* home   ชั้นหนังสือ : ชวนไปรู้จัก
คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | บางตอน
 
book เท่ารักเธอ : อรุณี ศรีสุข

Book"หรือแท้จริงแล้วความรักมีเหลืออยู่ในโลกนี้น้อยเต็มที" (หน้า 48)

เราเคยได้ยินเรื่องราวความรักมานับไม่ถ้วน มีกี่เรื่องที่ติดในความทรงจำ เท่ารักเธอ เป็นนิยายรักร่วมสมัยที่พาผู้อ่านเข้าสู่เนื้อเรื่องได้จับจิตจับใจมาก จากบทนำที่ดูจะบอกว่าเรื่องทั้งหมดมีส่วนจริง ว่าผู้เขียนอยากให้อภัยตัวเองที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องที่ผ่านมา แม้ในวันนี้จะไม่เหลือใครให้ขอโทษ ตามด้วยเนื้อเพลง 'เท่ารักเธอ' ของ ตุ๊ แครี่ออน อันเป็นที่มาของชื่อเรื่อง บางตอนของเนื้อเพลงคือ

เธอคงก้าวมา จากฟ้าเดียวกัน / เธอคงเคยฝันเหมือนฉันใช่ไหม / เธอคงเคยคิด สักวันต้องมีใคร อยู่ข้างเคียง
เธอคงตามหา ความรักเช่นกัน / เธอคงคอยวัน เรียนรู้ความจริง / เธอคงเคยคิด สักวันได้รักใคร เท่ารักเธอ

เรื่องเปิดด้วยบทนำว่า "ทุกอย่างมันยังชัดเจนในความทรงจำของฉันเสมอ ถึงแม้มันจะผ่านไปแล้วสิบปี…ไม่นานนัก แต่ทำไมฉันถึงได้รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงในชีวิตเธอมากมายขนาดนี้…และถ้าฉันย้อนเวลากลับไปได้"

ถึงตอนนี้ ผู้อ่านก็ตั้งใจอยากฟังเรื่องราวหนหลังครั้งนี้เสียแล้ว

เรื่องเกิดขึ้นปี 2538 เล่าการพบกันของ แป้ง ผู้หญิงตัวโต มั่นใจตัวเอง นิ่งๆ ดูเป็นสาวไฮโซเท่เก๋ และ พี่อิท หนุ่มผมยาวนัยน์ตาโศกท่าทีนุ่มนวล การพบกันครั้งนี้ทำให้เพื่อนรักของแป้งใจหายวาบ เนื่องจากรู้พิษสงและเสน่ห์ชายผู้นี้ดี เธอกลัวเพื่อนรักจะตกหลุมดำจึงรีบตักเตือน อย่างไรก็ไม่น่าห่วงนัก เพราะแป้งจะไปเรียนต่ออเมริกาภายในไม่กี่เดือน แต่แล้วความรักกลับก่อตัวขึ้น

ดังที่เรารู้อยู่ว่ารักเกิดได้ ไม่เลือกคน เวลา สถานที่

เรื่องรักนี้ไม่ได้เล่าแต่ความรักของหญิงชาย ยังมีรักของพ่อแม่ลูก ซึ่งจริงแท้แน่นอนกว่ารักใด มีรักระหว่างเพื่อนแสนดี เป็นรักให้กำลังใจว่าฉันจะอยู่ข้างเธอเสมอ เวลาเธอล้มลง

มีเรื่องรักที่ไม่อาจเป็นไปได้ เช่นหญิงสาวตกหลุมรักชายผู้มีครอบครัวแล้ว หรือแม้แต่รักคนมีแฟนแล้ว

เท่ารักเธอ เล่าเรื่องรักทั้งหมดนี้ได้ดี อ่านแล้วน่าประทับใจและสนุก เช่นคำเตือนเมื่อเพื่อนเราไปรักคนมีเจ้าของแล้ว ทำโดยการให้หนังสือเพื่อน เรื่อง ความรักของเธอ เผาครอบครัวเขาให้เป็นจุณ ฉากนี้เปลี่ยนจากบทโศกเป็นขำได้ทันที

นิยายนี้เป็นเรื่องร่วมสมัยที่ไม่ใช่วัยรุ่นจ๋า หรือจะว่าไปแล้ว นี่คือเรื่องของวัยรุ่นเมื่อสิบปีที่แล้ว ใครเป็นวัยรุ่นหรือวัยรื่นในยุคนั้นจะผูกใจหนังสือได้ชะงัด เนื่องจากบันทึกสังคมช่วงหนึ่ง ช่วงที่เราสดใสเบิกบานและตกหลุมรัก สมัยที่เราไปเดินสยามไม่รู้เบื่อหน่าย และสีสันยามราตรีคืออาร์ซีเอ ถนนที่ร่าเริงทุกค่ำคืน สมัยที่สาวๆ มีฮีโร่คือพี่ปุ๊ อัญชลี จงคดีกิจ

เล่มนี้กล่าวถึงยุคสมัยจำนวนมาก เอ่ยนามศิลปินต่างๆ ลงบทเพลงที่อยู่ในดวงใจเราหลายคน อ่านแล้วร้องเพลงตามให้ใจระทดระทม

นอกจากเรื่องรัก ในเล่มยังบันทึกการเดินทางไปเชียงใหม่ที่อ่านสนุกมาก ที่นั่นเอง ความรักของบางคนก่อกำเนิดขึ้น ที่นั่นเองเกิดเนื้อเรื่องอ่านเพลิน ผู้เขียนเล่าเรื่องเก่งเสียจริง เป็นเรื่องน่ารักใคร่ ผสมน่ากินจากรายการอาหารต่างๆ เช่นข้าวซอย ส้มตำ ไก่ย่าง ปลาเผา กุ้งเต้น แกงฮังเล จิ๊นหมู แกงโฮะ นึ่งไก่นา น้ำพริก

ผู้เขียนเล่าเรื่องสนุก มีชีวิตชีวา อ่านแล้วผูกใจยิ่งนัก เสมือนผู้อ่านเป็นส่วนหนึ่งในเรื่อง เป็นตัวละครที่ไม่มีใครมองเห็นตัว เราได้ร่วมในสุขทุกข์ ในยามหัวใจแตกละเอียด ได้ร่วมหัวเราะและร้องไห้ไปกับตัวละครต่างๆ

การเขียนเรื่องนี้ยังมีลักษณะพิเศษหนึ่ง คือบอกในสิ่งที่นิยายไทยไม่ค่อยกล่าวถึง เช่นผู้หญิงในเรื่องนี้สูบบุหรี่ ดื่มเหล้า ทั้งยังบอกว่า "ในยุคนั้นใครสูบถือเป็นเรื่องน่ารังเกียจมาก" รวมถึงการกรีดข้อมือ "ที่ถือเป็นข้อบังคับความเท่" ภาษาคุยกันระหว่างเพื่อนหญิงคือมึงกู เรียกสรรพนามไอ้อี รวมถึงคำที่สังคมเห็นว่าหยาบคายต่างๆ

คำว่ามึง กู สำหรับฉันและแป้งดูเป็นคำสุภาพที่สุดระหว่างกัน และแสดงถึงความสนิทสนมกันเป็นพิเศษ (หน้า 24)

ภาษาพูดเป็นภาษาคนรุ่นปัจจุบัน ซึ่งมีการทับศัพท์จำนวนไม่น้อย เช่น ไทพ์, ดัมพ์, พรีเซ้นต์, ดีล

เรื่องนี้สะท้อนสังคมและชนชั้นไว้ด้วย สังคมของแป้งคือผู้เรียนจบจากมหาวิทยาลัยเอกชนชั้นนำ "ทันสมัย โมเดิร์น ทุกคนพูดภาษาอังกฤษเป็นไฟ … แทบทุกคนมีรถขับกันตั้งแต่ปีหนึ่ง" ในขณะที่พี่อิทเป็นคนนอก แทบจะเป็นน้ำกับน้ำมันที่ไม่อาจร่วมสังคมกันได้ เมื่อเรียนจบ คนในสังคมของแป้งต่างทำงานบริษัทฝรั่ง "ล้วนแต่ทำงานวงการไฮโซทั้งนั้น" สังคมนี้เท่และเก๋ไก๋

อิทฝันอยากทำอัลบั้มเพลงของตัวเอง ผู้เขียนบอกว่า "คนที่มีโอกาสได้ทำอัลบั้มล้วนแล้วแต่ต้องมีเครดิตจากที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเรียนดนตรีจากเมืองนอกมา และแถมต้องมีชาติตระกูลเป็นทุนเดิม"

ความรักของอิทจึงไม่เพียงต้องชนะหัวใจ เขาต้องก้าวข้ามผ่านชนชั้นและต้องดั้นด้นไปถึงอเมริกาเสียด้วย

อยากแนะนำให้อ่านเรื่องรักนี้ หน้าปกบอกว่าเป็น 'เรื่องรักสำหรับคนที่มีหัวใจขาดวิ่น' แต่ไม่ว่าจะขาดวิ่นหรือใจสีชมพูก็ขอแนะนำให้อ่าน เรื่องนี้น่าประทับใจ ทำให้เราถามตัวเองหลายอย่าง

เช่นว่าหากย้อนเวลากลับไปได้ เราจะเปลี่ยนแปลงอะไรไหม แน่หรือว่าเราอยากเปลี่ยนจริงๆ ด้วยทุกอย่างที่ผ่านมา ทุกประสบการณ์ ทุกบาดแผล ทุกความทรงจำ ล้วนทำให้เราเป็นตัวเองในวันนี้

ใช่หรือไม่ว่าความรักนั้นเปลี่ยนรูปแบบไปเรื่อย ตกตะกอนจนเข้าอกเข้าใจ เรารู้ว่าต่อไปจะประคองตัวและหัวใจให้ดีขึ้น จะเติบโต เรียนรู้มากขึ้น

แต่จะเป็นอย่างนั้นจริงหรือไม่ เราไม่เคยรู้

* บทความนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกในคอลัมน์ IMAGE Must Read นิตยสาร IMAGE ฉบับเดือนเมษายน ๒๕๕๐


เกี่ยวกับผู้เขียน อรุณี ศรีสุข เคยทำงานที่สหมงคลฟิลม์และเอเจนซีโฆษณาต่างๆ เป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งโรงภาพยนตร์ House เป็นเจ้าของบาร์บาหลี ถนนพระอาทิตย์ ปัจจุบันทำงานเกี่ยวกับเทศกาลหนัง

เท่ารักเธอ : อรุณี ศรีสุข
ISBN 974-9702-47-6 สุดสัปดาห์ 195 หน้า ราคา 135 บาท ปกอ่อน ปีที่พิมพ์ ๒๕๔๙

Copyright © 2007 faylicity.com

ฉันรู้สึกว่าชีวิตคนเรามันสั้นนัก...เราไม่มีวันได้รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในวันข้างหน้า เราจะสามารถรักใครได้มากมายถึงเพียงไหน เราจะมีความฝันยาวไกลเพียงใด เรามักคิดว่าการผิดพลาดในชีวิตเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ กำหนดไม่ได้ จริงหรือ... มันเป็นคำถามคาใจที่ฉันยังหาคำตอบไม่ได้
-- อรุณี ศรีสุข เท่ารักเธอ
คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | บางตอน

หยิบมาปัดฝุ่นล่าสุด  ๑ มิถุนายน ๒๕๕๐