| มาทิลดา นักอ่านสุดวิเศษ : Roald Dahl |
หมายเหตุ : ปัจจุบัน ผู้เขียนแนะนำหนังสือเป็นบรรณาธิการในคณะบรรณาธิการสำนักพิมพ์ผีเสื้อ ซึ่งจัดพิมพ์หนังสือเล่มนี้
โรอัลด์ ดาห์ล เปิดเรื่องนี้ด้วยคำกล่าวว่าพ่อแม่ส่วนใหญ่นิยมชมชื่นลูกของตนเอง ไม่ว่าลูกเป็นเด็กน่าชังสักเพียงไร พ่อแม่จะคิดว่าลูกเป็นเด็กน่าอัศจรรย์ใจเสมอ ผู้เล่าเรื่องบอกจากใจว่าถ้าเขาเป็นครูแล้ว จะตอกกลับพ่อแม่ชนิดนี้ให้สาสมโดยเขียนลงสมุดพกนักเรียน เช่นว่า เด็กชายแม็กซิมิเลี่ยน บุตรของท่าน เป็นนักเรียนที่ใช้ไม่ได้ ผมหวังว่าท่านคงจะมีธุรกิจในครอบครัว เมื่อเขาออกจากโรงเรียน จะได้ให้เขาทำธุรกิจนั้น เพราะผมมั่นใจเหลือเกินว่าเขาจะไม่มีทางหางานที่อื่นได้แน่ แต่ยังมีพ่อแม่อีกประเภทหนึ่ง ที่มีลูกแสนประเสริฐแต่กลับไม่ให้ความสนใจ ไม่รู้คุณค่า ดังเช่นพ่อแม่ของ มาทิลดา ซึ่งเป็นเด็กพิเศษน่าอัศจรรย์ ทว่าพ่อแม่กลับมองเด็กหญิงเป็นเพียงสะเก็ดแผล "สะเก็ดแผลก็คือ--- สิ่งที่คุณจำต้องทนมีไว้จนกว่าจะถึงเวลาที่คุณลอกมันออกและสลัดทิ้งไป" มาทิลดาพิเศษอย่างไรหรือ เธอเป็นเด็กฉลาด เรียนรู้เร็ว อ่านหนังสือออกเองตั้งแต่อายุสามขวบ มาทิลดารักการอ่านเป็นหนักหนา เมื่อพ่อแม่ไม่ซื้อหนังสือให้เธอจึงไปห้องสมุดเอง เมื่อมาทิลดาอายุสี่ขวบกว่า เธอเริ่มอ่านหนังสือ Great Expectations ของดิคเก้นส์ สำหรับมาทิลดา "หนังสือนำเธอท่องเที่ยวไปยังโลกใหม่ๆ ชักนำเธอให้รู้จักผู้คนที่น่าอัศจรรย์ เธอได้ท่องเที่ยวไปทั่วโลก ขณะนั่งอยู่ภายในห้องเล็กๆ ของเธอเอง" พ่อของมาทิลดาชอบก่นด่าลูกสาวด้วยถ้อยคำใจร้ายเสมอๆ เช่นบอกว่าเธอโง่เง่าเซ่อซ่า ครอบครัวมาทิลดากินข้าวเย็นในห้องนั่งเล่น โดยเสพอาหารสำเร็จรูปไปพลางดูโทรทัศน์ไปพลาง บรรยากาศช่างดูหลอกหลอนเสียดสีเช่นเดียวกับฉากครอบครัวในหนัง American Beauty ครั้งหนึ่งมาทิลดาขออนุญาตบิดาไปกินอาหารในห้องอาหาร เพื่อจะได้อ่านหนังสือไปด้วย แต่พ่อไม่ยอมโดยบอกว่า "เวลากินอาหารค่ำเป็นเวลาที่ทุกคนในครอบครัวอยู่พร้อมหน้ากัน" นับเป็นตลกร้ายกาจยิ่งนัก มาทิลดาคิดแก้เผ็ดพ่อแม่ตนเองด้วยวิธีต่างๆ นานา จนกระทั่งมาทิลดาเข้าโรงเรียนและได้พบผู้ร้ายคนใหม่ เป็นครูใหญ่ชื่อครูเขาวัว ครูใหญ่หญิงคนนี้เป็นตัวละครน่าประทับใจที่สุดคนหนี่งในโลกวรรณกรรม ด้วยมีบุคลิกเฉพาะตัวที่ตราตรึงใจ คุณครูเขาวัวมีร่างยักษ์ เหมือนอสุรกายที่ดุร้าย เหมือนแรดกำลังโมโห ยามปรากฏตัวนั้น "ดูคล้ายหมาล่าเนื้อซึ่งค่อนข้างบ้าและกระหายเลือด" ยามเจรจาหล่อน "กระชากเสียงเหมือนเห่า" ครูเขาวัวเคยเป็นนักขว้างฆ้อนทีมชาติในกีฬาโอลิมปิกจึงแข็งแรงมาก มีกล้ามเนื้อเป็นมัดๆ หล่อนมีรังสีแห่งการคุกคามที่แผ่มาแต่ไกล ยามเดินเหินนั้น "ถ้าบังเอิญมีกลุ่มเด็กขวางทาง หล่อนก็จะตะลุยฝ่าราวกับรถถัง เด็กเล็กๆ จะกระเด็นไปทั้งซ้ายทั้งขวา" หนังสือเปรียบยามเธอเดินเหมือนโมเสสที่ทะเลแดงต้องแหวกออกเพื่อเธอ บรรยากาศน่าสะพรึงกลัวของครูเขาวัวยิ่งน่าพรั่นพรึงมากขึ้น ด้วยเธอเกลียดชังเด็กเล็กๆ โดยมองเด็กเป็นสิ่งโสโครกน่าขยะแขยง นับเป็นเรื่องลึกลับว่าเธอมาเป็นครูได้อย่างไร โรงเรียนในอุดมคติของครูเขาวัวคือ "โรงเรียนที่ไม่มีเด็กเลย" วาจาที่เธอเรียกขานเด็กๆ นั้นสร้างสรรค์มาก อ่านได้เพลินใจตลอดเรื่อง เช่น ไอ้หัวขี้เท่อ ไอ้ฝีหัวช้างเหม็นเน่า ไอ้เหงือกรำมะนาด ไอ้หูด เมื่อมาทิลดาพบกับครูเขาวัว ได้เกิดปาฏิหาริย์ขึ้นสามครั้ง น่าติดตามว่าอัศจรรย์เหล่านั้นคืออะไรหนอ หนังสือเล่มนี้บอกความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่-ลูก ครู-นักเรียน และผู้ใหญ่-เด็ก ในรูปแบบที่ไม่เห็นกันบ่อยนักในหนังสือเด็ก เขาเล่าถึงพ่อแม่น่าชัง คุณครูที่โหดร้ายผิดมนุษย์ เด็กๆ ที่แข็งขืนและหาวิธีต่อต้านผู้ใหญ่ เรื่องนี้มีความมืดมนและอารมณ์ขันร้ายกาจจำนวนมากเช่นเดียวกับหลายเรื่องของดาห์ล แง่มุมมืดมนในเรื่องของดาห์ลที่มักบอกว่าผู้ใหญ่และครูเป็นศัตรูของเด็ก ทำให้ผู้ใหญ่จำนวนมากไม่ชอบหนังสือของเขา ทว่าวรรณกรรมเยาวชนคลาสสิกจำนวนมากล้วนมีความมืดมนอยู่ด้วยเสมอมิใช่หรือ ลองนึกถึงจินตนาการแสนแปลกใน อลิซในแดนมหัศจรรย์ เรื่องของความตายและการจากพรากน่าใจหายใน แมงมุมเพื่อนรัก และพ่อมดมหัศจรรย์แห่งอ๊อซที่บอกให้โดโรธีออกฆ่าแม่มด แม้ผู้เขียนจะแสดงความไม่น่าปรารถนาของสังคมเอาไว้ในเรื่อง แต่เขาแสดงสิ่งน่าอัศจรรย์ใจไว้เช่นกัน เช่นความสำคัญและความเบิกบานของการอ่าน ถึงจินตนาการของเด็กเล็กๆ ที่เป็นเรื่องมหัศจรรย์กว่าสิ่งใด มาทิลดาเป็นเด็กพิเศษ แต่ความพิเศษของเรื่องนี้คือเป็นเรื่องบันเทิงแสนเพลิดเพลินใจ มาทิลดาบอกไว้ตอนหนึ่งว่า "เด็กๆ ไม่คร่ำเคร่งเหมือนผู้ใหญ่ แล้วเด็กๆ ก็ชอบหัวเราะด้วย" หนังสือเล่มนี้จะทำให้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่หัวเราะ * บทความนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกในคอลัมน์ IMAGE Must Read นิตยสาร IMAGE ฉบับเดือนมกราคม ๒๕๕๐
มาทิลดา นักอ่านสุดวิเศษ (Matilda) : โรอัลด์ ดาห์ล
Copyright © 2007 faylicity.com จักจั่นมีวงจรชีวิตเป็นตัวอ่อนอยู่ใต้ดินนานถึงหกปี---และใช้เวลาเป็นแมลงอิสระในแสงแดดกับอากาศไม่เกินหกวัน เด็กชายวิลเฟร็ด บุตรของท่าน ใช้เวลาเป็นดักแด้อยู่ในโรงเรียนนี้หกปีแล้ว เรายังคงรอให้เขาโผล่ออกมาจากเปลือกหุ้มตัวเสียที |
|
หยิบมาปัดฝุ่นล่าสุด ๑ เมษายน ๒๕๕๐ |