* home   ชั้นหนังสือ : ชวนไปรู้จัก
คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | บางตอน
 
book ดอกไม้สำหรับมิสซิสแฮรีส : Paul Gallico

Bookนางแฮรีส กับชุดดิออร์ที่ปรารถนา

นางแฮรีสหวังถึงสิ่งไกลเกินหวัง สิ่งสูงส่งจนอาจเอื้อมไม่ถึงและแทบเป็นไปไม่ได้ แต่เธอมุ่งมั่นทำให้ความหวังเป็นจริงขึ้นมา แม้จะรู้ดีว่าความปรารถนานั้นฟังดูไม่เข้าท่าสำหรับใครเลย

นางเอด้า แฮรีส เป็นหญิงร่างเล็กผอมเกร็งวัยกลางคน แก้มยุ้ยเป็นสีชมพู นัยน์ตาเล็กหยีแต่คมกล้าเป็นประกาย บนใบหน้ามีแต่รอยเหี่ยวย่นจากการทำงานหนักมานานปี ผมสีเทาเป็นกระเซิง พูดสำเนียงคอกนีย์ มีบุคลิกช่างโวยวายบ๊งเบ๊ง ท่าทางกะเปิ๊บกะป๊าบ สามีของนางแฮรีสตายไปเมื่อยี่สิบปีก่อนโดยไม่ได้ทิ้งทรัพย์สมบัติอันใดไว้ให้

นางแฮรีสเป็นแม่บ้านทำความสะอาดรับจ้างในอังกฤษ ทำงานในย่านที่พักหรูหรา นางทำงานตลอดปีวันละสิบชั่วโมงตั้งแต่แปดโมงเช้าจนถึงหกโมงเย็นและวันเสาร์ครึ่งวัน แม้ทำงานให้ลูกค้าร่ำรวยก็ไม่ได้หมายความว่าชีวิตของนางจะสะดวกสบาย การงานทำให้โลกของนางแฮรีสต้องพบแต่ความสกปรกรกรุงรังตลอดเวลา วันแล้ววันเล่านางเปิดประตูไปเจอห้องลูกค้าที่เลอะเทอะยุ่งเหยิง จานชามหม้อกระทะยังไม่ได้ล้างวางกองพะเนิน พบที่นอนยับยู่ยี่ เสื้อผ้ากระจัดกระจายตามพื้น

แต่ถึงกระนั้นนางภูมิใจหนักหนาที่เมื่อออกจากห้องลูกค้าไป ห้องจะสะอาดเอี่ยมเป็นระเบียบเรียบร้อย มีแต่กลิ่นหอมรื่น นางแฮรีสรู้ว่าเมื่อกลับมาที่ห้องนี้อีกครั้ง ห้องจะสกปรกดังเดิมแต่ก็มิได้กลัดกลุ้ม เพราะนางได้ค่าจ้างชั่วโมงละสามชิลลิ่งเพื่อนิรมิตให้ห้องเหล่านี้สะอาดอีกครั้ง

ความบันเทิงในชีวิตของนางแฮรีสคือการสูบบุหรี่ จิบเหล้ายินเป็นบางครั้ง ไปร้านเหล้ามุมถนน ไปดูหนังกับเพื่อน และการกรอกตั๋วทายผลพนันฟุตบอลประจำสัปดาห์จำนวน 30 คู่ นางแฮรีสไม่เคยผิดหวังเพราะไม่เคยหวังว่าจะชนะรางวัล นางไม่ใช่แฟนฟุตบอลด้วยซ้ำไป เพียงแต่คิดว่านี่เป็นความหวังและความตื่นเต้นเร้าใจราคาถูกที่พอหาซื้อได้

ชีวิตของนางแฮรีสไม่มีที่ทางให้ความหรูหราฟุ่มเฟือย นางสวมเสื้อโค้ตเก่าคร่ำคร่า ใส่ถุงมือผ้าฝ้ายไม่เข้ากับเสื้อผ้า สวมหมวกฟางสีเขียวติดดอกกุหลาบใหญ่ ใส่รองเท้าเทอะทะขะมุกขะมอม ถือกระเป๋าหนังเทียม ไม่ว่าใครที่เห็นก็บอกได้ทันทีว่านี่คือแม่บ้านทำความสะอาดจากอังกฤษ

ความสุขแท้จริงของนางแฮรีสคือดอกไม้ นางรักดอกไม้เป็นหนักหนาและมีพรสวรรค์ในการปลูกดอกไม้ ที่บ้านนางมีต้นจิเรเนียมกว่าสิบกระถางปลูกไว้ทั่วห้อง บางครั้งลูกค้ายกดอกไม้ปักแจกันที่โรยราแล้วให้ นางจะรีบนำดอกไม้มาทำให้ฟื้นชื่นบาน บางครั้งนางซื้อดอกไม้สวยๆ เอาไปประดับห้องเมื่อถึงฤดูใบไม้ผลิ

"ตราบใดที่มีดอกไม้แกก็จะไม่รำพึงรำพันถึงชีวิตยากไร้ของตนนัก ดอกไม้พวกนี้คือทางที่แกจะหนีไปจากทะเลทรายแท่งหินทึมๆ ที่แกอาศัยอยู่นี้ แกรักสีเจิดจ้าสดใส ดอกไม้พวกนี้เป็นสิ่งที่แกจะกลับไปหาในตอนเย็น และตื่นขึ้นมาพบในตอนเช้า"

ชีวิตของนางแฮรีสเรียบง่ายสุขสงบตามอัตภาพ จนกระทั่งวันหนึ่งเมื่อจัดตู้เสื้อผ้าให้บ้านเลดี้ดานท์ สาวสังคมและภรรยานักธุรกิจผู้มั่งคั่ง นางแฮรีสเห็นสิ่งงดงามที่สุดที่เคยเห็นมาในชีวิต นั่นคือชุดราตรีสองชุดที่สวยบรรเจิดจนนางตกตะลึง นี่เป็นความงามแบบใหม่น่าตื่นเต้นกว่าดอกไม้ต่างๆ ที่แกรัก ทั้งที่ก่อนหน้านี้ดอกไม้เป็นสิ่งงดงามแท้จริงตลอดมา ชุดเหล่านี้ทำให้นางแฮรีสเคลิ้มดังต้องมนต์สะกด เลดี้ดานท์บอกว่านี่คือชุดของดิออร์ นางแฮรีสรำพึงว่าชุดพวกนี้คงแพงมาก จึงได้รู้ว่าชุดหนึ่งราคา 450 ปอนด์ (ประมาณ 28,200 บาท หนังสือเรื่องนี้เขียนในปี ค.ศ. 1958)

นางแฮรีสคิดว่า “ฉันจะเอาเงินมากมายขนาดนั้นมาจากไหน” นางคงต้องถูกล็อตเตอรี่แต่ใครๆ ก็รู้ว่าโอกาสถูกรางวัลใหญ่นั้นห่างไกล “ราวดวงดาว” แต่นางจดจ่อใจกับเสื้อผ้าดิออร์เข้าเสียแล้ว อยากเป็นเจ้าของชุดเช่นนั้นจับจิตจับใจ “เวลาไปไหนก็รู้ว่ามันแขวนอยู่ในตู้เสื้อผ้า กลับมาบ้านเปิดตู้ดูก็จะเห็นมันแขวนรออยู่ แสนละเมียดละไมต่อสัมผัส เจริญตา และแสนอิ่มเอมที่ได้เป็นเจ้าของ ราวกับว่าการได้เป็นเจ้าของอาภรณ์งามประณีตบรรเจิดชุดนั้น จะทดแทนทุกสิ่งทุกอย่างที่แกขาดไปในชีวิตนี้เพราะความยากไร้ สถานะกำเนิด และชั้นในสังคมได้”

แม้นางจะรู้ว่าความปรารถนานี้ไม่มีเหตุผล แม้จะได้ชุดมาแล้วก็ใช่ว่าจะใส่ไปที่ไหนได้ แต่แกก็อยากได้---อยากได้ชุดของดิออร์หนักหนา ความปรารถนานั้นเป็นได้ทั้งแรงบันดาลใจและเครื่องทรมาน หากนางแฮรีสคิดว่าชั่วชีวิตนี้คงไม่มีทางเป็นเจ้าของชุดดิออร์ นางคงได้แต่ผิดหวังและขมขื่น ทว่าปรารถนานี้กลับนำความสุขอบอุ่นชนิดใหม่เข้ามาในหัวใจ แม้วันคืนในอังกฤษอาจมีอากาศอับชื้นซึมเซา แต่นางสุขใจตลอดวัน นี่คืออาการตกหลุมรักมิใช่หรือ

เมื่อมีความรัก แม้แต่วันที่หม่นหมองก็ยังสดชื่นเพราะหัวใจเราเรืองรองผ่องใสด้วยความรักนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างดูดีไปหมด หัวใจของนางแฮรีสไม่ว่างเปล่า นางกำลังรักชีวิต

ดังนั้นนางจึงลุกมาจัดทำรายการรายรับรายจ่าย คำนวณว่าต้องเก็บเงินนานเท่าใดจึงจะมีเงินซื้อชุดดิออร์ และสำหรับค่าตั๋วเครื่องบินไปซื้อที่ปารีส เพื่อการนี้ แกเลิกดูหนัง อดบุหรี่ อดเหล้ายิน เลิกซื้อดอกไม้ตามฤดูกาล บางครั้งก็เดินแทนขึ้นรถเมล์ เลิกซื้อหนังสือพิมพ์แต่รออ่านฉบับเก่าที่ลูกค้าทิ้ง

สองปีเจ็ดเดือนสามสัปดาห์กับอีกหนึ่งวัน นางมีเงินเก็บพอไปปารีส นางแฮรีสหมายใจว่าจะไปเลือกซื้อชุด กินอาหารกลางวัน แล้วขึ้นเครื่องบินกลับในคืนนั้น แม่บ้านรับจ้างผู้นี้จึงขึ้นเครื่องบินและไปห้องเสื้อชื่อดัง เมื่อก้าวเข้าไปยังอาคารโอ่โถงหรูหราแห่งนั้น นางไม่เห็นเสื้อแขวนไว้ที่ไหนเลย จึงเอ่ยปากถามคนที่นางพบคนแรกว่า

“อ้อ อยู่กรงนี้เอง ช่วยบอกหน่อยได้ไหมคะว่าเขาแฝนชุดไว้กรงไหน”

เสียงและสำเนียงแบบนี้ไม่เคยมีใครได้ยินมาก่อนในที่นี้ แต่แล้วเรื่องราวของแม่บ้านรับจ้างจากลอนดอนผู้เก็บเงินมาปารีสเพื่อซื้อชุดดิออร์ก็กระจายไปทั่วสำนักเสื้อ ใครๆ ก็อยากเห็นนางแฮรีส ไม่เว้นแม้แต่เจ้าของสำนัก

การเดินทางสู่ความปรารถนาของนางแฮรีสครั้งนี้ทำให้ได้รู้จักผู้คนจำนวนมาก ทั้งผู้จัดการสำนักเสื้อ หัวหน้าแผนกบัญชีหนุ่ม นางแบบชื่อดัง นางแฮรีสเปลี่ยนแปลงชีวิตผู้คนเหล่านี้อย่างน่าอัศจรรย์ ส่วนตัวนางเองก็ได้มิตรภาพและประสบการณ์ดีงาม

หนังสือเรื่องนี้เปิดเรื่องเมื่อนางแฮรีสอยู่บนเครื่องบินสู่ปารีส น่าติดตามการเดินทางสู่ความฝันของหญิงผู้นี้ เรื่องนี้เขียนดังนิทานแสนหวาน แต่มีเสน่ห์น่ารักที่ทำให้เรายิ้มและรักนางแฮรีส

เพราะแม่บ้านรับจ้างผู้นี้ปรารถนาบางสิ่งมากเสียจนยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มา เธอบอกเราว่า

“ถ้าคุณอยากได้อะไรจริงๆ มันก็ย่อมมีทางเสมอ”

* บทความนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกในคอลัมน์ คนในหนังสือ นิตยสาร ฅ คน ฉบับเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๑


เกี่ยวกับผู้เขียน Paul Gallico (ค.ศ. 1897 - 1976) พอล กาลลิโค เกิดที่นิวยอร์ก สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ทำงานเป็นผู้เขียนข่าวกีฬาและบรรณาธิการข่าวกีฬาของหนังสือพิมพ์นิวยอร์กเดลีนิวส์ กาลลิโคประสบความสำเร็จจาการเขียนเรื่องสั้น โดยเฉพาะเรื่อง The Snow Goose (1940) ที่ได้รับรางวัลโอเฮนรี่ เขา มีผลงานนวนิยายและเรื่องสั้นจำนวนมาก ผลงานหลายเรื่องของเขาถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์

Mrs. 'Arris Goes to Paris : Paul Gallico
ISBN 1558820213 International Polygonics 157 หน้า ปีที่พิมพ์ 1989

ฉบับแปล ดอกไม้สำหรับมิสซิสแฮรีส
เขียน พอล กาลลิโค แปลเรียบเรียง ‘บัญชา’
ISBN 974-7371-58-8 สำนักพิมพ์ สร้างสรรค์-วิชาการ พ.ศ. 2535 จำนวน 138 หน้า ราคา 42 บาท

Copyright © 2008 faylicity.com

ถ้าคุณอยากได้อะไรจริงๆ มันก็ย่อมมีทางเสมอ
    -- ดอกไม้สำหรับมิสซิสแฮรีส
คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | บางตอน

หยิบมาปัดฝุ่นล่าสุด  ๑ ธันวาคม ๒๕๕๑