| SHIN [กับเรื่อง] คาหนังคาเขา : ม้านอกและเด็กนอกกรอบ |
หนังสือเล่มนี้เป็นตอนต่อของ 25 คำถามเบื้องหลังดีลเทคโอเวอร์ชินคอร์ป โดยปรับปรุงข้อมูลให้ทันสมัย และเพื่อเป็นบันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในบทนำ ผู้เขียนกล่าวว่า "รับไม่ได้" กับการขายหุ้นชินเนื่องจาก 1) ไม่เสียภาษีเลยแม้แต่บาทเดียว และยังไม่มีหน่วยงานรัฐบอกว่าผิดอีกด้วย 2) ธุรกิจชินคอร์ปเกี่ยวข้องกับธุรกิจที่สำคัญระดับชาติ เหตุผลนี้ควรทบทวนอีกครั้งจนอยากหยิบยกถ้อยคำผู้เขียนให้อ่านกัน ดังนี้
ชินคอร์ปไม่ได้ประกอบธุรกิจโทรศัพท์มือถือเพียงอย่างเดียว หากยังประกอบกิจการอีกสามธุรกิจที่มี "นัยสำคัญระดับชาติ" (national interest) คือ สื่อสารดาวเทียม ซึ่งมีความสำคัญต่อความมั่นคงของชาติ และประเทศไทยมีวงโคจรจำกัด. สถานีโทรทัศน์ ซึ่งกฎหมายไทยไม่อนุญาตให้คนต่างด้าวทำโดยสิ้นเชิง, และสายการบินในประเทศ ซึ่งกฎหมายไทยระบุให้คนต่างด้าวต้องได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีก่อน ลำพังถ้ากิจการทั้งสามตกไปอยู่ในมือของบริษัทเอกชนข้ามชาติ ก็เป็นเหตุผลเพียงพอแล้วที่จะทำให้ประชาชนออกมาประท้วงเรียกร้องให้หน่วยงานรัฐเอาผิด ฉะนั้น การที่กิจการเหล่านี้ตกไปอยู่ในมือของบริษัทที่รัฐบาลต่างชาติเป็นเจ้าของ ย่อมเป็นเรื่องร้ายแรงกว่าเดิมหลายเท่า เราเชื่อว่าหากเทมาเส็กไปขอซื้อกิจการลักษณะเดียวกันนี้ ที่มีอำนาจทางการตลาดสูงขนาดนี้ และมีนัยสำคัญระดับชาติสูงขนาดนี้ ในประเทศอื่น ก็จะไม่มีรัฐบาลไหนยอมให้ซื้อแน่ๆ และเหตุผลข้อสุดท้ายคือเหตุการณ์ขายชินคอร์ปแสดงพฤติกรรมซุกหุ้น "ภาคพิสดาร" ความเดิมจากตอนที่แล้วนั้น ผู้เขียนเห็นว่าการขายชินคอร์ปมีประเด็นผิดกฎหมาย 4 ประเด็น ต่อไปนี้
ในเล่มมีบทความ อำนาจของ คตส. ที่เกี่ยวกับดีลชิน ด้วยผู้เขียนมุ่งหมายให้สังคมติดตามและตรวจสอบในการรักษากฎหมายของหน่วยงานจับคอร์รัปชั่น ตามด้วยบทความ สอบ นอมินี เพิ่ม 16 บริษัท : ปฏิบัติการจับเศรษฐกิจไทยเป็นตัวประกัน? ที่น่าอ่านมาก เพราะเมื่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้ามีรายงานว่า น่าจะเชื่อได้ว่ากุหลาบแก้วมีสถานะเป็นคนต่างด้าว ทำให้ชินคอร์ปมีสถานะเป็นคนต่างด้าว ก็เกิดการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบชุดพิเศษขึ้นมาทันใด แถมกระตือรือร้นขนาดจะตรวจสอบสถานะนอมินีของบริษัทอีก 16 แห่ง ผู้เขียนหนังสือสงสัยว่าน่าจะเป็นเรื่องการเมืองเพื่อยื้อเวลาออกไปจนหลังกำหนดเลือกตั้งมากกว่า เพราะเมื่อเกิดการยึดอำนาจแล้ว คณะกรรมการพิเศษนี้ประกาศยุติการตรวจสอบบริษัท 16 แห่งนั้นไปเลย ยังมีบทความ วิเคราะห์ประเด็นนอมินีในดีลชิน และ วิเคราะห์เส้นทางเงินในการซื้อหุ้นชินคอร์ป ที่เล่าเรื่องซับซ้อนให้อ่านง่ายขึ้น ตามด้วยบทความที่ ก.ล.ต. ควรอ่านอย่างยิ่ง ด้วยอาจปลุกสำนึกที่แอบซ่อนอยู่ ในเรื่อง แปลว่าอะไร ถ้า "ติ๊ก" ไม่ผิด ตามด้วยเรื่อง แอมเพิลริชและวินมาร์ค วิธีซุกหุ้นแบบมืออาชีพ? เห็นชื่อบทความแล้วก็ไม่จำเป็นต้องบรรยายสรรพคุณว่าน่าอ่านขนาดไหน ภาคผนวกของหนังสือเป็นเอกสารต่างๆ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบ ได้แก่ ผลการตรวจสอบประเด็น กุหลาบแก้ว ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า, แถลงข่าวของ ก.ล.ต. กรณีการซื้อขายหุ้น SHIN, คณะกรรมการเปรียบเทียบมีคำสั่งเปรียบเทียบนายพานทองแท้ ชินวัตร, จดหมายหารือกรณีภาษีที่เกี่ยวกับแอมเพิลริช และจดหมายตอบจากกรมสรรพากร และ ประกาศจาก คปค. เรื่อง การตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ เป็นหนังสืออ่านเพลินและควรอ่านให้เกิดความรู้ ในหนังสือยังมีข้อความที่อาจเรียกว่าเป็นความหวัง ที่ว่า การแต่งตั้ง คตส. ชุดล่าสุดนี้ ทำให้สังคมเกิดความคาดหวังกับ คตส. ชุดนี้อย่างมาก ว่าอาจจะเป็นชุดมือปราบนักการเมืองโกงชุดแรก ที่จะสามารถกว้านเอานักการเมือง "ตัวแสบ" หลายคนที่ไม่เคยถูกจับให้มั่นคั้นให้ตายได้สักที ให้ไปนอนเล่นนับดาวที่อีกด้านหนึ่งของลูกกรงได้ เป็นสิ่งที่ประชาสังคมไทยจะต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิดต่อไป SHIN [กับเรื่อง] คาหนังคาเขา : ม้านอกและเด็กนอกกรอบ
Copyright © 2007 faylicity.com ถึงเวลาแล้ว ที่เมืองไทยควรจะพัฒนาไปสู่ประเทศที่กฎหมายมีความชัดเจน ศักดิ์สิทธิ์ และต่อรองไม่ได้ |
|
หยิบมาปัดฝุ่นล่าสุด ๑ มกราคม ๒๕๕๐ |