* home   ชั้นหนังสือ : ชวนไปรู้จัก
คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | ตอนแรก
 
book BORN ON A BLUE DAY : Daniel Tammet

Book

แดเนียล แทมเมต เขียนเล่าเรื่องชีวิตของตนเองในหนังสือ Born on a Blue Day เรื่องของเขาน่าสนใจเพราะแดเนียลเป็นซาวองต์ (savant) นั่นคือเป็นผู้ที่มีความผิดปกติทางพัฒนาการแต่กลับมีทักษะบางด้านเหนือกว่าคนทั่วไป เช่นถ้าถามว่า ๑๓/๙๗ เป็นเท่าใด เขาตอบได้ละเอียดถึงทศนิยมหนึ่งร้อยตำแหน่ง ซาวองต์ที่ผู้คนรู้จักกันมากที่สุดคือตัวละครจากหนังเรื่อง Rain Man ซึ่งรับบทโดย ดัสติน ฮอฟแมน

ความเป็นอัจฉริยะเช่นนี้มักต้องแลกมาด้วยราคาแพงมาก ด้วยความพิการรุนแรงทางร่างกาย และ/หรือ จิตใจ คนเหล่านี้อาจคำนวณตัวเลขมากๆ ได้ แต่ไม่อาจช่วยเหลือดูแลตัวเองและไม่อาจตอบคำถามว่าพวกเขาคำนวณเลขอย่างไร แต่แดเนียลตอบคำถามนี้ได้ ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าบุคคลแบบเขานั้นแทบไม่มีมาก่อน ดังนั้นเรื่องราวของเขาจึงพิเศษอย่างยิ่ง

ครึ่งหนึ่งของผู้ที่เป็นอัจฉริยะเช่นนี้เป็นออทิสติก นั่นคือมีความบกพร่องที่มีผลต่อการสื่อสารและจินตนาการ แดเนียลเป็นออทิสติกที่มีกลุ่มอาการแอสเพอร์เกอร์ (Asperger’s syndrome) ซึ่งเป็นชนิดที่มีอาการไม่รุนแรง เขาใช้ชีวิตและทำอะไรต่างๆ ได้เกือบเหมือนคนทั่วไป แดเนียลชอบทำอะไรเป็นกิจวัตร เช่นเขากินโจ๊ก ๔๕ กรัมทุกเช้า ซึ่งเขานำไปชั่งด้วยตาชั่งไฟฟ้า เขานับจำนวนชิ้นของเสื้อผ้าก่อนออกจากบ้าน เขาต้องดื่มชาเวลาเดิมทุกวัน และจะไม่สบายใจมากๆ หากมีการเปลี่ยนแปลงแผนการดำเนินชีวิตในแต่ละวัน แดเนียลไม่ชอบให้ใครถูกเนื้อต้องตัว เขาไม่ค่อยมีสมาธิเวลาฟังใครพูดและต้องจดจ่อมากๆ จึงจะเข้าใจสิ่งที่คนอื่นพูดได้ตลอดรอดฝั่ง

เวลาไม่สบายใจแดเนียลจะนับเลขหรือนับจำนวนคนรอบตัว ตัวเลขเป็นภาษาแรกของเขาและเป็นเพื่อนแท้ สำหรับเขา ตัวเลขแต่ละตัวมีบุคลิกเฉพาะตน มีสีและลักษณะไม่เหมือนกันเลย “สิบเอ็ดเป็นมิตร ห้าเสียงดัง แต่สี่ขี้อายและเงียบๆ---เป็นเลขที่ผมชอบ อาจเพราะทำให้ผมนึกถึงตัวเอง เลขบางตัวตัวใหญ่เช่น ๒๓, ๖๖๗, ๑๑๗๙ แต่บางตัวตัวเล็ก เช่น ๖, ๑๓, ๕๘๑ บางตัวสวยเช่น ๓๓๓ บางตัวน่าเกลียดเช่น ๒๘๙ ตัวเลขทุกตัวพิเศษสำหรับผม”

แดเนียลเห็นเลขหนึ่งเป็นสีขาวจัดจ้า เลขห้าเป็นเสียงฟ้าร้องหรือเสียงคลื่นซัดก้อนหิน เลขสามสิบเจ็ดเป็นก้อนๆ เหมือนโจ๊ก เลขแปดสิบเก้าเหมือนหิมะตก เขาชอบเลขจำนวนเฉพาะเป็นพิเศษ ตัวเลขเหล่านี้ไม่มีใครหารลงตัวนอกจากตัวเองและเลขหนึ่ง (เช่น ๒, ๓, ๕, ๗, ๑๑) รูปทรงของตัวเลขเหล่านี้กลมมนไม่ขรุขระและโดดเด่นกว่าตัวเลขอื่นๆ แดเนียลยังชอบเลขยกกำลัง (การเอาเลขจำนวนเดียวกันมาคูณกันเองไปเรื่อยๆ เช่น ๓๗ ยกกำลังสองคือ ๓๗ x ๓๗) เลขยกกำลังสองมีรูปร่างสมมาตรเสมอ ยิ่งยกกำลังมากเท่าใด รูปทรงและสีสันของผลลัพธ์ยิ่งซับซ้อนขึ้น เช่น ๓๗ x ๓๗ x ๓๗ x ๓๗ x ๓๗ = ๖๙,๗๔๓,๙๕๗ เป็นวงกลมวงใหญ่ที่เกิดจากวงกลมเล็กๆ วิ่งวนไปตามเข็มนาฬิกา

แดเนียลไม่ได้คำนวณเลขโดยใช้วิธีเหมือนอย่างที่เราเรียนในโรงเรียน (วิธีนั้นยากกว่ามากสำหรับเขา) เขาคำนวณในความคิด เวลาหาร เขาเห็นเกลียวที่หมุนลงด้านล่างไปเรื่อยๆ เวลาคูณเลขสองจำนวน เขาเห็นตัวเลขสองตัวที่มีรูปร่างต่างกันค่อยๆ เปลี่ยนรูปร่างไปจนเกิดเป็นรูปร่างใหม่ซึ่งเป็นคำตอบ เช่น ๕๓ x ๑๓๑ มีคำตอบเป็นพื้นที่ว่างระหว่างรูปทรงทั้งสอง

Book
การคำนวณ ๕๓ x ๑๓๑ ของแดเนียล

การรู้ว่าวันที่ใดตรงกับวันใดในสัปดาห์ (เช่นวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ตรงกับวันอาทิตย์) เป็นเรื่องสามัญของซาวองต์ เพราะปฏิทินมีลักษณะเป็นแบบแผน คาดการณ์ได้ แดเนียลรู้สึกว่าวันต่างๆ ในสัปดาห์มีสีและอารมณ์ต่างๆ จึงเป็นที่มาของชื่อหนังสือเพราะเขาเกิดวันพุธซึ่งมีสีฟ้า

นอกจากตัวเลขจะมีบุคลิกแตกต่างกันแล้ว ถ้อยคำต่างๆ ยังมีสีสันต่างกัน ซึ่งสีของคำมักเกิดจากตัวอักษรตัวแรก (แต่ไม่เสมอไป) เช่นคำที่ขึ้นต้นด้วย a เช่น at เป็นสีแดง คำที่ขึ้นต้นด้วย h เช่น hat เป็นสีขาว แดเนียลเรียนภาษาได้รวดเร็ว ปัจจุบันเขารู้ถึงสิบภาษาเช่น ฝรั่งเศส เยอรมัน สเปน เวลส์ ฟินแลนด์ และเขายังคิดภาษาใหม่ขึ้นเองอีกด้วย

แดเนียลเล่าชีวิตตั้งแต่วัยเด็ก เขาเกิดที่ลอนดอนตะวันออกในครอบครัวที่มีฐานะยากจน เป็นเด็กที่ร้องไห้บ่อยจนอายุสองขวบ แดเนียลไม่เล่นไม่สุงสิงกับใคร ไม่ค่อยพูด เขามีโลกส่วนตัวซึ่งหนังสือเป็นสิ่งพิเศษในโลกนั้น แดเนียลชอบความเงียบเวลาที่คนอ่านหนังสือ ดังนั้นห้องสมุดจึงเป็นสถานที่ที่เขาชื่นชอบ เขาเคยเอาหนังสือที่บ้านมากองรอบตัว ถึงแม้ยังอ่านหนังสือไม่ออกแต่เขามีความสุขที่ได้แวดล้อมด้วยตัวเลข เพราะหนังสือทุกเล่มล้วนมีเลขหน้า

แดเนียลเป็นลมชักเมื่ออายุ ๔ ขวบ ตั้งแต่นั้นเขาเริ่มมีทักษะอัจฉริยะ แดเนียลเข้าโรงเรียนและเป็นเด็กแปลกแยกจากเด็กคนอื่น เขาไม่มีเพื่อนและไม่สนใจจะมีเพื่อน ไม่สบตาคนเวลาคุยด้วยแต่คอยก้มหน้ามองพื้น เขาชอบวิชาประวัติศาสตร์เป็นพิเศษเพราะจดจำข้อมูลต่างๆ ได้แม่นยำ แดเนียลไม่เคยพลาดรถเมล์ไปโรงเรียนเลย เพราะเขาจำตารางเวลารถเมล์ได้ทั้งตาราง

เมื่อจบมัธยมปลาย แดเนียลตัดสินใจไม่เรียนต่อในมหาวิทยาลัย เขาพยายามสมัครงานเพื่อทำงานในห้องสมุด แต่ไม่สำเร็จเพราะไม่มีใครตอบรับหรือไม่ผ่านสัมภาษณ์ (ในประเทศอังกฤษ มีผู้ที่เป็น Asperger’s Syndrome เพียงร้อยละ ๑๒ ที่มีงานประจำ เมื่อเทียบกับร้อยละ ๔๙ ของผู้พิการด้านอื่น) แดเนียลได้งานเป็นครูสอนภาษาอังกฤษอาสาสมัครไปทำงานที่ประเทศลิธัวเนียเป็นเวลา ๙ เดือน การไปทำงานและใช้ชีวิตต่างแดนเป็นเรื่องที่ทั้งน่ากลัวและน่าตื่นเต้นสำหรับเขา และเปลี่ยนแปลงชีวิตเขาไป ทำให้ได้รู้จักตัวเอง เชื่อมั่นในตัวเองมากขึ้น และรู้จักมิตรภาพ

แดเนียลพูดถึงเรื่องมิตรภาพได้ไพเราะมาก เขาเรียนรู้ว่า “มิตรภาพเป็นกระบวนการที่เปราะบางและค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งต้องไม่เร่งเร้าและไม่หยิบฉวยให้ได้มา แต่ต้องปล่อยวางและปล่อยให้เป็นไปตามกาลเวลา ผมคิดว่ามิตรภาพเป็นเหมือนผีเสื้อ ที่ทั้งสวยงามและบอบบางในเวลาเดียวกัน และเมื่อได้โบยบินแล้วก็เป็นของอากาศ หากพยายามคว้าไว้ก็รังแต่จะทำลายมัน”

แดเนียลรักสัตว์ “สัตว์มักอดทนและยอมรับได้มากกว่าคน” เขายังพบคนรัก เขาได้ช่วยจัดกิจกรรมหาทุนให้มูลนิธิโรคลมชักในอังกฤษ โดยการท่องค่าพาย (Pi) ซึ่งเป็นตัวเลขที่มีจุดทศนิยมไม่สิ้นสุดให้ได้ถึงทศนิยมหลักที่ ๒๒,๕๑๔ ทีมงานถ่ายทำสารคดีสนใจชีวิตเขาจนสร้างเป็นสารคดีเรื่อง Brainman ในค.ศ. ๒๐๐๕ (ชมสารคดี Brainman ได้จาก http://video.google.com/videoplay?docid=-2598363071375453449#) การสร้างสารคดีเรื่องนี้ทำให้แดเนียลมีโอกาสเดินทางไปอเมริกา ได้สนทนากับนักวิทยาศาสตร์ต่างๆ และได้พบกับเรนแมนตัวจริงชื่อ คิม พีก (Kim Peek) ผู้เป็นแรงบันดาลใจในการสร้างตัวละครในหนังเรื่องนี้

เมื่อคิม พีก เกิดมา แพทย์บอกว่าเขาพิการทางสมองจนไม่อาจเดินหรือพูดได้ หมอแนะนำให้ครอบครัวส่งตัวเขาไปอยู่ในสถานบำบัดและลืมเขาเสีย หมอบางคนเสนอจะผ่าตัดเอาเนื้อสมองบางส่วนออกไป เพื่อให้ดูแลง่ายขึ้น แต่พีกกลับเป็นอัจฉริยะและจดจำทุกสิ่งได้ตั้งแต่ก่อนสองขวบ เขาจำสิ่งที่เคยอ่านได้เกือบทั้งหมด เวลาอ่านหนังสือ เขาอ่านสองหน้าพร้อมๆ กัน โดยใช้ตาซ้ายอ่านหน้าซ้าย ตาขวาอ่านหน้าขวา ใช้เวลาอ่านหน้าละ ๘-๑๐ วินาที พีกเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจในวัย ๕๘ ปีเมื่อต้นปีค.ศ. ๒๐๐๙

สารคดี Brainman ยังทดสอบแดเนียลโดยให้เขาเรียนภาษาไอซ์แลนด์ภายในหนึ่งสัปดาห์ แล้วเดินทางไปประเทศไอซ์แลนด์เพื่อออกรายการสัมภาษณ์สด ซึ่งแดเนียลทำได้ดี สารคดีนี้ยังทำให้แดเนียลมีโอกาสออกรายการสัมภาษณ์ของเดวิด เลตเตอร์แมนในอเมริกา เขาต้องเดินทางและเข้าพักในโรงแรมตามลำพัง ซึ่งเป็นความท้าทายใหม่ที่เขาดีใจยิ่งนักเมื่อทำสำเร็จ

ปัจจุบันแดเนียลทำงานที่บ้านโดยเปิดเว็บไซต์สอนภาษา เขาชอบทำกับข้าว เขาปลูกผักผลไม้ที่บ้านเพื่อใช้ทำอาหาร เขาตั้งใจจะช่วยเหลือมูลนิธิต่างๆ ต่อไปและทำงานร่วมกับนักวิทยาศาสตร์ที่สนใจศึกษาอาการของเขา แดเนียลเขียนหนังสือเรื่องนี้เพราะอยากบอกคนอื่นๆ ว่าเขามาไกลแค่ไหน เขาอยู่ด้วยตนเองได้ มีงานทำ มีความรัก เขาอยากบอกผู้ป่วยออทิสติกคนอื่นๆ ให้มีความหวังที่จะมีชีวิตที่เป็นประโยชน์กับผู้อื่นและมีความสุข แดเนียลกล่าวว่าครอบครัวสำคัญกับเขามาก ความรักของพ่อแม่ทำให้เขามีวันนี้ได้ หากคุณมีลูกที่เป็นออทิสติก ขอให้หาความรู้เกี่ยวกับโรคนี้ให้มากที่สุด และเชื่อว่าความรักทำให้ทุกสิ่งเป็นไปได้

Born on a Blue Day ได้รับรางวัลหนังสือสำหรับวัยรุ่นที่ดีที่สุดในปี ค.ศ. ๒๐๐๘ จากสมาคมห้องสมุดอเมริกัน หนังสือเรื่องนี้อ่านเพลิน สนุกให้ความรู้ จึงอยากแนะนำอย่างยิ่ง สำหรับผู้สนใจเรื่องแต่งที่มีตัวละครเอกเป็นออทิสติกที่เขียนดีมากๆ อยากแนะนำให้อ่าน The Curious Incident of the Dog in the Night-Time (ฉบับแปลไทย คดีฆาตกรรมหมาในยามราตรี) เขียนโดย Mark Haddon

นักวิทยาศาสตร์หลายคนเชื่อว่าเราทุกคนล้วนแต่มีความอัจฉริยะซ่อนไว้ในตัว บางคนหวังว่าจะสร้างเครื่องมือที่ทำให้สมองของเราเป็นอัจฉริยะได้ จะดีเพียงใดหากเราอ่านหนังสือได้สองหน้าในเวลาเดียวกัน จดจำข้อมูลทุกสิ่งได้ตลอดชีวิต แต่หลายคนคงบอกว่าบางครั้งการลืมอะไรบ้างก็อาจดีกว่าการจำ

หรือแท้ที่จริงแล้ว มนุษย์พิเศษและน่าสนใจเพราะความบกพร่องสามัญที่เราต่างมี

* บทความนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกในคอลัมน์ คนกับหนังสือ นิตยสาร สารคดี ฉบับเดือนมกราคม ๒๕๕๔
 


เกี่ยวกับผู้เขียน Daniel Tammet แดเนียล แทมเมต เกิดปี ค.ศ. 1979 ที่อังกฤษ เป็นลูกคนโตในจำนวนพี่น้องทั้งหมด 9 คน งานเขียนเกี่ยวกับชีวิตออทิสติกของเขาเรื่อง Born on a Blue Day เป็นหนังสือสำหรับวัยรุ่นที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งในปี ค.ศ. 2008 ที่สมาคมห้องสมุดอเมริกันแนะนำ

Born on a Blue Day : Daniel Tammet
ISBN 978-0-340-89975-5 Hodder & Stoughton 288 หน้า ราคา £6.99 ปกอ่อน ปีที่พิมพ์ 2007

Copyright © 2011 faylicity.com

สิบเอ็ดเป็นมิตร ห้าเสียงดัง แต่สี่ขี้อายและเงียบๆ---เป็นเลขที่ผมชอบ อาจเพราะทำให้ผมนึกถึงตัวเอง
    -- Born on a Blue Day
คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | ตอนแรก

หยิบมาปัดฝุ่นล่าสุด  ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๕๔