* home   ชั้นหนังสือ : ชวนไปรู้จัก
คืนเรือน | ชั้นหนังสือ
 
book DOCTOR GLAS : Hjalmar Soderberg

Bookดอกเตอร์กลาส

ดอกเตอร์ทีโค กาเบรียล กลาส เป็นตัวละครที่น่าประทับใจและน่าจดจำ เรารู้จักเขาจากบันทึกส่วนตัวที่เขียนในช่วงเวลาสั้นๆ เริ่มต้นจากหน้าร้อนอบอ้าวเดือนมิถุนายนถึงฤดูใบไม้ร่วงต้นเดือนตุลาคมปีเดียวกัน บันทึกนานห้าเดือนเล่มนี้กลายเป็นวรรณกรรมดีที่สุดเรื่องหนึ่งของสวีเดน

ดอกเตอร์กลาสเป็นนายแพทย์อายุสามสิบเศษๆ อาศัยในกรุงสตอกโฮล์มในบ้านที่เกิดและเติบโตมา เนื่องจากบ้านอยู่ติดโบสถ์เขาจึงมองเห็นสุสานได้จากหน้าต่าง ครอบครัวของดอกเตอร์กลาสเคยมีฐานะร่ำรวย แต่กลับยากจนเมื่อบิดาล้มละลายตอนเขาอายุสิบสี่ มารดาของเขาป่วยตายในปีต่อมา

ดอกเตอร์กลาสมีปมด้อยตั้งแต่วัยเด็กด้วยคิดว่าตัวเองเป็นคนอัปลักษณ์เหลือประมาณ เขานึกอยากหน้าตาดี แต่เมื่อโตขึ้นก็รู้ว่าตัวเองไม่ได้ดูต่างจากคนอื่นๆ อะไรนัก ซึ่งไม่ใช่ข้อน่ายินดีเช่นกัน ในวัยเด็กเขาเป็นคนทะเยอทะยานและใฝ่ดี มุ่งมานะเรียนหนังสือจนเป็นคนเก่งของชั้นเรียน แต่เมื่อจบปริญญาโทในวัย 23 ปีก็ไม่ใส่ใจจะศึกษาต่อในสาขาเฉพาะทาง กลับอยากหาเงินเลี้ยงชีพไปวันๆ ความมุ่งมั่นวัยเด็กกลับตายซากไปโดยไม่มีความทะเยอทะยานของผู้ใหญ่มาแทนที่ เขาคิดว่าที่เป็นเช่นนี้เพราะเขาเริ่มรู้จักคิด ก่อนหน้านั้นเขาไม่มีเวลาคิด

ปมในใจอีกเรื่องของดอกเตอร์กลาสคือผู้หญิง เขามีอดีตรักฝังใจในวัยเด็ก จากนั้นมาเขาก็ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหน เขาพบว่าสิ่งสำคัญจริงๆ ไม่ใช่อยู่ที่การมีความรัก แต่อยู่ที่การฝันถึงความรัก

ผู้หญิงที่เขาหลงรักล้วนเป็นผู้หญิงที่ตกอยู่ในห้วงรัก พวกเธอน่ารักหนักหนาเพราะมีผิวพรรณเปล่งปลั่งสดชื่น เพราะท่วงท่าทุกอย่างแฝงด้วยมนต์ขลังที่เร้าอารมณ์เสน่หา เขาปรารถนาผู้หญิงเหล่านี้แต่ต้องผิดหวังเรื่อยมา พวกเธอไม่เคยมองเห็นเขาในสายตาเพราะกำลังหลงรักคนอื่น เขารำพึงว่า ‘เราต่างกอดเงาและหลงรักความฝัน’

ความฝันถึงความรักเป็นสิ่งงดงามน่าชื่นชม แต่ตัวความรักเองกลับเป็นสิ่งที่ดอกเตอร์กลาสดูแคลนตลอดมานับตั้งแต่แตกหนุ่ม ความรักรังแต่จะกลายเป็นสิ่งโสมมน่ารังเกียจ การสมหวังในรักนำมาซึ่งเซ็กส์ซึ่งเป็นเรื่องน่าขยะแขยง เขาไม่อาจทำใจได้ที่พระเจ้ากำหนดให้มนุษย์ใช้อวัยวะเพื่อการปลดปล่อยของเสียเป็นอวัยวะที่ใช้กระทำการรัก ซึ่งตามมาด้วยผลลัพธ์อันน่าสะเทือนขวัญ ‘หญิงมีครรภ์คือวัตถุที่น่าตระหนก เด็กแรกเกิดนั้นน่าชิงชังรังเกียจ เตียงคนตายยังไม่น่ากลัวเท่าการคลอดบุตรซึ่งเป็นซิมโฟนีสยอง ทั้งเสียงกรีดร้อง สิ่งปฏิกูล และเลือด’

เขารู้ตัวเองว่าเป็นหมอธรรมดาคนหนึ่งที่ไม่ได้วิเศษวิโสอะไร ใครมาหาก็รักษาให้ ‘บ้างก็หาย บ้างก็ตาย ส่วนใหญ่ก็ยังอยู่ต่อไปกับความเจ็บความปวดของตน’ เขาสงสัยว่าถ้าคนไข้รู้ว่าเขาเป็นโรคนอนไม่หลับ คนไข้จะยังมาให้เขารักษาอยู่หรือไม่ เขาเปรียบชีวิตตนเองเป็นเหมือนเงาที่ฝันอยากเป็นมนุษย์ เขามีชีวิตผ่านไปวันๆ โดยไม่มีความสุข ไม่มีเรื่องน่าตื่นเต้น ไม่มีจุดหมาย

เขามีความฝันบ้างเหมือนกัน อีกห้าหกปีเขาอาจมีเงินเก็บสะสมพอจะสร้างบ้านในชนบท เขาอยากได้บ้านติดทะเลกว้างที่มองไปไกลสุดสายตาโดยไม่ต้องเห็นเกาะแก่งใดๆ บ้านนั้นต้องมองเห็นพระอาทิตย์ตกในทะเล ต้องมีต้นไม้มากๆ แต่ไม่เอาป่าสนสปรูซอย่างป่าแถวบ้านตากอากาศสมัยที่พ่อยังไม่ล้มละลาย ป่าสนสปรูซทำให้เขาสลดหดหู่เป็นที่สุด เขาอยากได้ทุ่งสีเขียวที่เป็นเนินลาดลงมายังชายหาด แต่คงหาชายฝั่งเช่นนั้นไม่ได้ คงไม่มีวันพบ แถมการสร้างบ้านยังเป็นเรื่องใหญ่โตไม่จบไม่สิ้น กินเวลาหลายปี เขาอาจตายไปเสียก่อนก็ได้ กว่าบ้านจะเข้าที่เข้าทางก็ใช้เวลาอีกสองสามปี แล้วยังต้องรออีกห้าสิบปีจึงจะเป็นบ้านที่น่าอยู่จริงๆ แถมจะให้ดีก็ควรมีภรรยา

ความฝันของเขาจึงมีชะตากรรมที่จบด้วยการทอดถอนใจ แต่แล้วจู่ๆ ก็มีเรื่องราวเข้ามาสู่ชีวิตธรรมดาของดอกเตอร์กลาส เรื่องราวนี้ทำให้เขาใคร่ครวญถึงชีวิต และรำพึงครั้งแล้วครั้งเล่าว่าเขาไม่เข้าใจชีวิตแม้แต่น้อย ‘โลกนี้ไม่ปรานีคนที่มีความรัก สุดท้ายแล้วก็มีแต่จะนำไปสู่ความมืดมิด’ ดอกเตอร์กลาสตั้งคำถามที่ท้าทายและเสียดสีเราได้คมคายเจ็บแสบ

ดอกเตอร์กลาสเป็นคนมองโลกแง่ร้ายนิดๆ แต่จริงใจกับการมองโลกของตนอย่างยิ่งยวด มุมมองต่อสรรพสิ่งของเขาและตัวละครต่างๆ น่าติดตามและให้อารมณ์ขันร้ายกาจ ดอกเตอร์กลาสมีส่วนที่ทำให้เรานึกถึงตัวละครจากนักเขียนอย่างนาโบคอฟและการ์เซีย มาร์เกซ ใครที่รักนักเขียนทั้งสองจะไม่ผิดหวังเลยที่ได้อ่านหนังสือดีมากเล่มนี้ของโซเดอร์เบิร์ก

หมายเหตุ ฉบับแปลจากภาษาสวีเดนเป็นภาษาอังกฤษใช้ภาษากระชับเรียบง่ายงดงาม ต่างจากฉบับแปลภาษาไทยที่ใช้ภาษาค่อนข้างมีรสชาติและอารมณ์ ใครรักชอบแบบใดขอเชิญเลือกอ่านได้ตามใจท่าน

* บทความในฉบับสั้นกว่านี้เล็กน้อยตีพิมพ์ครั้งแรกในคอลัมน์ Image Must Read นิตยสาร Image ฉบับเดือนกรกฎาคม ๒๕๕๔
 


เกี่ยวกับผู้เขียน ยาลมาร์ โซเดอร์เบิร์ก นักเขียน นักเขียนบทละคร กวี และนักหนังสือพิมพ์ชาวสวีเดนผู้โด่งดังที่สุดคนหนึ่ง ได้ชื่อว่าเป็น อานาตอล ฟร็องส์ แห่งสวีเดน งานเขียนของเขาทุกเรื่องใช้ฉากที่เมืองสตอกโฮล์ม เขาจับภาพบรรยากาศของเมืองช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ได้รุ่มรวย ภาษาที่สง่างามและกระชับเรียบง่ายทำให้ผลงานของเขาเป็นวรรณกรรมคลาสสิกของสวีเดน ผลงานเด่นมีเช่นนวนิยายเรื่อง Martin Bircks ungdom (Martin Birck’s Youth, 1901) และ Den allvarsamma leken (The Serious Game, 1912) รวมเรื่องสั้น Historietter (Short Stories, 1898) ผู้คนยกย่องกันว่าผลงานชิ้นเอกของเขาคือนวนิยายเรื่อง Dokter Glas (1905) ซึ่งถือเป็นนิยายสวีเดนดีที่สุดเรื่องหนึ่ง

BookDoctor Glas Hjalmar Soderberg
แปลจากภาษาสวีเดนโดย Paul Britten Austin, Anchor Books (2002) $15 (471 บาท)

บันทึกของคนเสื้อขาว ยาลมาร์ โซเดอร์เบิร์ก
แปลจากภาษาอังกฤษโดย ประสิทธิ์ ตั้งมหาสถิตกุล สนพ. สมมติ (พ.ศ. 2554) 200 บาท

Copyright © 2011 faylicity.com

เราอยากถูกรัก หาไม่แล้วชื่นชม หาไม่แล้วกลัว หาไม่แล้วชิงชังและรังเกียจ เราอยากก่อให้ผู้คนเกิดความรู้สึกบางอย่าง จิตวิญญาณคนเราสั่นสะทกกับความว่างเปล่า และปรารถนาการติดต่อไม่ว่าจะต้องแลกมาด้วยราคาใด
    -- Doctor Glas
คืนเรือน | ชั้นหนังสือ

หยิบมาปัดฝุ่นล่าสุด  ๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๔