* home   ชั้นหนังสือ : ชวนไปรู้จัก
คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | บางตอน
 
book รสเล่ห์เสน่หา : เศรษฐพงศ์ เผ่าวัฒนา

Bookคำนำของเรื่องบอกไว้ว่านิยายเรื่องนี้เขียนจาก "ประสบการณ์ตรงและเรื่องเล่า" ที่ผู้เขียนได้ฟังมา ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสารลิปส์ ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2547 ถึงเดือนกันยายน 2548 ในชื่อ Food Fiction "เพื่อสื่อถึงูปแบบของนิยายในยุค Chick Lit กำลังฟูเฟื่อง"

ใครที่รักการทำอาหารคงอดใจได้ยากเมื่อมาเห็นหนังสือเล่มนี้ ซึ่งพิมพ์ด้วยกระดาษอาบมันทั้งเล่ม แม้จะทำให้หนังสือหนักมือไม่น้อยขณะอ่าน แต่สวย และท้ายเล่มมีสูตรขนมที่มีรูปถ่ายสวยเอามากๆ ดูแล้วน่ายั่วยวนใจไม่น้อย

ในเรื่องเล่าความรักสมัยใหม่ มีตัวละครเด่นๆ ซึ่งเป็นเพื่อนกัน 3 คน คือ น้ำริน เจ้าของโรงเรียนสอนทำขนม เธอเคยอยู่ปารีส ร้านของเธอ "ตกแต่งร้านเหมือนคาเฟ่เล็กๆ แถวบาสตีย์ ... เธอทำให้มันเป็นปารีสเล็กๆ ในกรุงเทพฯ" โกโก้ บ.ก. แฟชั่น ผู้ขนานนามตนเองตาม โกโก้ชาเนล ความทะเยอทะยานของเธอส่งให้ก้าวมาถึงวันนี้ที่สวยหรูได้ แม้บุคลิกเธอจะเป็นนางร้ายสไตล์ The Devil Wears Prada แต่เธอบอกว่า "บางเวลาการทำตัวเป็นนางร้ายก็คือเพื่อนที่ดีที่สุดของผู้หญิง ที่จะช่วยให้เธอรอดจากสถานการณ์ที่ย่ำแย่"

และเรื่องของ เกริกกฤช เกย์หนุ่มผู้เชื่อในรัก และเลือกมีความสัมพันธ์ที่จริงจังเท่านั้น จนมาวันหนึ่งที่เขาพบเด็กหนุ่มหน้าตาดี ผู้ทำให้ชีวิตเขาผกผันอย่างที่ไม่เคยนึก

เสน่ห์ของเรื่องนี้อยู่ที่ความเป็นนิยายสมัยใหม่ เล่าเรื่องของหนุ่มสาวรุ่นใหม่ในโลกทุนนิยมอันหรูหราฟุ่มเฟือย สารพัดยี่ห้อพากันตบเท้ามาให้เห็น "แต่ฉันไม่เลือกรองเท้ามาโนโล บลาห์นิก สำหรับวันแต่งหรอก ฉันเจียมตัว เลือกจิมมี่ ชู ก็พอแล้ว (ยูนิกกว่าย่ะ ขอโทษ)" โดยเฉพาะเมื่อเกี่ยวกับวงการแฟชั่นของนิตยสาร มีเรื่องความรักของทั้งหญิงชาย และชายชาย ฉากในเรื่องล้วนแต่เป็นสถานที่ซึ่งรู้จักกันดี เช่น กรุงเทพ เชียงใหม่ ภูเก็ต ปารีส นิวยอร์ก ฟลอเรนซ์ มีเรื่องของยาเสพติดและโรคเอดส์

นิยายเรื่องนี้ไม่ใช่นิยายที่ดีเลิศ ยังมีข้อบกพร่องจำนวนมาก รวมถึงการพิสูจน์อักษรที่ควรปรับปรุง แต่กลับอ่านเพลิน คล้ายความสุขที่เกิดจากการดูละครน้ำเน่า ที่แม้จะดูไปบ่นไปแต่กลับดูเพลินและน่าติดตามอย่างไรชอบกล คงเป็นความสุขชนิด guilty pleasure อย่างที่เขาว่ากัน ถ้อยคำและวาจาของตัวละครหญิงบางคน ฟังแล้วไม่อาจสนิทใจได้ว่าจะเป็นคำที่ผู้หญิงพูดถึงตัวเอง (แต่น่าจะเป็นคำที่เกย์พูดถึงผู้หญิงมากกว่า) เช่น "ฉันเป็นคนสวย แต่สวยแบบ 'พริกกะเกลือ' คือสวยแบบฝรั่งชอบจิ้ม"

หรือความใฝ่ฝันถึงความรักแบบโรแมนติกสุดขั้ว เช่นการนัดพบที่โดมดูโอโมที่ฟลอเรนซ์เพื่อทดสอบรักแท้ ตัวละครทั้งสองเคยอ่าน เยือกเย็น-ร้อนแรง โดยบอกว่า "จากวันนี้เราจะไม่ติดต่อกันอีกจนกว่าจะเจอกันบนยอดโดม ไม่ใช้โทรศัพท์มือถือหรืออีเมล์ใดๆ ถ้าชะตาของเราต้องกันจริง อย่างไรเสียเราก็ต้องเจอกันบนโดมนั้น" นับเป็นการทดสอบรักที่โหดมันฮาพอใช้

ดังที่ชื่อเรื่องบอกไว้แต่แรก ในเล่มพูดถึงอาหารและความรักไว้หลายตอน และอาหารเรียบง่ายบางอย่างชวนให้นึกถึงความรักชนิดทำให้ใจละลาย เช่นไข่เจียว ชากุหลาบ เรื่องนี้ยังพูดถึงความรักและสิ่งที่เกย์ต้องเผชิญเอาไว้อย่างน่าอ่านน่าคิด

ฉันว่าซูเฟล่ก็เหมือนเกย์ คือพวกเกย์นี่จะใช้ชีวิตอย่างมีรูปแบบของตัวเองที่เด่นชัด แต่ขณะเดียวกันจะมีการปรุงแต่งหรือจริตมากไปก็ดูตลาด น้อยไปก็ขาดสีสัน พูดง่ายๆ ว่าปรุงแต่งออกมาสวยหรู แต่ก็เป็นเหมือนภาพมายา แป๊บเดียวม้นก็แฟบหายไป อะไรๆ มันก็เป็นมายาทั้งนั้น ไม่ว่าอารมณ์รักหรือเกลียด

ใครที่อยากอ่านนิยายรักร่วมสมัยที่ไม่ติดกับขนบดั้งเดิมของการเล่านิยายไทย น่าจะชอบนิยายเรื่องนี้ เพราะบางครั้ง เราอ่านก็เพื่อความเพลิดเพลินเพียงเท่านั้น


เกี่ยวกับผู้เขียน เศรษฐพงศ์ เผ่าวัฒนา มีผลงานหนังสือ มุมไอเดีย, ของหวานๆ พื้นฐานการทำ Cake และ Baking เป็นผู้ช่วยบรรณาธิการนิตยสาร Lips ตั้งแต่ก่อตั้งจนถึงปัจจุบัน ปัจจุบันเป็นบรรณาธิการนิตยสาร Lips Luxe

รสเล่ห์เสน่หา : เศรษฐพงศ์ เผ่าวัฒนา
ISBN 978-974-7310-43-6 ลิปส์ พับลิชชิ่ง 288 หน้า ราคา 255 บาท ปกอ่อน ปีที่พิมพ์ ๒๕๕๐

Copyright © 2007 faylicity.com

ความรักคือของหวาน ที่ค่อยลิ้มค่อยลองทีละน้อย เราจะพบแต่ความหวานล้ำ แต่ถ้าเราตะกรุมตะกราม มูมมามกับความรัก เราก็จะได้พบรสขื่นและความขมที่ซ่อนอยู่ในความหวาน
-- เศรษฐพงศ์ เผ่าวัฒนา รสเล่ห์เสน่หา
คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | บางตอน

หยิบมาปัดฝุ่นล่าสุด  ๑๖ มิถุนายน ๒๕๕๐