* home   ชั้นหนังสือ : ชวนไปรู้จัก
คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | บางตอน
 
book ผมไม่กลัว : Niccolo Ammaniti

Bookหมายเหตุ : ผู้เขียนแนะนำหนังสือเป็นบรรณาธิการในคณะบรรณาธิการสำนักพิมพ์ผีเสื้อ ซึ่งจัดพิมพ์หนังสือเรื่องนี้ และเป็นผู้ตรวจทานในคณะผู้ตรวจทานหนังสือเรื่องนี้

มิเกเล่เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในฤดูร้อนเมื่อเขาอายุ 9 ขวบ ปีนั้นคือปี ค.ศ. 1978 เป็นช่วงปิดเทอม ฤดูร้อนนั้นอากาศร้อนเหลือแสน เป็นฤดูที่อากาศร้อนที่สุดในรอบศตวรรษ ดวงอาทิตย์ย่างทุกอย่างให้ไหม้เกรียม "ความร้อนแทรกลงสู่ก้อนหิน ดินแตกระแหง พืชแห้งกรอบ สัตว์เลี้ยงล้มตาย ในบ้านร้อนดุจนรก ... ดวงอาทิตย์กระชากลมหายใจ เรี่ยวแรง ความอยากเล่น และทุกสิ่งทุกอย่างไปจากเรา แม้ยามค่ำคืนก็สุดทนไม่ต่างกัน"

มิเกเล่พักในหมู่บ้านชนบทเล็กๆ ทางตอนใต้ของอิตาลี อันที่จริงจะเรียกว่าหมู่บ้านก็ฟังดูแปลก เพราะมีเพียงบ้านหลังเล็กซอมซ่อสี่หลัง และคฤหาสน์ใหญ่หนึ่งหลัง ล้อมรอบด้วยทุ่งข้าวสาลีไกลสุดตา มิเกเล่ผ่านหน้าร้อนอบอ้าวและเชื่องช้านั้นไปกับการเล่นกับเด็กๆ ในละแวกบ้าน วันหนึ่งเด็กๆ เล่นวิ่งแข่งกันขึ้นเนินเขา เด็กๆ ไปเจอบ้านร้างเก่าๆ ผุพังบนเนินเขา มีเพียงมิเกเล่ที่พบหลุมแห่งหนึ่งในบริเวณบ้านร้างนั้น หลุมนั้นกว้างยาวสองเมตร ลึกสองเมตรครึ่ง เมื่อเปิดปากหลุม มิเกเล่ได้กลิ่นเหม็นคลุ้งชวนอาเจียน เขามองลงไปในหลุม สิ่งที่เห็นทำให้เขาแทบเป็นลม เขาไม่บอกใครเรื่องหลุมนี้เลย

สิ่งที่มิเกเล่พบและเหตุการณ์ที่ดำเนินต่อไปเปลี่ยนแปลงความเยาว์วัยของเขา ตอนนั้นมิเกเล่กลัวปิศาจ กลัวแม่มดที่คอยจับเด็ก ยักษ์กินคน มนุษย์หมาป่า ยิปซี ปิศาจเหล่านี้เคยทำให้มิเกเล่คอยฝันร้าย แต่ฤดูร้อนนั้น สิ่งที่มิเกเล่พบในความจริงยามกลางวันแสกๆ โหดร้ายน่ากลัวกว่าปิศาจในจินตนาการมาก เป็นจริงอย่างที่พ่อของมิเกเล่บอกไว้ว่า

"หยุดพูดเรื่องปิศาจได้แล้ว มิเกเล่ ปิศาจไม่มีจริงหรอก คนต่างหากที่ลูกต้องกลัว ไม่ใช่ปิศาจ"

จริงแท้เช่นนั้น มิเกเล่ได้รู้ว่าคนเราน่ากลัวและอันตรายยิ่งกว่าปิศาจ โดยเฉพาะเมื่อเป็นคนใกล้ตัว มิเกเล่เป็นเด็กธรรมดาๆ ที่ต้องเจอสิ่งหนักหนาสาหัสเกินกว่าที่เขาจะเข้าใจและรับมือได้ แต่มิเกเล่สู้กับความกลัวของตนเอง เขาได้รู้ว่าเรากล้าหาญได้เพื่อใครบางคน แม้ใครบางคนนั้นจะเป็นคนแปลกหน้า

น่าแปลกที่มนุษย์อาจร้ายกาจต่อกันได้อย่างคาดไม่ถึง แต่มิเกเล่แสดงให้เห็นว่ามนุษย์ดีงามต่อกันได้อย่างน่าทึ่งเช่นกัน ฤดูร้อนปีนั้นเปลี่ยนชีวิตของมิเกเล่ เขาจะไม่มีวันลืมหน้าร้อนนั้น เช่นเดียวกับใครที่อ่านเรื่องนี้จะไม่มีวันลืม

หนังสือเรื่องนี้เขียนดีมาก เป็นเรื่องมืดมน มีฉากหลอนๆ น่ากลัวไม่น้อย ขณะอ่านเราคาดเดาไม่ได้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป ผู้เขียนตรึงให้เราอยู่กับเนื้อเรื่องนี้ไปจนจบ ซึ่งเป็นบทจบที่ทำให้หัวใจสลาย

มีเรื่องของฤดูร้อนวัยเยาว์ที่เปลี่ยนแปลงชีวิตเราหลายเรื่องที่น่าประทับใจ เช่น The Body ของสตีเฟน คิง (หรือ Stand By Me ในฉบับภาพยนตร์) แต่ก็เช่นเดียวกับเรื่องรัก แม้โลกนี้จะมีเรื่องรักดีๆ จำนวนมาก แต่ยังมีคนเล่าเรื่องรักที่ดีจับใจเรื่องใหม่ได้อยู่เสมอ ผมไม่กลัว เป็นนิยายวัยเยาว์ที่แสนดีเรื่องหนึ่ง ย้อนอดีตไปยังสมัยที่ไม่มีคอมพิวเตอร์ เด็กๆ เล่นกันนอกบ้านตามถนน ด้วยการขี่จักรยาน หรือเล่นเกมต่างๆ เช่นเตะบอล เล่นซ่อนหา ตั้งเต เรื่องนี้จะทำให้เรานึกถึงความโหดร้ายของเด็ก การทรยศของเพื่อนรัก ฤดูร้อนที่นิ่งหน่ายราวจะไม่มีที่สิ้นสุด เด็กๆ รอให้ถึงวันเปิดเทอมแทบไม่ไหว

ผู้เขียนเป็นนักเขียนที่เก่งจริงๆ ทุกอย่างในเรื่องพอดีไม่ขาดไม่เกิน รายละเอียดทุกสิ่งกลับมาประสานกันลงตัวและเยือกเย็นในตอนจบ อ่านเรื่องนี้แล้วจะไม่ลืมคำว่า "หมีน้อยซักล้าง" ขณะอ่านเรารู้สึกถึงความร้อนเร่า ทั้งของอากาศ และความร้อนรุ่มในใจมิเกเล่

อยากแนะนำให้อ่านหนังสือดีเรื่องนี้อย่างยิ่ง น่าเสียดายหากใครจะพลาดเรื่องดีเช่นนี้ไป

อ่านจบแล้วอดนึกถึงบทกวีเปิดเรื่อง The Miraculous Journey of Edward Tulane ไม่ได้ เพราะช่างเหมาะเจาะกับเรื่องนี้ยิ่งนัก

หัวใจแตกสลายและแตกสลาย
และอยู่ต่อไปด้วยอาการแตกสลาย
เป็นเรื่องจำเป็นที่ต้อง
ผ่านความมืดและมืดมิด
โดยไม่หันหลังกลับ
-- จาก The Testing-Tree โดย สแตนลีย์ คูนิตซ์

บทความที่เกี่ยวข้อง * I'm Not Scared


เกี่ยวกับผู้เขียน Niccolo Ammaniti นิกโกโล อัมมานิติ เกิดที่กรุงโรม เมื่อปี ค.ศ. 1966 นิยายเรื่องแรกที่ตีพิมพ์คือ Branchie! (1994) ผลงานเขียนหลายเรื่องของเขาถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ เรื่อง ผมไม่กลัว แปลจาก IO NON HO PAURA (2001) เป็นนิยายขายดีที่ได้รับรางวัลวรรณกรรมมากมาย รวมทั้งรางวัลวิอาเรจโจ ราปาชิ ซึ่งเป็นรางวัลวรรณกรรมสำคัญของอิตาลี นิยายเรื่องนี้แปลเป็นภาษาต่างๆ มากกว่า 20 ภาษา และสร้างเป็นภาพยนตร์ ฉายครั้งแรกในงานเทศกาลภาพยนตร์เบอร์ลิน ค.ศ. 2003

ผมไม่กลัว : นิกโกโล อัมมานิติ
แปลจากภาษาอิตาลีโดย งามพรรณ เวชชาชีวะ
ISBN 978-974-14-0359-9 ผีเสื้ออิตาลี 296 หน้า ราคา 197.50 บาท ปกอ่อน ปีที่พิมพ์ 2551

Copyright © 2009 faylicity.com

เวลาแมวจับกิ้งก่าได้จะเอามาเล่น มันเล่น แม้ว่ากิ้งก่าจะเป็นแผลเหวอะหวะ ไส้ทะลัก หางขาด มันจะเดินตามกิ้งก่าช้าๆ นั่งเฝ้า ยกขาฟาดเล่นอย่างสนุกสนานจนกิ้งก่าตาย เมื่อตายแล้วก็แทบไม่ยอมยกอุ้งเท้าขึ้นแตะต้องราวกับนึกรังเกียจ พอกิ้งก่านอนนิ่งไม่กระดุกกระดิกก็จะจ้องมองและเดินหนี
    -- ผมไม่กลัว
คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | บางตอน

หยิบมาปัดฝุ่นล่าสุด  ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒