* home   ชั้นหนังสือ : ชวนไปรู้จัก
คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | บางตอน
 
book ไม่มีใครร้ายเท่าน้องเล็ก : Judy Blume

Bookไม่มีใครน่ารักเท่าน้องเล็ก

“ไม่ ไม่ ไม่ !” อาจทำให้เรานึกถึงเพลง Rehab ของ เอมี ไวน์เฮาส์ ผู้ครวญว่า “ใครๆ ก็จะให้ฉันไปเข้าสถานบำบัดการเสพยา แต่ฉันบอกว่า ไม่ ไม่ ไม่ !” แต่วลีนี้ยังเป็นประโยคเด็ดของเด็กชายอเมริกันตัวเล็กๆ วัยสองขวบครึ่งนาม ฟัดจ์ หรือ ฟัดจี้ ที่ทั้งร้ายและแสนน่ารัก

ฟัดจี้มีชื่อเต็มว่า ฟาร์ลี เดรกเซล แฮ็ทเชอร์ แต่ใครๆ ก็เรียกเขาว่า ฟัดจ์ ที่แปลว่าเหลวไหล เขาพักที่อพาร์ตเมนต์ชั้น 12 ในนครนิวยอร์ก บ้านเลขที่ 25 ถนน 68 ตะวันตก

แม่ของฟัดจี้เป็นแม่บ้าน ส่วนพ่อทำงานที่บริษัทโฆษณา ฟัดจี้มีพี่ชายหนึ่งคนชื่อ ปีเตอร์ อายุ 9 ขวบ กำลังเรียนชั้นปอสี่ พี่ชายมีสัตว์เลี้ยงเป็นเต่าสีเขียวตัวเล็กจิ๋วชื่อ ดริบเบิ้ล

ฟัดจี้เป็นเด็กตัวยุ่ง ชอบก่อเรื่องวุ่นวายเสมอ มีนิสัยค่อนไปทางทำลายล้าง แถมยังกรีดร้องเสียงดังแสบแก้วหู เวลาโมโหก็จะลงไปดิ้นปั้ดๆ กับพื้นพลางเตะต่อยอาละวาด ใครที่รู้จักฟัดจี้ตอนเป็นผู้ใหญ่แล้วอาจเห็นว่าเด็กคนนี้ช่างน่ากลัว หรือนึกถึงรายการโทรทัศน์ที่ชื่อ ‘เด็กชายและเด็กหญิง (นรก) ที่ทำให้พ่อแม่เป็นบ้า’ แต่ฟัดจี้มีความน่ารักน่าเอ็นดูที่ทำให้ประทับใจเช่นกัน โดยเฉพาะถ้าเรารู้จักเขาเมื่อเรายังเป็นเด็กๆ เพราะเรื่องของฟัดจี้และพี่ชายเป็นเรื่องที่เล่าด้วยความเข้าใจหัวจิตหัวใจของเด็กดีที่สุดเรื่องหนึ่งในโลก

เวลาที่ฟัดจี้น่ารักที่สุดอาจเป็นตอนนอน เขาจะดูดนิ้วสี่นิ้วที่มือซ้ายแล้วทำเสียงจ๊วบๆ ฟัดจี้ยังชอบละเมอตอนหลับ ซึ่งอาจทำให้คนที่ไม่รู้มาก่อนตกใจ เขาละเมอไม่เป็นภาษามนุษย์หรอกนะ แต่เป็นเสียงเช่น “บู-บา-มั่ม-มั่ม-ฮา-บา-ชิ” โชคดีที่ฟัดจี้มีห้องนอนส่วนตัว เขาจึงไม่ได้กวนใจใครมากนัก ฟัดจี้นอนเปลจนอายุครบสามขวบ แม่จึงซื้อเตียงนอนให้ ซึ่งเขาบอกใครๆ ด้วยความภูมิใจว่า “เตียงใหม่…โตแย้ว !” และเขาก็อุตส่าห์นอนตกเตียงได้ทุกคืน

ฟัดจี้มีลูกอ้อนไม้ตายที่ได้ผล เวลาเขาเห็นเราทำท่าโมโหเขาสุดขีด เขาจะก้มลงมาจูบเรา ใครเล่าจะดุเขาลงคอเวลาเขาทำตัวน่ารักอย่างนั้น

งานอดิเรกของฟัดจี้คือการเอาหม้อกระทะมาเคาะกันเล่น เขาชอบทำอะไรเสียงดังหนวกหู แต่ก็เล่นอะไรเงียบๆ เป็นเหมือนกัน ถ้าเราเอาถุงเท้าสองสามคู่ให้เขา เขาจะนั่งเล่นเงียบๆ ได้เป็นชั่วโมง ฟัดจี้มีจักรยานเล็กๆ คันหนึ่ง เวลาขี่จักรยานเขาจะทำเสียง “บรึม บรึม บรึม” เหมือนเสียงมอเตอร์ไซค์

ฟัดจี้ชอบสัตว์มาก เขารักสัตว์ทุกชนิดโดยเฉพาะนกและลิง บ้านฟัดจี้อยู่ใกล้สวนสาธารณะเซ็นทรัลปาร์ก เขาจึงไปดูสัตว์ที่สวนสัตว์ที่นั่นได้บ่อยๆ แต่การพาเขาไปสวนสาธารณะอาจเป็นเรื่องเหนื่อยไม่ใช่เล่น เพราะเขาจะเที่ยววิ่งไล่จับนกพิราบด้วยความรักลึกซึ้ง และไม่สนใจฟังอะไรอย่างอื่นทั้งนั้น

ฟัดจี้มีรสนิยมการกินที่พิเศษมาก เขากินดอกไม้ก็ได้ กินอาหารที่ใครๆ บอกว่ารสชาติน่าขยะแขยงได้โดยบอกว่า “หย่อย หย่อย---เอาอีก อีก” หรืออยู่ๆ ก็อยากเป็นลูกหมาและลงมือปฏิบัติตัวตามความปรารถนานั้นทันใดโดยอุทิศกายใจให้สุดแรง กระทั่งลงไปคลานกินอาหารที่พื้น และถ้าเราพาเขาไปกินข้าวนอกบ้าน ก็ต้องระวังดีๆ ว่าเขาจะละเลงอาหารกับข้างฝาเมื่อไหร่

ประโยคเด็ดของฟัดจี้คือ “ไม่ ไม่ ไม่ !” ไม่กินข้าวกินปลา ไม่เอานั่นไม่เอานี่ ไม่ฟัง ไม่อยาก ไม่ได้เป็นคนทำ ไม่ทำตามคำสั่ง ไม่เชื่อใครทั้งสิ้น ดังนั้นการพาฟัดจี้ไปนอกบ้านจึงเป็นความท้าทายเสมอ เวลาไปดูหนังเขาจะโยนข้าวโพดคั่วใส่คนรอบข้างด้วยความสบายอกสบายใจ ฟัดจี้ทำให้พี่ชายของเขาปวดหัวและอับอายนัก แถมยังอดน้อยใจไม่ได้ที่ใครๆ สนใจน้องชายมากกว่าตัวเอง และทำเหมือนฟัดจี้เป็นเทวดาองค์น้อยๆ สุดแสนน่ารัก แม้แท้จริงแล้วเขาจะประพฤติตัวไม่ผิดกับปิศาจ

แน่ละที่ฟัดจี้ไม่เคยคิดเรื่องอย่างนี้เลย เขาร่าเริงและบ่อนทำลายไปวันๆ ด้วยความน่ารักน่าเอ็นดูและน่าขำมากเสียด้วย ฟัดจี้เป็นเด็กเจ้าเล่ห์ เวลาที่เขายิ้มมีเลศนัยนั้นเป็นสัญญาณอันตรายที่สุด อะไรก็อาจเกิดขึ้นได้ทั้งนั้นแม้แต่สิ่งที่เราไม่คาดคิด แต่ถึงอย่างไร ฟัดจี้นับถือชื่นชมพี่ชายมาก เขาอยากเลียนแบบพี่ชายไปทุกสิ่ง

ฟัดจี้เป็นตัวละครเด็กที่น่าจดจำและเป็นที่รู้จักมากที่สุดคนหนึ่ง เขากำเนิดมาในโลกวรรณกรรมเมื่อ 36 ปีที่แล้วในหนังสือ ไม่มีใครร้ายเท่าน้องเล็ก (ค.ศ. 1972) โดย จูดี้ บลูม นักเขียนวรรณกรรมเยาวชนที่เขียนเรื่องเด็กดีที่สุดคนหนึ่ง หลังจากนั้นบลูมเขียนเรื่องของฟัดจี้อีก 3 เรื่องคือ น้องเล็กยังร้ายอยู่ (Superfudge ค.ศ. 1980) น้องเล็กยิ่งร้ายใหญ่ (Fudge-a-Mania ค.ศ. 1990) และ ฟัดจี้กำลังสอง (Double Fudge ค.ศ. 2002) หนังสือชุดนี้เป็นที่รักของเด็กๆ ทั่วโลก เรื่องแรกในชุดเป็นวรรณกรรมเยาวชนปกอ่อนขายดีที่สุดตลอดกาลอันดับที่สาม จากการจัดอันดับในปี ค.ศ. 2001 ของนิตยสาร พับลิชเชอรส์วีคลี ทุกเรื่องในหนังสือชุดนี้ล้วนติดอันดับ 25 อันดับแรกในรายการหนังสือปกอ่อนขายดี (หนังสือเด็กปกอ่อนขายดีตลอดกาลอันดับหนึ่งคือ แมงมุมเพื่อนรัก ของ อี. บี. ไวต์)

ความพิเศษของฟัดจี้น่าจะอยู่ที่ จูดี้ บลูม ผู้ให้กำเนิดเขา ที่เข้าใจเรื่องของเด็กก่อนวัยรุ่นได้ดีเหลือเกิน เธอเป็นนักเขียนที่ถูกแบนมากที่สุดในอเมริกาเพราะกล้าเขียนถึงประเด็นที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึงในหนังสือเด็ก เช่น การเหยียดผิว การหย่าร้าง การมีประจำเดือน การถูกรังแก และเรื่องเพศในวัยรุ่น แต่อยากให้คุณรู้จักผลงานของเธอ แล้วจะไม่แปลกใจที่เด็กๆ ทั่วโลกรักเธอ ผลงานของบลูมขายได้กว่า 75 ล้านเล่มทั่วโลก แปลเป็นภาษาต่างๆ 26 ภาษา รวมทั้งภาษาไทย

บลูมบอกว่าจะไม่เขียนถึงเรื่องของฟัดจี้อีกต่อไป เธออยากหยุดเขาไว้ที่อายุ 5 ขวบ ขณะที่ฟัดจี้เข้าเรียนชั้นปอหนึ่ง บลูมไม่อยากเห็นเขาอายุมากไปกว่านี้ คำอุทิศของหนังสือฟัดจี้เรื่องแรกบอกเราว่าฟัดจี้มีที่มาบางส่วนจาก ลาร์รี ลูกชายของเธอเอง ซึ่งบัดนี้เขาอายุ 44 ปีแล้ว

อยากให้คุณรู้จักฟัดจี้เพราะเขาเป็นเด็กน่ารักน่าชังที่สุดคนหนึ่งในโลกหนังสือ อาจกล่าวได้ดังบทเพลง To Know Him is to Love Him ว่าการรู้จักเขาคือการตกหลุมรักเขา เพียงได้เห็นรอยยิ้มของเขา ชีวิตเราก็ควรค่าจะเกิดมา

ในฐานะผู้อ่านคนหนึ่งที่โตมากับความหลงใหลเรื่องของ จูดี้ บลูม และความหลงใหลนั้นมีจุดเริ่มต้นจากเรื่อง ไม่มีใครร้ายเท่าน้องเล็ก จึงอยากบอกคุณว่างานเขียนของเธอนั้น “ใช่ ใช่ ใช่ !”

* บทความนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกในคอลัมน์ คนในหนังสือ นิตยสาร ฅ คน ฉบับเดือนกรกฎาคม ๒๕๕๑


เกี่ยวกับผู้เขียน Judy Blume จูดี้ บลูม เกิดปี ค.ศ. 1938 ที่นิวเจอร์ซีย์ เรียนจบด้านการศึกษาจากมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก วรรณกรรมเยาวชนของเธอขายได้กว่า 80 ล้านเล่มทั่วโลก

Tales of a Fourth Grade Nothing : Judy Blume
ISBN 0-525-40720-0 E.P. Dutton 120 หน้า ปีที่พิมพ์ 1972

ฉบับแปล ไม่มีใครร้ายเท่าน้องเล็ก
เขียน จูดี้ บลูม แปล ธารพายุ โตวิระ
สำนักพิมพ์ กันยา พิมพ์ครั้งที่ 3 จำนวน 136 หน้า ราคา 20 บาท

Copyright © 2008 faylicity.com

ฟัดจ์ชอบเตียงใหม่ของเขามาก มีปัญหาเพียงประการเดียวเท่านั้น คือเขาตกเตียงทุกคืน
    -- ไม่มีใครร้ายเท่าน้องเล็ก
คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | บางตอน

หยิบมาปัดฝุ่นล่าสุด  ๑ ธันวาคม ๒๕๕๑