* home   ชั้นหนังสือ : ชวนไปรู้จัก
คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | บางตอน
 
book สวรรค์ชั้นประหยัด : วิทวัส โปษยะจินดา

Bookเคยบ้างไหม ได้พบหนังสือที่อ่านแล้วจับจิตจับใจ หนังสือที่ทำให้ความรู้สึกเก่าก่อนและแสนเชยอย่างเช่นความรัก คิดถึง เหว่ว้า ประดังขึ้นมาให้น่าใจหาย สวรรค์ชั้นประหยัด เป็นหนังสือที่จะพาหัวใจคนอ่านไปได้อย่างนั้น

ดูเผินๆ แล้ว สวรรค์ชั้นประหยัด เรื่องและภาพโดย วิทวัส โปษยะจินดา เป็นสารคดีท่องเที่ยวที่มีภาพถ่ายประกอบตลอดเล่ม แต่แท้จริงแล้ว หนังสือไม่ได้เล่าถึงสถานที่แปลกหน้าให้เราฟัง เท่ากับบอกเล่าความรู้สึกและเรื่องแต่หนหลังที่เกิดขึ้นในสถานที่เหล่านั้น

เรื่องหนหลังเหล่านี้เป็นความทรงจำแสนเสน่ห์ ดูจากย่อหน้าแรกของหนังสือปะไร อ่านแล้วบอกได้ไหมว่าคุณจะไม่รัก

นานมาแล้ว ราวกับเมื่อชาติปางก่อน ที่เราได้ยินเสียงครวญของจอนนี่ดังลอยมาจากวิทยุเพื่อนบ้านว่า ฉันจะไปขึ้นหิมาลายา ไม่ต้องมีกระเป๋า ไม่ต้องมีเชอร์ปา... หรืออะไรพิลึกพิกลทำนองนี้แหละที่ฟังแล้วใจหวิว อยากหนีตามใครสักคนไปจนสุดโลก แล้วไอ้หนุ่มบ้านนอกอย่างคุณก็พูดว่า เราไปอยู่ลิมาลายากันไหม ผมจะเลี้ยงวัว เลี้ยงแกะ คุณตื่นเช้ามารีดนม ผมทำเนยแข็ง แล้วเราสองคนก็ขนมันไปขายในกัตม็องดู ชีวิตเราคงจะดีกว่าที่เมืองระยำนี่แน่ๆ คุณกระซิบด้วยเสียงเหน่อปีเรเน่ ไปสิไปกัน ผมตอบ แต่ตอนนี้นอนได้แล้วที่รัก

ในเล่มเล่าฉากจากเมืองต่างๆ เริ่มที่กาฐมาณฑุ เนปาล ในบ่ายวันหนึ่งที่เสียงเพลงของจิมี่ เฮนดริกส์ ลอยมา ชวนให้นึกถึงเรื่องการจากลาครั้งก่อนเก่า

ยังมีเรื่องของร้านขนมเก่าแก่ที่ถูกทุบทิ้ง สลายหายไปตามกาลเวลา น่าใคร่ครวญถึงอดีตที่หนุ่มสาวชาวตะวันตกเดินทางมาที่เมืองกาฐมาณฑุแห่งนี้ ด้วยความฝันวาบหวามว่า “ฉันจะไปให้ถึงที่สุดแห่งค่ำคืน” ความเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยไม่ได้ทิ้งร่องรอยการมาเยือนที่น่าภาคภูมิใจเสมอไป

เรื่องสั้นๆ เกี่ยวกับเมืองฒากา บังกลาเทศ บอกถึงรอยยิ้มสวยที่สุดที่ได้พบเห็นในชีวิตการเดินทาง รอยยิ้มนี้ประทับไว้เป็นภาพแสนงาม

ผู้เขียนบอกไว้ว่าอินเดียเป็นประเทศเกรียงไกรอันน่าทึ่งเพียงไร ผู้ไปเยือน “จะได้เห็นอารยธรรมเก่าแก่ที่หลากหลาย และยิ่งใหญ่จนเขาต้องรู้จักอ่อนน้อมถ่อมตน เขาจะได้เห็นความยากจนแสนสาหัสอยู่เคียงบ่าเคียงไหล่กับความมั่งคั่งมหาศาล … ความจริงมีอยู่ว่า… ไม่มีใครกลับจากอินเดียอย่างคน ๆ เดิมได้สักคน”

ในเล่มมีจดหมายรักถึงศรีลังกา บอกเสน่ห์รุ่มรวยของแผ่นดินนี้ได้อ่อนหวานด้วยความรักลึกซึ้ง

ผู้เขียนยังเล่าถึงนครปารีสได้จับใจยิ่งนัก โดยเปรียบเมืองนี้เป็น “หนุ่มใหญ่เสน่ห์แรงร่ำรวยด้วยเล่ห์และกลกาม คนที่หลอกล่อให้เธอลุ่มหลงในรสรักเสียแทบเป็นแทบตาย … คนนี้คนเดียวนั่นแหละ ทำให้เธอถึงกับกล้าทิ้งทุกสิ่งที่เคยคิดว่ามีค่าเหลือเกิน แล้วตามเขาไปจนถึงที่สุดแห่งโลกนี้และโลกหน้า ไปยังดินแดนที่พวกกวีเท่านั้นได้รู้จัก”

ถึงขนาดว่าหากขาดปารีสไปเสียแล้ว “ต่อแต่นี้ไปชีวิตจะไม่เป็นชีวิต”

เรื่องบนเกาะมาเอ ประเทศเซเซลส์ ซึ่งเป็นกลุ่มเกาะในมหาสมุทรอินเดียนั้นเล่า น่าประทับใจน้อยหรอกหรือเมื่อเกริ่นนำด้วยคำว่า “นั่งอยู่กลางซากหักพังของชีวิต” เขาเล่าถึงวันหนึ่งที่อากาศหนาวเหน็บเปียกชื้น ชวนให้คิดถึงเศษเสี้ยวความหลังเจือความหวาน ชวนให้ใจสะทกสะเทือน

บทสุดท้ายพาเรากลับมาที่กรุงเทพเมืองที่ผู้เขียนรัก เมืองที่มีแท็กซี่ “สีเหมือนยาปฏิชีวนะ” ประเทศที่มีสถานที่อย่าง “คาวซานโรด คอซามอย คอปังกัน คอเทา” ที่นักท่องเที่ยวชื่นชม บทนี้ปิดเล่มด้วยคำเว้าวอนว่าพาฉันกลับบ้านเถิดนะ

ผู้เขียนยกบางตอนของบทเพลง บทกวี และหนังสือมาประกอบอยู่เสมอ บทตอนเหล่านี้ไพเราะเหลือหลาย เขาคงรักหนังสือและอ่านหนังสือมามากมายนัก ตอนที่ผู้เขียนเล่าเรื่องของ กาวาฟี กวีกรีกแห่งกรุงอเลกซันเดรียให้ฟัง เราอยากไปอ่านโคลงรักของกวีผู้นี้ทันใด

เสน่ห์ของหนังสือเล่มนี้อยู่ที่ผู้เขียนทำให้ความงดงามของสถานที่ต่างๆ ปรากฏชัดเจนในใจคนอ่าน นักเขียนหนังสือเชิงท่องเที่ยวส่วนใหญ่อาจจะให้ข้อมูล บอกประวัติศาสตร์วัฒนธรรม หรือเล่าประสบการณ์เดินทาง แต่ สวรรค์ชั้นประหยัด บอกเล่าความรักและความหลังอันเข้มข้นต่อสถานที่เหล่านั้น ทำให้เราจำนนกับความรักนั้น

ในเล่มยังมีภาพถ่ายขาวดำสวยๆ จำนวนมาก ที่สวยเพราะเต็มไปด้วยชีวิตชีวาความรู้สึก ภาพเหล่านั้นมีเรื่องราว หากใครคิดว่า วิญญาณในภาพถ่าย เป็นเพียงแต่บทเพลง จะรู้ว่าเป็นจริงอย่างนั้นได้จากรูปในเล่ม ซึ่งต่างมีชื่อไพเราะและเก๋ทั้งสิ้น เช่นภาพปกมีชื่อว่า ฝันกลางวัน ชื่อและภาพนี้สะกดใจคุณบ้างไหม

สวรรค์ชั้นประหยัด พาเราไปอีกที่หนึ่งและอีกกาลเวลาหนึ่งอันแสนไกล น่าแปลกใจว่าไกลปานนั้นยังมีความทรงจำบางตอนที่ชัดเจนจนใจสั่นหวั่นไหว ให้เราจำได้ว่าครั้งหนึ่ง ความรักและความใฝ่ฝันเป็นทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต

และเรากล้าหาญทั้งโง่เขลาพอจะตามมันไปจนสุดดินฟ้า

* บทความนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกในคอลัมน์ IMAGE Must Read นิตยสาร IMAGE ฉบับเดือนตุลาคม ๒๕๔๙


เกี่ยวกับผู้เขียน วิทวัส โปษยะจินดา ศึกษาที่มหาวิทยาลัยในปารีส เคยเรียนวิชาภารตะวิทยา ภาษาสันสกฤต ตมิฬ ฮินดี เบงคอลี สิงหล ไปเยือนอินเดียแล้วกว่ายี่สิบครั้ง เคยพำนักที่เกาะมาเอ เซเซลส์ เขาเดินทางท่องเที่ยวมาแล้วหลายที่ในโลก และเชื่อว่า “การเดินทางคือการศึกษาที่วิเศษสุด”

สวรรค์ชั้นประหยัด : วิทวัส โปษยะจินดา
ISBN 974-90320-3-9 Fullstop 201 หน้า ราคา 160 บาท ปกอ่อน ปีที่พิมพ์ ๒๕๔๕

Copyright © 2006 faylicity.com

เมือง

เธอบอกว่า “ฉันจะไปแผ่นดินอื่น ทะเลอื่น ฉันคงจะได้พบเมืองอื่นที่ดีกว่านี้แน่ – ที่ซึ่งทุกย่างก้าวถูกบ่วงมัดแน่นขึ้นอีกนิด ใจและกายถูกฝังเหมือนคนตาย อีกนานเท่าใดฉันต้องอยู่ที่นี่ เป็นนักโทษในที่แสนหดหู่ มองไปทางใด ก็พบแต่ซากหักพังของชีวิตที่ฉันปล่อยให้เสื่อมโทรม ปีแล้วปีเล่า”

ไม่มีแผ่นดินใหม่หรอกเพื่อน ไม่มีน่านน้ำใหม่ เมืองจะตามเธอไป เธอจะยังคงเดินวนบนถนนสายเก่า แก่เฒ่าและหัวหงอกใต้หลังคาเดิม ไม่ว่าเธอจะไปที่ใด เธอจะพบแต่เมืองเดิม ไม่มีที่อื่น ไม่มีฝั่งฟากอื่นให้เธอก้าวเหยียบ และไม่มีเรือลำใดจะพาเธอไปจากตัวเองได้ ไม่เห็นหรือไรว่า เมื่อเธอได้ทำลายชีวิตตัวเองบนผืนดินเล็ก ๆ นี้ ก็เหมือนกับในโลกทั้งโลกนั่นเอง

-- กอนสตันติน กาวาฟี (1910)
แปลโดย วิทวัส โปษยะจินดา

คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | บางตอน

หยิบมาปัดฝุ่นล่าสุด  ๑๖ ธันวาคม ๒๕๔๙