังสือจึงถูกพิมพ์ แต่ผมเริ่มรู้สึกว่าหนังสือเล่มนี้ถูกตีความไปเองโดยผู้พิมพ์ เพราะเขานำเรื่องมาปะติดต่อเอง เรียงใหม่ แล้วบอกด้วยว่าชื่อ The Trial นี้คาฟก้าเคยเรียกไว้ในวงสนทนา ในเหตุผลที่ชี้แจงจากการตีพิมพ์ครั้งที่สองหรือสาม เมื่อปี 1935, 1946 ก็เป็นการสลับที่บทใหม่เพราะมีการแย้งมาจากนักวิชาการจำนวนมาก ข้างล่างนี้เป็นจดหมายของคาฟก้าที่เป็นเหมือนพินัยกรรมเรื่องงานเขียนของเขา
หลังจากเห็นจดหมายฉบับนี้ นึกถึงหนังสือของมิลาน คุนเดราเรื่อง Testaments Betrayed (ที่มีการอ้างถึง Kafka ตลอดเล่ม) เข้าใจแล้วว่าทำไมคุนเดราได้ปกป้องงานของคาฟก้า ทั้งสับทั้งเหน็บและกล่าวหาแม็กซ์ บรอด์ว่าทรยศต่อคาฟก้า คุนเดราบอกว่าแม็กซ์เป็นนักตีความชั้นยอด อย่างไรก็ตาม ถ้าไม่ได้เพื่อนแบบแม็กซ์ป่านนี้คงไม่มีใครรู้จักคาฟก้ามากเท่าทุกวันนี้.... หมายเหตุการอ่าน: บทชวนอ่านคัดมาจากบางส่วนของบทที่หก You're Not in Your Own House Here, My Dear Fellow ในหนังสือ Testaments Betrayed:An Essay in Nine Parts ของมิลาน คุนเดรา เกี่ยวกับผู้เขียน Franz Kafka (1883-1924) เกิดที่กรุงปราก โบฮีเมีย ในวันที่ 3 กรกฎาคม 1883 เติบโตมาจากตระกูลชนชั้นกลางชาวยิว เข้าร่ำเรียนหนังสือในโรงเรียนมัธยมเยอรมันซึ่งตั้งอยู่ในกรุงปราก หลังจากนั้นศึกษาต่อจนจนจบปริญญาตรีด้านนิติศาสตร์ในปี 1906 เข้าทำงานที่สถาบัน Workers' Accident Insurance institution จนปี1917 คาฟก้าป่วยเป็นวัณโรค และหลังจากนั้นก็ใช้ขีวิตพักผ่อนจนปี 1924 เขาจึงเสียชีวิตลง มีผลงานดังนี้ Meditation 1913, The Judgment 1913, The Metamorphosis 1915, Penal Colony 1919 เป็นต้น ส่วนผลงานสามเล่มที่เป็นวรรณกรรมตีพิมพ์โดยแมกซ์ บรอด หลังจากเขาเสียชีวิตคือ The Trial (1925) The Castle (1926) และ Amerika (1927) และแมกซ์ยังถิอสิทธิ์พิมพ์ งานของคาฟก้าที่เขาคัดเลือกเอง เช่น Diaries and Letters (1937) The Dramatizations of The Castle (1953) and Amerika (1957) หนังสือของคาฟก้าที่คุนเดรากล่าวหาแม็กซ์ว่าตั้งตนเป็นนักตีตวามชั้นเยี่ยม คือสี่เล่มต่อไปนี้ Franz Kafka: A Biography (1937) The Faith and Teachings of Franz Kafka (1946) Franz Kafka, He Who Shows the Way (1951) Despair and Salvation in the Work of Franz Kafka (1959) คุนเดราใช้คำว่า "Max Brod created the image of Kafka and that of his work; he created Kafkology at the same time." THE TRIAL: Franz Kafka
Copyright © 2001 faylicity.com |
|
หยิบมาปัดฝุ่นล่าสุด ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๔๔ |