| DIARY OF A BAD YEAR : J.M. Coetzee
read by O |
![]()
ถ้าเจ เอ็ม คูตซี จะเป็นนักเขียนคนแรกที่มีสิทธิ์รับรางวัลบุ๊กเกอร์ครั้งที่สาม ครั้งที่สามก็ถูกตัดสิทธิ์ไปเรียบร้อยเมื่อหนังสือเล่มนี้ไม่ติดแม้กระทั่งรอบคัดเลือกรอบแรกด้วยซ้ำ ทั้งที่ภาษา แนวคิด และวรรณศิลป์ของ Diary of a Bad Year น่าจะกล่าวได้ว่าเป็นผลงานยอดเยี่ยมอีกหนึ่งความเอกอุของเจ เอ็ม คูตซี นักเขียนรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมปี 2003 แน่นอนว่าคูตซีคงไม่อนาทรร้อนใจเกี่ยวกับรางวัล (คนอ่านเพียงแต่นึกเล่นๆ ว่าตรงไหนคือมาตรฐานในการคัดเลือกหนังสือ) ดั่งที่เขาบรรยายในบทหนึ่งของ Diary of a Bad Year ว่า แม้เขาจะมีชื่อเสียงจากการเป็นนักเขียนมากกว่าการเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย นักวิจารณ์ยังคงเคลือบแคลงในตัวเขา โดยกล่าวว่า "เขาไม่ใช่นักเขียนนวนิยาย เป็นเพียงไม้ประดับที่ยั่วเย้างานวรรณกรรม" ซึ่งในวัยที่สูงอายุขึ้น คูตซีเองเริ่มมีความเห็นคล้อยตามคำกล่าวนี้ Diary of a Bad Year เป็นเสมือนการกล่าวคำอำลาต่ออาชีพการเป็นมนุษย์ของผู้เขียน คงมิใช่เหตุบังเอิญที่นักเขียนในหนังสือผู้มีชื่อย่อว่า เจซี อยู่ในวัยไม้ใกล้ฝั่งเช่นเดียวกับผู้เขียน และอพยพจากแอฟริกามาอยู่ประเทศออสเตรเลีย ซินญอร์ซีเป็นหนึ่งในหกของนักเขียนชื่อดังที่ได้รับเชื้อเชิญจากสำนักพิมพ์ในเยอรมันให้แสดงทรรศนะสำคัญต่างๆ เกี่ยวกับ ความผิดพลาดในสังคมโลกปัจจุบัน ในหนังสือชื่อ "Strong Opinions" ภาคแรกเป็นบทบันทึกวิพากษ์สังคมโลกในหัวข้อต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องการเมืองที่ผู้เขียนแสดงทรรศนะอย่างเปิดเผย ตรงไปตรงมา เข้มข้น อ่านสนุกและขำในอารมณ์ขบกัด (โดยเฉพาะต่ออำนาจด้านมืดของประเทศยักษ์ใหญ่) ตั้งแต่จุดกำเนิดของรัฐฐะและเราในฐานะประชากร ตามทฤษฎีของโธมัส ฮ็อบบ์ส นอกจากนี้ยังมีหัวข้อที่เกี่ยวกับการก่อการร้าย, คุกในกวนตานาโม เบย์, จอร์จ ดับบลิว บุช, โทนี่ แบร์, ประชาธิปไตยและอื่นๆ อีกมาก ผู้เขียนมีทรรศนะแจ่มแจ้งเชื่อมโยงหัวข้อต่างๆ ตรงที่ว่าโลกนี้ไร้ความยุติธรรมสำหรับผู้ไร้อำนาจ We are born subject. From the moment of our birth we are subject. One mark of this subjection is the certificate of birth. The perfected state holds and guards the monopoly of certifying birth. Either you are given (and carry with you) the certificate of the state, thereby acquiring an identity which during the course of your life enables the state to identify you and track you (track you down); or you do without an identity and condemn yourself to living outside the state like an animal (animals do not have identity papers) โครงสร้างของหนังสือส่วนหนึ่งเป็นบทความแสดงทรรศนะอย่างที่กล่าว แต่มีอีกสองส่วนที่ดำเนินเรื่องผสมผสานไปพร้อมกัน หากเราสังเกตหน้ากระดาษ วิธีเขียนของคูตซี่คือขีดเส้นใต้แบ่งส่วนในหน้าเดียวออกเป็นสามส่วน ส่วนที่สองเป็นเรื่องราวของซินญอร์ซีกับอันญ่า สาวสวยที่ซินญอร์หลงเสน่ห์และชวนให้มาทำงานเป็นเลขาพิมพ์บทความให้ (ซินญอร์ไม่ค่อยสบาย วิธีเขียนหนังสือจึงใช้วิธีอัดเสียงถอดเทป) ซึ่งเราจะเห็นเนื้อเรื่องส่วนนิยายดำเนินไปในท่อนกลางนี้ตลอดเล่ม ขณะที่ส่วนที่สามเป็นทรรศนะส่วนตัวของอันญ่าต่อเจซี ต่อความเห็นในหนังสือของเขา และทรรศนะต่อสามีเธอ อลัน ผู้ที่กำลังวางแผนชั่วร้ายเพราะเห็นประโยชน์จากชายชรา คนอ่านสนุกกับวิธีที่คูตซีแสดงให้เห็นถึงวิธีการเขียนโครงเรื่องในงานวรรณกรรมที่สามารถผสมผสานกับงานบทความได้ดี ความคิดเห็นที่แตกต่างตรงข้ามกับ "Strong Opinions" ถ่ายทอดผ่านอันญ่าและอลัน ผู้ชำนาญการในโลกทุนนิยมกว่าเจซี แและการแสดงช่วงชีวิตสุดท้ายของมนุษย์ที่บรรยายละเอียดลออ ตรงข้ามกับวัยหนุ่มสาวของตัวละครทั้งสอง ความกลมกลืนที่ตัวละครทั้งสามมาสัมผัสแตะมือ แยกจากกัน แตะมือใหม่และแยกจากอีกครั้งในระหว่างการเคลื่อนไหวของเนื้อหา เป็นความงดงามของวรรณกรรมที่อ่านแล้วชวนอิ่มอกอิ่มใจ มิใช่ความสำเร็จรูปที่ไม่ต้องการการเคี้ยวกลืนอย่างตั้งใจจากนักอ่าน Diary of a Bad Year ยังมีบันทึกส่วนที่สอง ตามความอ่อนโยนที่เปลี่ยนแปลงชายชราเมื่อเจอเสน่ห์จากหญิงสาว เจซีแสดงทรรศนะต่อหัวข้อที่เป็นส่วนตัวมากขึ้น เช่นเรื่องชีวิตนักเขียน, หนังสือคลาสสิก, เด็ก (เจซีบอกว่าเราต้องสอนเด็กให้รู้จักมีวัฒนธรรมด้วยการไม่ตะโกน) เกี่ยวกับอายุ, การถ่ายรูป, นกในสวน (หัวข้อนี้อันญ่าแนะนำมา) เป็นต้น หนังสือเล่มนี้เฟลิซิตี้ต้องยกนิ้วชวนอ่าน เพราะอ่านดีและด้วยความเบิกบานใจด้วยประการทั้งปวง เกี่ยวกับผู้เขียน J.M. Coetzee Diary of a Bad Year : J.M. Coetzee
Copyright © 2007 faylicity.com |
|
หยิบมาปัดฝุ่นล่าสุด ๒๗ กันยายน ๒๕๕๐ |