ปีเตอร์แร็บบิตและเพื่อนๆ
หนังสือชุด ปีเตอร์แร็บบิต ของบีทริกซ์ พ็อตเตอร์ มีภาพประกอบสวยมาก เป็นหนังสือสวยที่สุดในโลกเรื่องหนึ่งทีเดียว แต่ภาพเหล่านี้จะมีเสน่ห์ยิ่งขึ้นไปเมื่อได้อ่านเนื้อเรื่อง บีทริกซ์รู้จักสัตว์ต่างๆ ลึกซึ้ง เธอไม่ได้เพียงวาดรูปสัตว์ แต่ผูกพันแนบแน่นกับสัตว์ต่างๆ ตัวละครจำนวนมากในเรื่องเป็นสัตว์เลี้ยงแสนรักของบีทริกซ์ เธอวาดและเขียนเรื่องเหล่านี้ด้วยความรัก
เนื้อเรื่องต่างๆ ในหนังสือชุดนี้น่ารัก อ่านเพลิน บีทริกซ์ดูจะเล่าเรื่องอย่างที่เธออยากเล่ามากกว่าจะอยากเล่าเอาใจใคร ดังนั้นเรื่องต่างๆ จึงมีสไตล์เฉพาะตัวที่คาดเดาไม่ได้ บางเรื่องมีตัวละครแสนร้ายอย่างจิ้งจอกท็อด บางเรื่องอ่อนหวานเช่นเรื่องของช่างเย็บผ้าเมืองกลอสเตอร์ บ้างมีตัวละครเอกแสนซนน่าตีเช่นกระต่ายน้อยเบนจามิน หรือตลกเอามากๆ เช่นหมาดัชเชส
อารมณ์ขันของบีทริกซ์น่ารักจริงๆ เช่นเมื่อกระต่ายปีเตอร์รู้จากคนอื่นมาว่าชาวไร่ที่เคยไล่จับเขานั่งเกวียนออกไปกับภรรยา แถมภรรยาสวมหมวกใบสวยที่สุด ดังนั้นเดาได้ว่าน่าจะออกไปข้างนอกกันทั้งวัน ปีเตอร์ฟังแล้วบอกว่าขอให้วันนี้ฝนตกเถอะ
หรือเมื่อครอบครัวหนูจำต้องเก็บข้าวของหลบภัย พ่อหนูบอกว่า เรามาเก็บข้าวของของเรา และของคนอื่นๆ แล้วรีบไปกัน
เมื่อมิสซิสทิตเทิลเมาส์ หนูนาผู้รักสะอาดเห็นเต่าทองเข้ามาในบ้าน เธอรีบไล่โดยบอกว่า บ้านไฟไหม้แล้วแน่ะ แม่เต่าทอง บินกลับไปหาลูกๆ เร็ว
จะมีใครที่อ่านเรื่องของเธอแล้วจะลืมร้านเล็กๆ ชื่อจิงเจอร์แอนด์พิกเคิลส์ ซึ่งขายของจิปาถะแทบทุกอย่าง จิงเจอร์เป็นแมว ส่วนพิกเคิลส์เป็นสุนัขเทอร์เรีย ร้านนี้ให้เครดิตลูกค้าไม่จำกัด จึงขายดีมากแต่ไม่เคยได้เงินเลย แมวจิงเจอร์จะขอให้หมาพิกเคิลส์ต้อนรับลูกค้าที่เป็นพวกหนูๆ เพราะเวลาเห็นลูกค้าแล้วเธอน้ำลายสอ แมวบอกหมาว่า ทนไม่ได้เลยที่เห็นหนูๆ ถือถุงออกไปจากร้าน หมาตอบว่า แต่การกินลูกค้าตัวเองคงไม่ดีนัก ลูกค้าจะไปซื้อของร้านอื่นแทน แมวจิงเจอร์บอกว่า ไม่ใช่หรอก ลูกค้าจะไปไหนไม่ได้อีกเลยต่างหาก
เรื่องของบีทริกซ์มีอารมณ์ขันร้ายๆ อยู่ด้วยเสมอ ร้ายเสียจนน่าแปลกใจที่บทตอนเหล่านี้อยู่ในหนังสือสำหรับเด็ก แต่ก็น่าดีใจ เพราะด้านมืดมนเหล่านี้เองที่อาจทำให้หนังสือชุดนี้คลาสสิกจนทุกวันนี้ แม่ของกระต่ายน้อยปีเตอร์บอกลูกๆ ว่า ไปเล่นในทุ่งและตามทางได้ แต่อย่าไปสวนของคุณแม็คเกรเกอร์ พ่อของพวกเจ้าประสบอุบัติเหตุที่นั่น ถูกคุณนายแม็คเกรเกอร์เอาไปใส่ในพาย เอ้า ไปเล่นกันได้แล้ว
เมื่อกระรอกไปขอเก็บถั่วจากอาณาบริเวณของนกฮูกเจ้าถิ่น เหล่ากระรอกจึงนำของไปบรรณาการ เป็นหนูอ้วน 3 ตัว ในรูปนั้นหนูนอนหงายแผ่อยู่หน้านกฮูกเฒ่า รูปต่อไปจะเห็นว่านกฮูกจับหนูไว้ในกรงเล็บทั้งสองข้าง เรื่องไม่ได้บอกเลยว่านกฮูกเอาหนูไปทำอะไร แต่คาดเดาได้ไม่ยากเย็น วันต่อมากระรอกนำตัวตุ่นอ้วนพีไปให้ พอนกฮูกเอาตุ่นไปเก็บในบ้าน ก็เห็นมีกลุ่มควันขโมงลอยจากปล่องควัน
เจเรมี ฟิชเชอร์ เป็นกบที่ออกไปตกปลาโดยใช้เหยื่อเป็นหนอน ซึ่งเรื่องบรรยายว่าหนอนดิ้นแด่วๆ ที่ปลายเบ็ด ขณะรอตกปลา กบเอาอาหารกลางวันคือแซนด์วิชผีเสื้อออกมากิน อาหารงานเลี้ยงของเขาได้แก่ตั๊กแตนอบราดซอสแมลงเต่าทอง (มีรูปประกอบด้วยนะ)
แม่แมวที่ลูกหายไปร่ำไห้บอกญาติว่าบ้านนี้หนูชุมจริงๆ อาทิตย์ก่อนจับลูกหนูได้ 7 ตัวในคราวเดียวและเอาไปทำเป็นอาหารเย็น (ที่ร้องไห้เพราะกลัวว่าลูกแมวจะถูกหนูจับไปกินบ้าง) ส่วนแมวอีกตัวเป็นนักจับหนูรับจ้าง แสดงผลงานโดยแขวนหางหนูที่จับได้ไว้ที่ประตูโรงนาเพื่ออวดว่าจับหนูเก่งแค่ไหน ภาพประกอบเป็นแมวกำลังตอกตะปูตรึงหางหนู
ไก่ตัวหนึ่งเห็นหมูน้อยเดินมา ก็ร้องว่า เบคอนกับไข่ ฟังแล้วนึกถึงลูกหมาในหนัง Babe ที่ถามแม่เมื่อเห็นลูกหมูว่าเขารสชาติยังไงน่ะแม่
เรื่องน่ารักมากเรื่องหนึ่งชื่อ The Tale of the Pie and the Patty-Pan แมวส่งจดหมายเชิญหมามาดื่มน้ำชา บอกว่าฉันอบพายอร่อยมาก เธอไม่เคยกินพายอร่อยขนาดนี้มาก่อนแน่ๆ ฉันจะให้เธอกินหมดเลย ส่วนฉันจะกินมัฟฟิน
หมาตอบรับไปร่วมดื่มน้ำชา แต่ก็มานั่งคิดมาก คิดแล้วคิดอีก ทบทวนแล้วทบทวนอีกจนมั่นใจว่าพายที่เพื่อนแมวกล่าวถึงนั้นต้องทำจากหนูแน่นอน ฉันจะกินพายหนูเข้าไปได้อย่างไร แต่จำเป็นต้องกินเพราะเป็นงานเลี้ยง วันนี้ฉันทำพายพอดี โธ่ เป็นพายเนื้อลูกวัวกับแฮมแสนน่ากิน อยากกินพายตัวเองใจจะขาดแทนที่จะกินพายหนู หมาน้อยจึงวางแผนสลับพายกับเพื่อนแมว ต้องติดตามดูว่าทำสำเร็จหรือไม่อย่างไร (อ้อ พายของแมวเป็นพายทำจากเนื้อหนูจริงๆ ด้วยจ้ะ)
หลายเรื่องในนี้มีตัวละครเกี่ยวข้องหรือต่อเนื่องกัน การอ่านหนังสือชุดนี้ตามลำดับการพิมพ์จึงช่วยให้เห็นความต่อเนื่องของตัวละคร (แต่เราไม่จำเป็นต้องอ่านเรื่องชุดนี้ต่อเนื่อง เพราะแต่ละเรื่องจบในตัวเองและอิสระต่อกัน) หนังสือชุดนี้เดิมทีพิมพ์เป็นเล่มเล็กๆ แต่เรื่องนี้เป็นปกแข็งเล่มใหญ่ที่รวมหนังสือชุดปีเตอร์แร็บบิตทั้ง 23 เรื่องเป็นครั้งแรก ใช้เทคนิคสมัยใหม่มาสแกนรูปสีน้ำดั้งเดิมของบีทริกซ์ ข้อดีคือเก็บรักษาง่ายเพราะเป็นเล่มเดียว ลำดับเรื่องตามปีที่พิมพ์ทำให้เห็นความต่อเนื่องของตัวละคร
ที่เรื่องของบีทริกซ์อยู่ในดวงใจนักอ่านตลอดมา ก็เพราะรูปภาพแสนสวยของเธอนั่นเอง ภาพในเล่มมีรายละเอียดน่ารักมาก ใช้สีสวย ภาพวิวงดงาม บีทริกซ์วาดตัวละครสัตว์ต่างๆ ได้อารมณ์ ดูท่าทางสัตว์ประกอบเนื้อเรื่องดูเถิด เวลาสัตว์ทำท่ากินอิ่มสบายพุง กระต่ายทำหูผึ่ง แมวทำท่าสำนึกผิด แมวอารมณ์เสีย (หน้าตาวีนมากๆ) พ่อกระต่ายที่ดูป๋ามาก รูปหนูยั่วแมวน่ารักน่าชัง ลูกแมวอ้วนเสียจนเสื้อปริกางเกงปริ กระต่ายหลับ กบกระโดด กระรอกเก็บถั่ว แม่เป็ดเดิน บีทริกซ์เล่าและวาดรูปให้เรานึกภาพออก เช่นเธอเล่าถึงแมวจ้องบ่อปลาทองว่าแมวทำตัวนิ่งสนิท เดี๋ยวๆ จะขมวดปลายหางตวัดไปมา อ่านแล้วเราคิดถึงสัตว์เลี้ยงของเราเองได้ใช่ไหม
บีทริกซ์อาจจะเล่าเรื่องสัตว์เลี้ยงแสนรักของคุณอยู่ก็ได้ เด็กๆ น่าจะชอบเรื่องชุดนี้อย่างยิ่ง แม้แต่ผู้ใหญ่ก็อาจเจอเรื่องที่คุณรักเช่นกัน
* บทความนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกในคอลัมน์ Image Must Read นิตยสาร IMAGE ฉบับเดือนตุลาคม ๒๕๕๐
เกี่ยวกับผู้เขียน Beatrix Potter เฮเลน บีทริกซ์ พ็อตเตอร์ (1866-1943) เป็นผู้หญิงน่าทึ่ง เธอเกิดที่ลอนดอนในครอบครัวมั่งคั่ง ถูกเลี้ยงดูมาตามแบบเด็กหญิงวิกตอเรียน เธอไม่ได้ไปโรงเรียนแต่มีครูมาสอนที่บ้าน วัยเด็กของบีทริกซ์ค่อนข้างเหงา เธอไม่มีเพื่อนเลยนอกจากน้องชายคนเดียวที่อายุน้อยกว่า 6 ปี แต่บีทริกซ์มีสัตว์เลี้ยงมากมาย เธอแอบเอาสัตว์เลี้ยงต่างๆ เข้ามาอยู่ด้วยในห้อง เช่น หนู กระต่าย เม่นแคระ และเฝ้าดูสัตว์เหล่านี้ บีทริกซ์รักการวาดรูปตั้งแต่เด็กๆ
บีทริกซ์พิมพ์หนังสือ ปีเตอร์แร็บบิต เล่มแรกด้วยทุนตัวเอง เพราะสำนักพิมพ์ต่างๆ ปฏิเสธตีพิมพ์ เธอพิมพ์หนังสือ 250 เล่มที่มีภาพประกอบขาวดำเพื่อแจกจ่ายญาติมิตร เรื่องจำนวนมากของเธอมีที่มาจากจดหมายประกอบภาพที่เธอเขียนเล่าเรื่องต่างๆ ไปให้ลูกๆ ของอดีตครูพี่เลี้ยงอ่าน
เมื่อบีทริกซ์อายุ 36 ปี สำนักพิมพ์เฟรเดอริกแอนด์วอร์น พิมพ์หนังสือ ปีเตอร์แร็บบิต ที่มีภาพประกอบสีน้ำ จำนวน 8,000 เล่มซึ่งขายดีมาก ปัจจุบัน หนังสือของบีทริกซ์ขายได้ปีละกว่าหนึ่งล้านเล่ม
นอกจากงานชุด ปีเตอร์แร็บบิต บีทริกซ์มีผลงานอื่นคือ Sister Anne, Wag-by Wall, The Tale of the Faithful Dove และผลงานเรื่องยาว The Fairy Caravan บีทริกซ์นำรายได้จากการเขียนไปซื้อที่ดินจำนวนมากเพื่อรักษาสภาพแวดล้อมของธรรมชาติบริเวณนั้น เมื่อเสียชีวิตเธอยกที่ดินทั้งหมดให้เป็นสมบัติของชาติ ในช่วงท้ายของชีวิต เธอสนใจการทำไร่และการเลี้ยงแกะภูเขาพันธุ์เฮิร์ดวิก
เร็วๆ นี้มีหนังเล่าบางช่วงของชีวิตเธอออกมาชื่อ Miss Potter นำแสดงโดย เรเน่ เซลเวเกอร์ เป็นหนังน่ารักทีเดียว แม้จะไม่ตรงกับชีวิตจริงของเธอทั้งหมดก็ตาม แต่อย่างน้อยเราจะเห็นว่าบีทริกซ์เติบโตมากับธรรมชาติงดงามอย่างไร และเหตุใดเธอจึงบอกว่า สำหรับฉัน ฉันเลือกอยู่ในชนบทเหมือนอย่างหนูทิมมี่วิลลี่
The Complete Tales of Beatrix Potter : Beatrix Potter
ISBN 0-7232-3618-6 Penguin 383 หน้า ราคา $35 ปกแข็ง ปีที่พิมพ์ 1989
Copyright © 2008 faylicity.com
"ไปเล่นในทุ่งและตามทางได้ แต่อย่าไปสวนของคุณแม็คเกรเกอร์ พ่อของพวกเจ้าประสบอุบัติเหตุที่นั่น ถูกคุณนายแม็คเกรเกอร์เอาไปใส่ในพาย เอ้า ไปเล่นกันได้แล้ว
-- The Complete Tales of Beatrix Potter
|